วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

CK - ซื้อ

รับประโยชน์จากการกลุ่มบริษัทลูก

ประเด็น

- CK มีประเด็นบวกจากการเปลี่ยนแปลงการลงทุนในกลุ่มบริษัทลูกคือ 1) การขายสัดส่วนการลงทุน 30% ของโครงการเขื่อนพลังน้ำไซยะบุรีในประเทศลาวให้กับ CKP ขณะที่ CKP เพิ่มทุนรองรับการซื้อหุ้น 2) ประกาศควบรวมกิจการระหว่าง BMCL และ BECL เพื่อจัดตั้งบริษัทใหม่

ผลกระทบ / ความเห็น

- ประโยชน์ที่ได้รับจากการขายโครงการไซยะบุรี เราคาดประโยชน์ที่ CK จะได้รับหลังการขายหุ้นมี 2 กรณีคือ (1) กำไรจากการขายเงินลงทุนราว 600-800 ล้านบาท (จากสัดส่วนการถือครองโครงการไซยะบุรีที่ 30%จำนวน 805 ล้านหุ้น ให้กับ CKP จะได้รับเงินจากการขายเบื้องต้น 4.3 พันล้านบาท จากข้อมูลเบื้องต้นที่ได้รับจาก CK ซึ่งมีต้นทุนของโครงการราว 3.5 พันล้านบาท) (2) กำไรจากเงินลงทุนเพิ่มขึ้น เนื่องจากปัจจุบัน CK มีบันทึกผลขาดทุนของโครงการไซยะบุรีต่อปีราว 200 ล้านบาท ขณะที่เงินที่ได้รับจากการขายนำไปซื้อหุ้นเพิ่มทุนของ CKP ที่มีสัดส่วนการเพิ่มทุน (0.34:1) 0.34 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ ในราคาหุ้นละ 3 บาทและได้ใบสำคัญแสดงสิทธิ์ (1:1) 1หุ้นใหม่:1ใบสำคัญแสดงสิทธิ์ ราคาใช้สิทธิ์ 6 บาท ซึ่งบริษัทยังคงรักษาระดับการถือครองหุ้นใน CKP เดิมที่ 29.75% โดยใช้เงินลงทุนราว 1.7 พันล้านบาท คาดเหตุการณ์เกิดขึ้นและได้ข้อสรุปที่ชัดเจนใน 2Q58

- หนี้เพิ่มจากการควบรวม BMCL&BECL จากการควบรวมบริษัทระหว่างกันและเกิดการจัดตั้งบริษัทใหม่ที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ภายใน 3Q58 ทำให้ CK ต้องมีการซื้อหุ้น BMCL จาก BECL จำนวน 2 พันล้านหุ้นในราคาหุ้นละ 1.79 พันล้านบาท ซึ่งทาง CK ต้องใช้เงินลงทุนราว 3.6 พันล้านบาท โดยมีที่มาของเงินทุนคือเงินที่ได้รับหลังการขายจากโครงการไซยะบุรีราว 1.7 พันล้านบาท และ CK มีแผนออกหุ้นกู้ราว 1.5-2 พันล้านบาทมารองรับ ขณะเดียวกัน ในแผนการควบรวม CKเตรียมวงเงิน 1 หมื่นล้านบาทเพื่อรองรับกรณีผู้ถือหุ้นที่คัดคานการควบรวมจากผู้ถือหุ้น BMCL และ BECL โดยรับซื้อจาก BMCL ไม่เกิน 8% และ BECL ไม่เกิน 10% โดยยังคงแผนการถือครองหุ้นในบริษัทใหม่ที่สัดส่วนราว 30% เหตุการณ์ดังกล่าวจะมีผลกระทบต่อ CK จากภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้นทั้งจากการออกหุ้นกู้ และกรณีกู้เงินเพิ่มเพื่อรองรับการซื้อคืน

คำแนะนำ / เหตุผล

- เราคาดว่า CK จะได้ประโยชน์จากการขายโครงการไซยะบุรีจากกำไรจากการขายเงินลงทุนซึงคาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วง 2Q58 ทำให้ กำไรต่อหุ้นเพิ่มขึ้น 0.40 บาท ราคาเหมาะสมปรับเพิ่มขึ้นเป็น 32.80 บาท จาก 31.20 บาท อย่างไรก็ตาม จากการเพิ่มเงินลงทุนในบริษัทรวมระหว่าง BMCL และ BECL อาจทำให้ CK มีภาระดอกเบี้ยจ่ายที่ปรับเพิ่ม ทั้งนี้เรามองการขายสินทรัพย์และการควบรวมดังกล่าว จะเป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจของ CK ในระยะยาว คงคำแนะนำ “ซื้อ“