วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

CKP - เก็งกำไร

ประกาศเพิ่มทุน รองรับแผนการลงทุนในระยะยาว

ประเด็น

- ที่ประชุมคณะกรรมการ CKP มีมติ (1) เปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ตราไว้จาก 5 บาท เป็น 1 บาท ทำให้จำนวนหุ้นเปลี่ยนแปลงจาก 1.1 พันล้านหุ้น (Par value 5 บาท) เป็น 5.5 พันล้านหุ้น (Par value 1 บาท) และ (2) เพิ่มทุนจดทะเบียนอีก 3.74 พันล้านหุ้น แบ่งเป็น หุ้นเพิ่มทุนจำนวน 1.87 พันล้านหุ้น จัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม (Right Offering) ตามสัดส่วน 1 หุ้นเดิม ต่อ 0.34 หุ้นใหม่ ในราคา 3 บาท และหุ้นสามัญเพิ่มทุน เพื่อรอบรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิ (warrant) ที่จะซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ CKP ในสัดส่วน 1 หุ้นที่ได้รับการจัดสรร ต่อ 1 warrant โดยราคาใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนอยู่ที่ 6 บาทต่อหุ้น ทำให้ทุนจดทะเบียน CKP เพิ่มขึ้นเป็น 9.24 พันล้านหุ้น โดยบริษัทจะได้ทั้งหมด 1.7 หมื่นล้านบาท (กรณี Fully Dilution และ warrant ได้รับการแปลงสภาพทั้งหมด)

ผลกระทบ / ความเห็น

- ประเมินมูลค่าเหมาะสมหลังเพิ่มทุน 3.58 บาท ด้าน Dilution Effect (กรณี Fully Dilution) เราประเมินว่าการเพิ่มทุนในครั้งนี้ บริษัทจะมี Price Dilution อยู่ที่ 5.9% และมี Earnings Dilution อยู่ที่ 40% จากมูลค่าเหมาะสมเดิมที่เราประเมินไว้ที่ 14.85 บาท และมูลค่าเหมาะสมที่จะเพิ่มขึ้นจากโครงการ XPCL อีก 5.2 บาท (สัดส่วน 30%) ทำให้มูลค่าเหมาะสมของ CKP เพิ่มขึ้นเป็น 20 บาท ผลกระทบจากการปรับมูลค่าตราไว้จาก 5 บาท เป็น 1 บาท และ Price Dilution ที่เกิดขึ้น จะได้มูลค่าเหมาะสมหลังเพิ่มทุนอยู่ที่ 3.58 บาท

- เพิ่มทุนรองรับแผนการลงทุนในระยะยาว บริษัทจะนำเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนบางส่วนไปลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังน้ำ โครงการไซยะบุรี (XPCL) ในส่วนที่ CK ถือหุ้นอยู่ 30% จำนวน 805.83 ล้านหุ้น คิดเป็นเงิน 5,512 ล้านบาท โดยเงินส่วนที่เหลือบริษัทจะใช้เป็นเงินลงทุนในโครงการดังกล่าวจนกว่าจะแล้วเสร็จ รวมทั้งใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน และการลงทุนในโครงการต่างๆ ในอนาคต โดยบริษัทมีเป้าหมายเพิ่มกำลังผลิตเป็น 4,280MW ภายในปี 2563 นอกจากโครงการ XPCL ที่จะเริ่มผลิตไฟฟ้าในปี 2562 แล้ว บริษัทยังมีแผนลงทุนในอีก 3 โครงการสำคัญได้แก่ (1) โครงการบางปะอิน (BIC2) (2) โครงการน้ำบาก (CKP ถือหุ้น 42%) และโครงการ SPP อีก 8 โครงการ รวม 960 เกมะวัตต์ ภายในปี 2563 โดยเงินส่วนที่เหลือจะใช้ลงทุนในโครงการต่างที่กล่าวมาข้างต้น

คำแนะนำ / เหตุผล

- ปรับคำแนะนำเป็น “เก็งกำไร” เราประเมินมูลค่าเหมาะสมใหม่ของ CKP เป็น 20 บาท (ประเมินด้วยวิธี Sum-of-the-part ประกอบไปด้วย โครงการน้ำงึม 2 โครงการบางปะอิน ทั้ง 2 หน่วย โครงการโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ 3 แห่ง และโครงการ XPCL สัดส่วน 30%) โดยมูลค่าหุ้นกลับมามี Upside อีกทั้ง การเพิ่มทุนในครั้งนี้ ทำให้ความกังวลต่อเงินลงทุนในโครงการในอนาคตของบริษัทลดลง ทำให้ CKP ยังคงเป็นหุ้นที่มีโอกาสปรับมูลค่าเหมาะสมเพิ่มในอนาคต ทำให้เราปรับคำแนะนำจาก “ขาย” เป็น “เก็งกำไร”