ตร.ตามจับได้ทันควัน คนร้ายชิงทอง14กก.มูลค่า21ล้าน ของบริษัทชายน์มิ่งโกลด์
เมื่อเวลา 11.30 น. ร.ต.อ.พิชัยยุทธ บุตรทุมพันธุ์ ร้อยเวรสอบสวน สภ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งว่ามีคนร้ายก่อเหตุชิงทองรูปพรรณ น้ำหนักรวม 14 กิโลกรัม มูลค่า 21 ล้านบาท เหตุเกิดภายในซอยวัดเกดประภา หมู่ 9 ต.บึงคำพร้อย อ.ลำลุกกา จ.ปทุมธานี จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า ทะเบียน ฮธ 7233 กทม. จอดอยู่ สภาพยางล้อขวาหน้าแตกและพบหัวกระสุนปืนไม่ทราบขนาดตกเกลื่อนพื้นถนน โดยรถคันดังกล่าวมี นายกรกช ช่างเดชา เป็นคนขับ และนายสุริยะฉาน ไทนทนุ เพื่อนร่วมงานนั่งมาด้วย
จากการสอบสวนทราบว่า นายกรกช และนายสุริยะฉาน ได้นำทองรูปพรรณจำนวน 14 กิโลกรัม จากโรงงาน ทำทอง บริษัท ไชนนิ่งโกลด์ จำกัด จากจ.ปทุมธานี เพื่อนำไปส่ง เมื่อขับรถมาถึงจุดเกิดเหตุได้มีคนร้ายรถจักรยานยนต์ สีน้ำเงิน ไม่ทราบแผ่นป้ายทะเบียนสวมหมวกกันน๊อกเต็มใบสีดำมาประกบรถกระบะคันดังกล่าว จากนั้นได้ใช่อาวุธปืนยิงไปที่ยางขวาล้อหน้าจนรถเสียหลักพุ่งชนกำแพง ทั้งนายกรกช และนายสุริยะ จึงวิ่งหนีเพื่อเอาตัวรอด เป็นจังหวะนำเอาทองคำบรรจุถุงซึ่งอยู่ในรถหลบหนีไป
นายสมศักดิ์ ตันทะชล เจ้าของบริษัท ไชน์นิ่งโกลด์ จำกัด อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ซึ่งผลิตทองรูปพรรณส่งลูกค้าในกรุงเทพ กล่าวว่า ที่ผ่านมาในการส่งสินค้าคืนให้ร้านทองซึ่งเป็นลูกค้า จะเปลี่ยนรถขนอยู่บ่อยครั้ง รวมทั้งเส้นทาง แต่ก็มาเกิดเหตุร้ายขึ้น ที่ผ่านมาทำธุรกิจทางด้านนี้มาร่วม 20 ปี ก็ไม่เกิดเหตุเช่นนี้
ด้านเจ้าหน้าที่ ได้เชิญตัว คนงานทั้ง 2 ของบริษัท ที่ทำหน้าที่ขนส่งทองคำไป ให้ปากคำเพิ่มเติม เพื่อหาความเชื่อมโยง ว่ามีส่วนรู้เห็นกับคดีหรือไม่
ต่อมา เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2558 พล.ต.ต.เมธี กุศลสร้าง รอง ผบช.ภาค 1 รักษาการ ผบก.ปทุมธานี ได้เรียก นายสมศักดิ์ ตัณฑชน อายุ 60 ปี เจ้าของบริษัท ชายน์มิ่งโกลด์ เลขที่ 24/7-8 หมู่ 10 ต.บึงคำพร้อย อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี สอบสวนเพิ่มเติม จากกรณีคนร้ายชิงทองรูปพรรณ 14 กิโลกรัม ภายในซอยวัดเกดประภา หมู่ 9 ต.บึงคำพร้อย อ.ลำลุกกา จ.ปทุมธานี พร้อมให้ตำรวจชุดสืบสวนออกหาพยาน เพื่อสอบถามถึงเส้นทางหลบหนี และตรวจสอบกล้องวงจรปิด โดยคาดว่า คนร้ายมีการวางแผนไว้ก่อน และทราบเส้นทางการขนทองและการหลบหนีในครั้งนี้เป็นอย่างดี
ด้านนายสมศักดิ์ ตัณฑชน กล่าวว่า ตนได้ทำประกันทองรูปพรรณไว้ 30 ล้าน เพื่อป้องกันเหตุถูกคนร้ายชิงทอง เนื่องจากบริษัทได้ผลิตทองรูปพรรณ ไม่ว่าจะเป็น สร้อยคอทองคำ กำไลทอง แหวน ซึ่งการขนย้ายแต่ละครั้งมีมูลค่ามาก ครั้งนี้ได้ให้คนขับรถนำทองไปส่งทั้งหมด จำนวน 3 กระเป๋า รวมน้ำหนัก 21 กก. แต่คนร้ายได้นำกระเป๋าไปจำนวน 2 ใบ น้ำหนักทองคำรวม 14 กก.และยังเหลือกระเป๋าอีกหนึ่งใบ อยู่ในรถที่คนร้ายเอาไปไม่หมด กระเป๋าใบนี้ มีทองน้ำหนัก 8 กก.เหลืออยู่ จึงทำให้คนร้ายได้ทองรูปพรรณไป 14 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 21 ล้านบาท โดยปกติจะส่งทุกวัน โดยจะสลับรถขนทองจำนวน 3 คัน ส่งร้านทองเยาวราช จะเว้นวันอาทิตย์เท่านั้น
ล่าสุด ตำรวจได้ตามจับคนร้ายได้สองคน โดยสารภาพว่า คนในมีส่วนรู้เห็นการวางแผนชิงทรัพย์ครั้งนี้









