"จีแคปโกลด์" มองราคาทองมีลุ้นแตะ 27,000 บาท เผยปัจจัยบวก "เฟด" ขึ้นดอกเบี้ย เศรษฐกิจ "ยุโรป-สหรัฐ" แย่กว่าคาด
นางสาวณัฐฏ์จงกล ปิ่นทอง ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท จีแคป จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทเชื่อว่าราคาทองคำ 96.5% มีโอกาสขึ้นไปแตะ 27,000 บาทต่อบาททองคำได้ หากราคาในตลาดโลกทะลุระดับ 1,325-1,350 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือราว 20,250 บาท ได้สำเร็จ (ณ ค่าเงินบาทที่ 31.7 บาทต่อดอลลาร์) โดยปัจจัยหนุนที่สำคัญคือ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศขึ้นดอกเบี้ยในช่วงไตรมาส 2 นี้ แต่ตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐและยุโรป อาทิ ตัวเลขการจ้างงาน ออกมาแย่กว่าที่คาดไว้ สวนทางกับการขึ้นดอกเบี้ย
แต่ทั้งนี้หากเศรษฐกิจของสหรัฐและยุโรปฟื้นตัวดี หรือเฟดขึ้นอัตราดอกเบี้ยก่อนกำหนด เชื่อว่าราคาทองคำไม่น่าจะต่ำกว่า 18,200 บาทต่อบาททองคำ หรือ 1,180 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ตามหากราคาหลุดระดับ 1,240 ดอลลาร์ต่อออนซ์ มองว่าทิศทางจะเป็นขาลงต่อเนื่อง
“ในช่วงไตรมาส 1 นี้ทิศทางราคาทองคำยังเป็นขาลงอยู่ แต่อย่างไรก็ตามหากเศรษฐกิจของสหรัฐและยุโรปยังไม่ฟื้นตัวอย่างที่คาดและราคาทองคำสามารถปรับตัวขึ้นเหนือ 1,350 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ทิศทางราคาจะกลับเป็นขาขึ้น ทั้งนี้ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามในปีนี้มี 3 เรื่อง ได้แก่ การประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด สถานการณ์ทางเศรษฐกิจของกรีซ และตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของแต่ละประเทศ” นางณัฐฏ์จงกล กล่าว
ขณะที่เป้าหมายของบริษัทในปีนี้ตั้งเป้ายอดขายเติบโต 20-25% จากยอดขายปีก่อนที่ 200,000 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของลูกค้ารายย่อยอีก 70% เป็น 5,000 ราย จากปีก่อนที่ 3,000 ราย และลูกค้ารายใหญ่เพิ่มขึ้นอีก 50% เป็น 1,800 ราย จากปีก่อนที่ 1,200 ราย
“การเพิ่มขึ้นของลูกค้าในปีนี้จะมีปัจจัยหนุนที่สำคัญ คือ การเปิดตัวโปรแกรมซื้อขายออนไลน์ ซึ่งจะเริ่มใช้ได้หลังเทศกาลตรุษจีน ในเดือน ม.ค. นี้ รวมถึงโปรแกรมที่สามารถซื้อขายผ่านสมาร์ทโฟน ซึ่งจะเริ่มใช้ได้ช่วงปลายเดือน เม.ย. นี้ ทั้งนี้เชื่อว่าการเติบโตของลูกค้าจะช่วยให้ส่วนแบ่งทางการตลาดของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 30% จาก 20% ในปีก่อนหรือเป็นอันดับ 4 รองจาก บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด บริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จำกัด บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง คอมโมดิทัซ จำกัด”นางณัฐฏ์จงกล กล่าว
สำหรับช่วงเทศกาลตรุษจีนที่จะถึงนี้คาดว่าราคาทองคำจะสามารถเพิ่มขึ้นกว่า 20,000 บาทต่อบาททองคำ หรือ 1,316-1,325 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 19,750 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาทองคำยังปรับตัวเพิ่มขึ้นไม่มาก เนื่องจากเมื่อสัปดาห์ก่อนมีทั้งปัจจัยลบและบวกที่เข้ามากระทบ โดยปัจจัยลบคือตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐที่ออกมาดี แต่หลังจากนั้นปัญหาเศรษฐกิจของกรีซยังส่งผลให้ราคาทองปรับตัวขึ้นมาได้
"ราคาทองคำในช่วงตรุษจีนคงคึกคักบ้างตามหน้าเทศกาล โดยมองราคาเฉลี่ย 20,000 บาท ซึ่งยังเป็นกรอบราคาไม่สูง เนื่องจากนักลงทุนตอบรับข่าวบวกต่อทองคำตลาดต่างประเทศแล้ว" นางสาวณัฐฏ์จงกล กล่าว
นางสาวณัฐฏ์จงกล กล่าวด้วยว่า มั่นใจว่าบริษัทมีโอกาสทำได้ตามเป้าเนื่องจากบริษัทเพิ่มช่องทางการขายโดยให้บริการซื้อขายออนไลน์ สินค้าทองคำ เริ่มต้นซื้อขายขนาด 5 บาททองคำ ตั้งแต่ช่วงเวลา 8.30 น. -24.00 น. โดยบริการดังกล่าวสามารถซื้อขายทองคำทั้ง 96.5% และ 99.99% โดยสามารถซื้อขายออนไลน์ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต
นอกจากนี้บริษัทยังมั่นใจว่าสามารถทำส่วนแบ่งการตลาดได้ตามเป้าหมาย เนื่องจากมีบริษัทโรงงานผลิตทองคำเป็นของตนเอง ปัจจุบันสามารถผลิตทองคำได้ 1,000 กิโลกรัมต่อวัน นอกจากนี้ยังมีคู่ค้าในต่างประเทศ ซึ่งปีก่อนสามารถส่งออกทองคำได้ถึง 56,000 ล้านบาท โดยมีตลาดหลักอยู่ที่ออสเตรเลีย จึงไม่ต้องกังวลว่าจะมีปัญหาในการซื้อหรือขายทองคำ
ด้านนายกมลธัญ พรไพศาลวิจิต ผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัท จีที เวลธ์ แมเนจเมนท์ จำกัด กล่าวว่า การขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐฯอาจกดดันให้ราคาทองคำปรับตัวลดลง แต่หากเศรษฐกิจทั้งอัตราการว่างงาน และการขยายตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯอยู่ในระดับต่ำ ประกอบกับความเสี่ยงทั้งด้านการเมืองและเศรษฐกิจในสหภาพยุโรปยังไม่คลี่คลายลง ราคาทองคำมีโอกาสจะปรับตัวขึ้นสูงสุดในกรอบบนที่ 21,000-21,500 บาทต่อบาททองคำ ซึ่งโดยส่วนตัวประเมินว่าโอกาสที่ราคาทองจะสูงถึง 27,000 บาทในปีนี้มียากมาก เพราะราคาทองคำในตลาดโลกต้องปรับตัวถึง 1,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์









