วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

PTT - ซื้อ

ปีแห่งการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินทรัพย์

ประเด็นการลงทุน

PTT ยังคงเป็นหุ้นที่เราชื่นชอบที่สุดในกลุ่มพลังงาน ถึงแม้ว่าการฟื้นตัวของราคาน้ำมันดิบเมื่อเร็วๆนี้จะลดประเด็นความกังวลที่มีต่อการขาดทุนการสต๊อกสินค้าในกลุ่มบริษัทโรงกลั่นและปิโตรเคมีไทย แต่มอร์แกน สแตนลีย์เชื่อว่าราคาน้ำมันดิบจะกลับมาปรับตัวลดลงอีกครั้งในปีนี้ ซึ่งถ้าหากเป็นไปตามการคาดการณ์ของมอร์แกน สแตนลีย์ ก็จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นต่อหุ้นในกลุ่มนี้ ดังนั้นในมุมมองของเรา PTT เป็นหุ้นที่โดดเด่นที่สุดในกลุ่มน้ำมันและก๊าซ ซึ่งในปี 2558 นี้นอกจากจะมีการปรับลดราคาก๊าซ NGV แล้วนั้นยังจะเป็นปีที่มีการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินทรัพย์ หนุนให้มีโอกาสในการปรับเพิ่มประมาณการกำไร เนื่องด้วยเราได้รวมการปรับราคาก๊าซ LPG ใหม่และการปรับเพิ่มราคาก๊าซ NGV เข้าในประมาณการ เราจึงปรับเพิ่มราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 420 บาทจาก 363 บาท

การบันทึกด้อยค่าสินทรัพย์กระทบต่อผลขาดทุนอย่างมากในไตรมาส 4/57

เราประเมินขาดทุนสุทธิไตรมาส 4/57 ที่ 25,682 ล้านบาท เทียบกับกำไรสุทธิในไตรมาส 3/57 ที่ 24,558 ล้านบาท ส่งผลให้คาดการณ์กำไรสุทธิหลังหักภาษีปี 2557 เป็น 56,762 ล้านบาท ลดลง 40% YoY นอกจากการขาดทุนจากบริษัทร่วมแล้ว PTT ยังมีการบันทึกด้อยค่าสินทรัพย์ที่ไม่ให้ก่อให้เกิดรายได้ เช่น การขายพื้นที่เพาะปลูกปาล์มน้ำมัน, การตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญฯ สำหรับบริษัทระยอง เพียวริฟาย และอื่นๆ รวมเป็น 1หมื่นล้านบาท และขาดทุนการสต๊อกสินค้าที่ 3.6 พันล้านบาท แต่อย่าไรก็ตาม ผลการดำเนินงานของธุรกิจก๊าซปรับตัวสูงขึ้น หนุนโดยปริมาณก๊าซและปริมาณก๊าซที่ผลิตจากโรงแยกก๊าซเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ปริมาณยอดขายแตะจุดสูงสุดใหม่ที่ 4,802mmcfd (ก๊าซ) และ 1.73 ล้านตัน (จากโรงแยกก๊าซ) เทียบกับในไตรมาส 3/57 ที่ 4,431mmcfd และ 1.59 ล้านตันตามลำดับ

ความเสี่ยงขาลงต่อประมาณการกำไรของ PTTEP กดดันให้มีการปรับลดประมาณการกำไรปี 2558

จากการที่เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2558 ของ PTTEP ลงกอปรกับความคาดหวังที่ลดลงต่อปริมาณยอดขายก๊าซและปริมาณการผลิตจากโรงแยกก๊าซในปีนี้ ส่งผลให้เราปรับลดประมาณการกำไรลง 15% เป็น 75,223 ล้านบาท เราปรับลดสมมติฐานการเติบโตขอดยอดขายก๊าซลงเหลือ 5% YoY (ก่อนหน้า 8% YoY) เพื่อให้สอดคล้องกับแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง พร้อมกันนี้การปิดซ่อมบำรุงโรงแยกก๊าซโรงที่หนึ่งเป็นเวลา 2 เดือนติดต่อกันและปิดซ่อมโรงแยกก๊าซที่ห้าเป็นเวลา 20 วันเป็นปัจจัยหลักที่หนุนให้เราปรับลงประมาณการปริมาณการผลิตจากโรงแยกก๊าซปี 2558 ลง โดยเราคาดว่าปริมาณการผลิตจะลดลงเล็กน้อย YoY เป็น 6.2 ล้านตัน (ปริมาณการผลิตที่ 6.4 ล้านตันในปี 2557)

ราคาน้ำมันดิบที่ลดลงจะจำกัดการปรับขึ้นราคาก๊าซ NGV หรือไม่?

แม้ว่าการปรับประมาณการได้สะท้อนการปรับแก้ไขราคา LPG ใหม่ของรัฐบาลและการปรับราคา NGV จนถึงต้นทุนของบริษัทที่ 15.50 บาทต่อกก. จนถึงสิ้นเดือนก.ย. ปีนี้ แต่ราคาน้ำมันดิบที่หดตัวลงนั้นหนุนให้เกิดความกังวลต่อการปรับขึ้นราคา NGV (ราคาอาจจะปรับตัวลดลงต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 15-16 บาทต่อกก.) แต่จากการพูดคุยกับ PTT นั้นเรารู้สึกว่าประเด็นดังกล่าวไม่ใช้ประเด็นที่น่าเป็นห่วง เนื่องจากราคาน้ำมันที่ชะลอตัวลงจะช่วยลดต้นทุนลงเล็กน้อยเป็น 14-15 บาทต่อกก. และน้ำมันที่ลดลงยังช่วยการลดการขาดทุนจากการขายก๊าซ NGV อย่างไรก็ตามจากปัจจัยต้นทุนที่ลดลง อาจจะส่งผลต่อขนาดของการปรับราคาขึ้นในอนาคต ซึ่งอาจจะปรับขึ้นครั้งละ 0.50 บาทต่อกก. จากเดิมทีปรับขึ้นครั้งละ 1 บาทต่อกก.

สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินทรัพย์ – อัพไซด์ต่อประมาณการกำไรปี 2558

ในปีนี้ PTT จะทำการขายหุ้นของบริษัทในเครือ เช่น BCP (27.22%), GPSC (30.10%) และ SPRC (36%) ซึ่งจะทำให้บริษัีทได้รับกำไรรวมทั้งหมดไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท โดยการขายหุ้น BCP จะหนุนส่วนแบ่งกำไรมากที่สุด เราตั้งสมมติฐานอ้างอิงราคาขายตลาดในขณะนี้ เราคาดบริษัทจะมีกำไรหลังหักภาษีที่ 8 พันล้านบาท ภายใต้สมมติฐานต้นทุนสุทธิที่เพียง 5 บาทต่อหุ้น หลังจากหักการจ่ายเงินปันผลรวมของ BCP ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา PTT ยังคงยืนยันว่าดีลการขายหุ้น BCP จะเสร็จสมบูรณ์ภายในเดือนมี.ค. พร้อมกันนี้ GPSC มีกำหนดจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ภายในเดือนมิ.ย. ส่วน SPRC จะเข้าจดทะเบียนในช่วงครึ่งปีหลัง รัฐบาลได้พิจารณาอนุมัติให้ SPRC เข้าจดทะเบียนในตลาดแล้ว และกำลังรอให้นายกฯ เซ็นอนุมัติ ซึ่งโดยปกติแล้วหลังจากขั้นตอนดังกล่าว จะใช้เวลาอีกประมาณ 6 เดือนสำหรับกระบวนการในการเอาหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดฯ