วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

SPALI - ซื้อ

อัตราการเติบโตของกำไรในอนาคตเริ่มชะลอตัว

ประเด็นการลงทุน

เรามองว่าเป้าหมายการเติบโตยอดจองซื้อสำหรับปี 2558 ของ SPALI ที่ 19% นั้นสูงเกินไป เนื่องจากสถานการณ์ตลาดในปัจจุบันทำให้บริษัทมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโมยอดจองซื้อคอนโดเปิดตัวใหม่สูงเกินไป โดยเราคาดว่ากำไรจะเติบโตลดลงจาก 50% ในปี 2557 เป็น 13% ในปี 2558 และมีการเติบโตเป็นศูนย์ในปี 2560 ซึ่งเราแนะให้นักลงทุนรอสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจนของยอดจองซื้อใหม่ในปีนี้ (อาจจะเป็นช่วงเดือนพ.ค.) ก่อนที่จะทำการเข้าซื้ออย่างมีนัยสำคัญ เราปรับลดราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2558 ลงจาก 32 บาท เป็น 28 บาท เนื่องจากเราปรับลด PER อ้างอิงลงจาก 11 เท่า เป็น 9 เท่า เพื่อสะท้อนความเสี่ยงขาลงต่อกำไรปี 2560 (มูลค่าคอนโดที่สร้างเสร็จสมบูรณ์แล้วจะลดลง 16% YoY)

ทั้งยอดจองซื้อและรายได้ปี 2557 พลาดเป้าหมาย...

บริษัทแนะว่ายอดจองซื้อปี 2557 เติบโต 4% เป็น 19 พันล้านบาท (78% ในกทม., 22% ในต่างจังหวัด) ต่ำกว่าเป้าที่บริษัทวางไว้ก่อนหน้า 12% ที่ 22 พันล้านบาท ซึ่งมีปัจจัยมาจากการเลื่อนเปิดตัวคอนโด SPALI สาทร-นราธิวาส, อัตราจองซื้อโครงการเปิดตัวใหม่ในไตรมาส 4/57 ต่ำกว่าคาด และอุปสงค์ในต่างจังหวัดลดลง ทำให้ยอดจองซื้อในไตรมาส 4/57 อยู่ที่เพียง 5 พันล้านบาท ลดลง 13% YoY และ 2% QoQ ผู้บริหารแนะรายได้จากการขายอสังหาฯปี 2557 เป็น 18.6 พันล้านบาท (80% มาจากกทม., 20% มาจากต่างจังหวัด) สูงขึ้น 47% YoY แต่ต่ำกว่าเป้ารายได้ปี 2557 ก่อนหน้าที่ 20 พันล้านบาท

…แต่สัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายจะต่ำกว่าประมาณการของเรา

SPALI รายงานสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายต่ำกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ ลดลง 1% YoY เป็น 10.5% สำหรับปี 2557 (เปรียบเทียบกับที่เราตั้งสมมติฐานไว้ที่ 12%) สำหรับอัตรากำไรขั้นต้นปี 2557 น่าจะเป็นไปตามประมาณการขชองเราที่ 40.3% ทั้งนี้ผู้บริหารยืนยันกำไรปี 2557 ทำสถิติสูงสุด แต่ไม่ใช้สำหรับไตรมาส 4/57 โดยเราคาดว่ากำไรหลักทำสถิติสูงสุดที่ 4.3 พันล้านบาทสำหรับปี 2557 สูงขึ้น 50% ซึ่งคิดเป็นกำไรหลักสำหรับไตรมาส 4/57 ที่ 1.5 พันล้านบาท ลดลง 16% YoY และ 6% QoQ

เป้าหมายธุรกิจปี 2558 ดูมากเกินไปในมุมมองของเรา

SPALI วางแผนมูลค่าโครงการเปิดตัวใหม่ในปี 2558 ไว้ที่ 31 พันล้านบาท (51% เป็นโครงการแนวราบ และ 49% เป็นคอนโด) สูงขึ้น 11% YoY ซึ่งสูงขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เนื่องจากมีการเลื่อนการเปิดตัวคอนโดสาทร-นราธิวาสมาไว้ในปีนี้แทน แต่เราเชื่อว่าเป้าการเติบโตยอดจองซื้อปี 2558 ของผู้บริหารที่ 19% YoY เป็น 23 พันล้านบาท (ยอดจองซื้อโครงการแนวราบสูงขึ้น 20% เป็น 10 พันล้านบาท, ยอดจองซื้อคอนโดสูงขึ้น 18% เป็น 13 พันล้านบาท) นั้นสูงเกินไป เป้ารายได้ที่อยู่อาศัยปี 2558 เป็น 22 พันล้านบาท สูงขึ้น 19% YoY (60% มาจากคอนโด, 40% มาจากโครงการแนวราบ) เราตั้งสมมติฐานรายได้ที่อยู่อาศัยที่ 21 พันล้านบาทเท่านั้น

พร้อมทั้งคาดว่าบริษัทจะมียอดขายรอรับรู้รายได้ที่ 39 พันล้านบาท แบ่งเป็นยอดโอน 18 พันล้านบาทในปี 2558, 9.6 พันล้านบาทในปี 2560, 9.1 พันล้านบาทในปี 2561 และ 2.4 พันล้านบาทในปี 2562 ซึ่งยอดขายรอรับรู้รายได้ดังกล่าวได้ประกันเป้ารายได้ปี 2558 ของเป้าหมาย SAPLI แล้ว 80% และประกันประมาณการรายได้ของเราแล้ว 83%

การลงทุนในต่างประเทศมีผลต่อกำไรน้อยมาก

รายได้ค่าเช่าอาคารสำนักงานในประเทศฟิลิปปินส์คาดปรับตัวสูงขึ้นจาก 80 ล้านบาทในปี 2557 เป็น 90 ล้านบาทในปี 2558 ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรสุทธิของบริษัทเพียงเล็กน้อยเท่านั้น (แต่ถ้าหาก SPALI ขายอาคารสำนักงานดังกล่าว บริษัทจะมีการบันทึกกำไรพิเศษเกิดขึ้นได้) โดยล่าสุดบริษัทลงทุนเงินจำนวน 280 ล้านบาทกับโครงการที่อยู่อาศัยในประเทศออสเตรเลีย (ถือหุ้น 25% กับพันธมิตรท้องถิ่น) โดยโครงการดังกล่าวเป็นขนาดใหญ่ที่มีมูลค่า 9 พันล้านบาท แต่จะใช้เวลาพัฒนามากกว่า 10 ปี ดังนั้นจึงยังไม่ส่งผลต่อกำไรสุทธิปี 2558 ของ SPALI มากนัก