วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

พาณิชย์เล็งถกห้างดูแลอาหารจานเดียว

"ประยุทธ์" เรียกหน่วยงานเศรษฐกิจตามงาน สั่งดูแลราคาสินค้าให้เหมาะสม "ปลัดพาณิชย์"เล็งถกห้างดูแลอาหารจานเดียว

วานนี้ (4ก.พ.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เรียกประชุมหน่วยงานเศรษฐกิจเพื่อติดตามนโยบายและการดำเนินงานของหน่วยงานต่างๆ โดยมีหน่วยงานที่เข้าร่วมประชุมได้แก่ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพลังงาน สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (ศสช.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เข้าร่วมประชุม

น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า นายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการให้หน่วยงานต่างๆทำงานที่ได้รับมอบหมายให้รวดเร็วและให้เห็นผลเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดูแลราคาสินค้าในรายการต่างๆให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบันที่ราคาเชื้อเพลิงยังอยู่ในระดับต่ำซึ่งต้นทุนวัตถุดิบต่างๆปรับลดลง ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์รายงานว่ามีแผนที่จะดูแลราคาสินค้าให้มีความเหมาะสม และรายการใดที่สมควรที่จะปรับราคาลดลงก็จะหารือกับภาคเอกชนถึงแนวทางลดราคาสินค้าต่อไป

สำหรับราคาอาหารปรุงสำเร็จและอาหารจานเดียว ที่ไม่ปรับลดลงกระทรวงพาณิชย์ ก็มีแผนที่จะเรียกตัวแทนผู้ประกอบการมาหารือภายในสัปดาห์นี้ เพราะราคาวัตถุดิบที่นำมาประกอบอาหารหลายอย่างลดลง แต่ราคาจำหน่ายอาหารยังไม่ลด โดยผู้ประกอบการอ้างว่าการกำหนดราคาอาหารไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับปริมาณและคุณภาพของวัตถุดิบที่ใส่ในอาหารด้วย

อย่างไรก็ตามกระทรวงพาณิชย์จะแก้ปัญหา โดยทำราคาแนะนำสินค้าอาหารปรุงสำเร็จและอาหารจานเดียวและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบ เพื่อให้เปรียบเทียบระหว่างราคาแนะนำกับราคาที่แต่ละร้านจำหน่ายได้ว่าถูกหรือแพงกว่าราคาแนะนำมากน้อยอย่างไร

"การควบคุมราคาอาหารถามว่ามีอำนาจตามกฎหมายหรือไม่ ก็ต้องบอกว่ามี แต่ก็ต้องดูความเป็นจริงด้วย เพราะแม้ราคาต้นทุนสินค้าจะถูกลง แต่ราคาบางอย่างปรับขึ้นลง เช่น ไข่ไก่อยู่ที่ใบละ 2.8 -3 บาท เมื่อก่อนก็ 2.7 บาทมีปัจจัยหลายอย่าง และผู้ประกอบการก็บอกว่าอาหารแต่ละจานแต่ละร้านไม่เหมือนกัน เช่น ร้านนี้ใส่หมูน้อย ใส่หมูเยอะ ราคาเลยไม่เท่ากันการควบคุม จึงจะทำเป็นราคาแนะนำให้ประชาชนได้เปรียบเทียบมากกว่า"น.ส.ชุติมากล่าว

ปลัดกระทรวงพาณิชย์กล่าวถึงการส่งออกว่ากระทรวงพาณิชย์ ตั้งเป้าหมายให้การเติบโตในปี 2558 ขยายตัวเพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน ซึ่งได้รายงานนายกรัฐมนตรีแล้วว่า การส่งออกจะใช้แผนในเชิงรุก มีกิจกรรมเคลื่อนไหวตลอดปีโดยเน้นไปที่ตลาดอาเซียน และเพื่อนบ้านที่จะส่งเสริมการส่งออกและการค้าชายแดน การเพิ่มการส่งออกไปยังประเทศพัฒนาแล้วที่เศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว รวมทั้งมีแผนที่จะรุกตลาดใหม่ที่มีศักยภาพทั้งในกลุ่มประเทศตะวันออกกลางและเอเชียใต้ ซึ่งคาดว่าการส่งออกจะดีขึ้นจากปีที่ผ่านมา

สำหรับอัตราเงินเฟ้อติดลบ และกระทรวงพาณิชย์ได้แถลงดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ติดลบ0.41% ที่ประชุมฯในวันนี้ไม่ได้มีการพูดคุยในเรื่องนี้ อย่างไรก็ตามการติดลบของอัตราเงินเฟ้อขณะนี้ไม่น่ากังวล เพราะเกิดจากราคาเชื้อเพลิงปรับตัวลดลง ไม่ได้มาจากความต้องการซื้อสินค้าที่ลดลง ส่วนผลกระทบของการลดลงในระยะยาว ต้องขอเวลาศึกษาอีก 6 เดือนถึงจะทราบถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น