วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แม็ทชิ่งทุ่ม700ล.สร้างโรงถ่ายหนัง

“แม็ทชิ่ง แม็กซิไมซ์ โซลูชั่น” ทุ่มงบ 700 ล้าน เดินหน้าลงทุนสตูดิโอถ่ายภาพยนตร์เต็มสูบ ดันมาร์จินเพิ่ม

นายภูมิชาย วัชรพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แม็ทชิ่ง แม็กซิไมซ์ โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ MATCH กล่าวว่า ปีนี้บริษัทจะเน้นลงทุนในสตูดิโอใหม่ ซึ่งถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานของการผลิตภาพยนตร์ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเปิดให้ผู้รับเหมาก่อสร้างยื่นซองประมูลเพื่อก่อสร้างสตูดิโอ บนเนื้อที่ 216 ไร่ อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ เพื่อสร้างเป็นสตูดิโอ 6 แห่งภายในพื้นที่เดียวกัน รวมถึงสร้างฉากจำลองอื่นๆ เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้ผลิตภาพยนตร์จากต่างประเทศ

ทั้งนี้ งบลงทุนสำหรับการสร้างสตูดิโอใหม่อยู่ที่ 700 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินจากการขายหุ้นเพิ่มทุนเมื่อปี 2556 ที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีการลงทุนของบริษัทย่อย คือบริษัท เกียร์เฮด ซึ่งดำเนินธุรกิจให้บริการและให้เช่าอุปกรณ์ในการถ่ายทำภาพยนตร์และโฆษณา โดยจะมีการลงทุนอุปกรณ์เพิ่มเติม คาดจะใช้งบลงทุนประมาณ 150 ล้านบาท และการลงทุนของบริษัท ไทมส์แลปส์ ผู้ผลิต รับจ้าง ตัดต่อ เทคนิคทางภาพ เสียง ภาพยนตร์และสื่อทุกประเภทและทำธุรกิจที่เกี่ยวข้อง

นายภูมิชายกล่าวว่า สตูดิโอแห่งใหม่จะแล้วเสร็จในไตรมาส 1 ปี 2559 และจะเริ่มรับรู้รายได้ทันที ทั้งนี้ ยอมรับว่ารายได้จากสตูดิโอใหม่ไม่ได้ทำให้รายได้ของบริษัทปรับเพิ่มขึ้นมากนัก เบื้องต้นคาดการณ์ไว้ที่ 40-50 ล้นบาทต่อปี แต่ธุรกิจให้เช่าสตูดิโอครบวงจรมีอัตรากำไรสูง ซึ่งบริษัทคาดหวังในความสามารถทำกำไรที่สูงขึ้น มากกว่ารายได้ที่จะเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ยังเป็นการลดความเสี่ยงด้านความผักผันของรายได้ที่ค่อนข้างมีฤดูกาลด้วย

“เมื่อสตูดิโอเสร็จ อัตรากำไรของบริษัทจะเพิ่มมากขึ้นเพราะธุรกิจสตูดิโอมีมาร์จินสูง เช่นเดียวกับธุรกิจโพสโพรดัคชั่น เช่นงานตัดต่อ ซึ่งดำเนินการโดยบริษัท ไทมส์แลปส์ ส่วนธุรกิจผลิตรายการโทรทัศน์ และจัดกิจกรรมทางการตลาดก็ไม่ได้มีมาร์จินสูงมากนัก และเมื่อสตูดิโอแล้วเสร็จในปี 2559 แหล่งที่มาของรายได้บริษัทจะเปลี่ยนมาอยู่ที่ธุรกิจให้เช่าอุปกรณ์ ซึ่งมีสเถียรภาพมากกว่า”

ทั้งนี้ประเมินว่า ในปี 2559 ซึ่งสตูดิโอแห่งใหม่แล้วเสร็จแล้วเริ่มเปิดดำเนินการนั้น สัดส่วนรายได้ของบริษัทจะมาจากธุรกิจให้เช่า 60% ธุรกิจผลิตรายการทีวี 20% และธุรกิจอื่นๆ ประกอบด้วยธุรกิจกิจกรรมทางการตลาด ธุรกิจสิ่งพิมพ์ จะมีสัดส่วนรายได้รวมกัน 20%

