วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แบงก์ชาติยันไม่หั่นดอกเบี้ยสกัดเงินเฟ้อ

"เมธี" ยืนยัน "แบงก์ชาติ" ไม่ปรับลดดอกเบี้ยสกัดเงินเฟ้อติดลบ ชี้เป็นปัจจัยชั่วคราว เชื่อไม่ส่งสัญญาณเงินฝืด

นายเมธี สุภาพงษ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มองว่าอัตราเงินเฟ้อในเดือนม.ค. 2558 ที่ติดลบ 0.41% นั้นเป็นแค่ปัจจัยชั่วคราวเท่านั้น ส่งผลให้กนง. ไม่จำเป็นต้องใช้นโยบายดอกเบี้ย หรือลดดอกเบี้ย เพื่อแก้ปัญหาเงินเฟ้อ เนื่องจากกนง. จะให้ความสำคัญกับการดูแลเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน และไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านเสถียรภาพด้านราคา รวมถึงดูแลคาดการณ์เงินเฟ้อของประชาชนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

ทั้งนี้ กนง.ได้ประเมินในการประชุมวันที่ 28 ม.ค.ที่ผ่านมา ว่าเงินเฟ้อทั่วไปมีโอกาสติดลบต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ หากราคาน้ำมันในตลาดโลกยังอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งในระยะข้างหน้าราคาน้ำมันในตลาดโลก จะเริ่มปรับตัวสูงขึ้น และกลับเข้าสู่ภาวะสมดุล ดังนั้นจึงไม่จำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนแปลงกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อ หลังจากที่เงินเฟ้อลดลงจนกระทั่งติดลบ แต่ ธปท. พร้อมที่จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมจะดำเนินนโยบายการเงินที่เหมาะสม เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและรักษาเสถียรภาพการเงินของประเทศ

“กนง. ตระหนักว่าการดำเนินนโยบายการเงินต่อเศรษฐกิจและเงินเฟ้อจะต้องใช้เวลา4-6 ไตรมาส กว่าจะมีผลเต็มที่ ดังนั้น ในการพิจารณานโยบาย กนง. จะให้ความสำคัญกับแนวโน้มเงินเฟ้อในระยะ 1-2 ปีข้างหน้า มากกว่าเงินเฟ้อในปัจจุบัน รวมทั้งให้ความสำคัญกับแรงกดดันจากด้านความต้องการต่อราคาสินค้า และบริการโดยรวม มากกว่าการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้า เพราะบางกลุ่ม เป็นผลจากปัจจัยด้านความต้องการใช้ ซึ่งไม่ได้ขึ้นกับนโยบายการเงิน แต่อย่างไรก็ตาม กนง. มองว่านโยบายการเงินในปัจจุบัน ยังอยู่ในระดับผ่อนปรน ช่วยสนับสนุนให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่อง และมีส่วนทำให้เงินเฟ้อทั่วไปกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายภายในปลายปีนี้”

สำหรับ เหตุการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้นที่สยามพารากอนนั้น มองว่า อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวในระยะสั้นเท่านั้น แต่ทั้งนี้คงต้องติดตามการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ ว่าจะมรวดเร็วในการดำเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหาได้รวดเร็วเพียงใด เบื้องต้นทราบว่าทางเจ้าหน้าที่ทราบสาเหตุ และรู้ตัวผู้ก่อเหตุแล้ว จึงไม่น่าจะกระทบต่อความเชื่อมั่นมากนัก