วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กสทช.ยันพร้อมชี้แจงข้อหาทุจริต3โครงการ

กสทช.ยันพร้อมชี้แจงข้อหาทุจริต3โครงการ ชี้กฎหมายดิจิทัล รอมติบอร์ดก่อนส่ง สนช.

กสทช.ลั่นพร้อมชี้แจงข้อกล่าวหาทุจริต 3 โครงการ ระบุหากผิดจริงอาจถูกส่งฟ้อง ปปช. เผยความเห็นบอร์ดเรื่องกฎหมายดิจิทัล รอสรุปเป็นมติบอร์ดเดียวก่อนส่ง สนช.รับทราบ ขณะที่ "3กสทช." ลงความเห็นหวั่นอำนาจบอร์ดดิจิทัลล้นมือ

แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า กรณีที่กรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน (กตป.) หรือ ซูเปอร์บอร์ด กสทช.เตรียมรวบรวมรายละเอียดโครงการเพื่อตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกให้คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้งบประมาณภาครัฐ (คตร.) เพราะเห็นว่าสำนักงาน กสทช.และนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการกสทช.ดำเนินการไม่เหมาะสมนั้น ทางสำนักงานฯ และบอร์ดยังไม่ได้รับรายงาน ดังนั้นรายละเอียดของข้อกล่าวหาคงต้องอ่านในรายงานประจำปี 2557 เกี่ยวกับผลการตรวจสอบการดำเนินการที่ซูเปอร์บอร์ดต้องสรุปส่งมาให้ในเดือนมี.ค.นี้ และคาดว่าจะส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ควบคู่กันด้วย

ทั้งนี้ ขั้นตอนการชี้แจงข้อร้องเรียนนั้น กสทช.พร้อมดำเนินการเต็มที่ เพราะที่ผ่านมามีหน่วยงานที่ตรวจสอบอยู่มาก ทั้งสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และวุฒิสภา

"หากชี้แจงกับหน่วยงานที่ตรวจสอบแล้วฟังไม่ขึ้นก็อาจถูกส่งเรื่องไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ต่อไป แต่หากแก้ข้อกล่าวหาเบื้องต้นได้ ก็อาจตั้งคณะกรรมการสอบภายในเองว่าการกระทำส่วนใดที่บกพร่อง"

ทั้งนี้ 3 โครงการที่ซูเปอร์บอร์ดเห็นว่าดำเนินงานไม่เหมาะสมและอาจทุจริต คือ 1.โครงการที่เกี่ยวข้องกับการกำกับคุณภาพบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (คิวโอเอส) มูลค่า 400 ล้านบาท 2.โครงการเครื่องส่งสถานีวิทยุกระจายเสียง 1 ปณ มูลค่า 3 ล้านบาท และ 3.โครงการตรวจสอบเครื่องโทรคมนาคมเคลื่อนที่ (โมบาย แลป) มูลค่า 11 ล้านบาท

แหล่งข่าว กล่าวอีกว่า การประชุมบอร์ดกสทช. เมื่อ 21 ม.ค.ได้หารือเรื่องร่าง พ.ร.บ.กฎหมายดิจิทัลฉบับแก้ไขด้วย แต่เนื่องจากกรรมการบางคนยังไม่ได้อ่านร่าง ที่ประชุมจึงมีมติให้กลับไปศึกษาและส่งความเห็นมากลับมาให้สำนักงานกสทช.

นอกจากนี้ นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ และนายธวัชชัย จิตรภาษ์นนท์ กรรมการกสทช. ยังได้จัดทำความคิดเห็นร่วมกันต่อการแก้กฎหมายเกี่ยวกับเศรษฐกิจดิจิทัล 10 ฉบับ ส่งถึงเลขาธิการ กสทช.ซึ่งเห็นว่าความเป็นอิสระของกสทช.นั้น การที่คณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติมาจากฝ่ายการเมืองมากจึงมีโอกาสที่ถูกแทรกแซงได้ รวมทั้งการกำหนดให้ผู้ประกอบกิจการซึ่งเป็นผู้รับใบอนุญาตจากกสทช.รวมอยู่ด้วย จะส่งผลต่อการพิจารณาที่ต้องมีความเป็นกลาง

อำนาจของคณะกรรมการดิจิทัลฯ ที่น่าห่วงคือ การเรียกคืนคลื่นความถี่เพื่อนำไปจัดสรรใหม่หรือปรับปรุง ซึ่งเดิมเป็นอำนาจหน้าที่ของ กสทช.ที่ได้กำหนดระยะเวลาที่แน่นอน แต่เนื่องจากร่างฯฉบับแก้ไข จะมีผลให้ผู้รับใบอนุญาตต่อกสทช. โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บมจ.ทีโอที และ บมจ.กสท โทรคมนาคม ซึ่งมีผู้แทนเป็นองค์ประกอบคณะกรรมการดิจิทัลฯ มีอำนาจทบทวนแผนแม่บทดังกล่าว อาจส่งผลต่อระยะเวลาการคืนคลื่นเพื่อนำมาจัดสรรใหม่

ส่วนกรณีการรวมคณะกรรมการชุดเดียว 11 คน อาจเป็นองค์ประกอบที่มากเกินไป ขณะที่บางส่วนเห็นว่า การกำกับดูแลการประกอบกิจการ โดยแบ่งออกเป็น 2 คณะ คือ ด้านกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ และด้านโทรคมนาคม ยังมีความจำเป็น เพราะงานด้านวิทยุและโทรทัศน์อยู่ในช่วงเริ่มต้น เพิ่งปรับเปลี่ยนสถานะทางกฎหมายสู่กระบวนการรับใบอนุญาต ภายใต้กติกาเดียวกัน