นายภูมิชายกล่าวเพิ่มอีกว่า หากสตูดิโอแห่งใหม่ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ผลิตภาพยนตร์ทั้งในและต่างประเทศ บริษัทก็มีแผนจะลงทุนสร้างเพิ่มอีกเป็นเฟสที่ 2 แหล่งเงินลงทุนจะมาจากเครื่องมือทางการเงินอื่นๆ อาทิ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ เพื่อให้เกิดผลกระทบต่อผู้ถือหุ้นให้น้อยที่สุด

เขากล่าวเพิ่มว่า ปี 2558 บริษัทจะมีการเข้าร่วมลงทุนในธุรกิจด้านเทคนิค โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับผู้ประกอบการ 2-3 ราย เร็วๆ นี้น่าจะได้ข้อสรุปก่อน 1 ราย ขนาดรายการประมาณ 100 ล้านบาท ส่วนอีก 1-2 รายก็ยังคงเจรจากันอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ บริษัทวางนโยบายเข้าถือหุ้นในบริษัทต่างๆ 75% เพื่อเข้ามีส่วนร่วมในการบริหารและกำหนดทิศทางธุรกิจ

นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนขยายการลงทุนไปต่างประเทศ โดยเฉพาะในแถบเออีซี แต่ต้องศึกษาโครงสร้างธุรกิจและการให้การสนับสนุนจากภาครัฐประกอบด้วย และล่าสุด บริษัทได้ดำเนินการจัดตั้งสำนักงานในประเทศพม่า เพื่อให้บริการด้านให้เช่าอุปกรณ์ ซึ่งแต่เดิม ผู้ผลิตภาพยนตร์และรายการโทรทัศน์จากประเทศพม่าได้ใช้บริการของบริษัทอยู่แล้ว การไปจัดตั้งสำนักงานก็เพื่อความสะดวกรวดเร็วของลูกค้าและช่วยประหยัดต้นทุนขนส่งอีกด้วย

สำหรับภาพรวมธุรกิจปีนี้ บริษัทคาดว่ารายได้รวมจะเติบโตประมาณ 20-30% ตามการเติบโตของอุตสาหกรรมสื่อ และการลงทุนในธุรกิจให้เช่าอุปกรณ์และธุรกิจตัดต่อภาพยนตร์ที่น่าจะสร้างผลตอบแทนที่ดี อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าปี 2558 ยังมีความเสี่ยงเรื่องภาวะเศรษฐกิจซบเซา ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจของบริษัทเช่นกัน

“แนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 4 ปี 557 คาดว่าจะออกมาในเกณฑ์ที่ดี เนื่องจากผู้ผลิตภาพยนตร์ต่างชาติเริ่มมีความเชื่อมั่นในประเทศไทย และกลับเข้ามาถ่ายทำภาพยนตร์และละครตามปกติ ทำให้ขณะนี้มีการจองเช่าอุปกรณ์เต็มจำนวนที่มีอยู่ และทำสัญญาเช่ายาวไปถึงไตรมาส 1 ปี 2558 ส่วนหนึ่งเป็นเพราะชื่อเสียงของงานให้เช่าอุปกรณ์ถ่ายทำภาพยนตร์ของไทยเป็นที่รู้จัก และยอมรับในการทำงาน”

ทั้งนี้ บริษัทคาดว่าปี 2557 จะมีรายได้มากกว่าปี 2556 ที่มีรายได้ 690 ล้านบาท แต่ยอมรับว่ารายได้ปี 2557 ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ สาเหตุหลักมาจากปัจจัยด้านการเมืองและเศรษฐกิจที่ทำให้ธุรกิจภาพยนตร์ซบเซา โดยงวด 9 เดือนปี 2557 บริษัทมีรายได้รวม 690 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 9.13 ล้านบาท