ผลประกอบการไตรมาส 4/57 เป็นตามคาด
กำไรไตรมาส 4/57 เป็นไปตามคาด
KBANK รายงานกำไรไตรมาส 4/57 ที่ 9.97 พันล้านบาท สูงขึ้น 5% YoY แต่ลดลง 20% QoQ ผลประกอบการเป็นไปตามประมาณการของเรา แต่ต่ำกว่าประมาณการตลาด 4.4% กำไรจากการดำเนินงานที่ไม่รวมสำรองหนี้เสียไตรมาส 4/57 เป็น 17.3 พันล้านบาท สูงขึ้น 9% YoY แต่ลดลง 15% QoQ กำไรปี 2557 ของ KBANK โตขึ้น 12% YoY เป็น 46.2 พันล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 101% ของประมาณการกำไรปี 2557 ของเรา
ประเด็นหลักจากผลประกอบการ
สินเชื่อโต 1.7% QoQ และ 6.1% YoY หนุนโดยสินเชื่อบรรษัท, สินเชื่อ SME และสินเชื่อบ้าน ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยไตรมาส 4/57 เป็น 3.73% สูงขึ้น 5bps QoQ และ 26bps YoY KBANK ตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯสูงขึ้น 28% YoY และ 6% QoQ เป็น 3.9 พันล้านบาท สูงกว่าประมาณการของเราเล็กน้อย สัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวมเป็น 2.24% ณ สิ้นปี 2557 ปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยจาก 2.16% ณ สิ้นเดือนก.ย. ในขณะที่อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หดตัวลงเล็กน้อยเป็น 141.4% ณ สิ้นปี 2557 จาก 142.4% ในช่วงสามเดือนก่อน
รายได้จากค่าธรรมเนียมเพิ่มสูงขึ้น 8% YoY (แต่ลดลง 11% QoQ) เป็น 11.9 พันล้านบาท ตามคาด ค่าใช้จ่ายในไตรมาส 4/57 เป็น 18.1 พันล้านบาท สูงขึ้นมากถึง 22% YoY และ 21% QoQ ส่งผลให้อัตราส่วนต้นทุนต่อรายรับของ KBANK เป็น 51.1% ในไตรมาส 4/57 ลดลงจาก 42.4% ในไตรมาส 3/57 และ 48.3% ในไตรมาส 4/56 เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานขยายตัวเร็วกว่ารายได้จากค่าธรรมเนียม ตามที่กล่าวไว้ข้างต้น
แนวโน้ม
เราคาดว่าธนาคารจะรายงานกำไรเติบโต YoY และ QoQ สำหรับไตรมาส 1/58 หนุนโดยสินเชื่อ SME และ สินเชื่อบรรษัท และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูง สังเกตว่าผู้บริหารได้ประมาณการอัตราส่วนต้นทุนต่อรายรับปี 2558 ที่ 45% ใกล้เคียงกับประมาณการของเรา เราคาดสินเชื่อปี 2558 โต 9% อยู่ในเป้าหมายของธนาคารที่ 8-9%
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป
เนื่องจากกำไร 2557 เป็นไปตามการคาดการณ์ของเรา ส่งผลให้ในขณะนี้เรายังคงประมาณการกำไรปีนี้และปีหน้าไม่เปลี่ยนแปลง
คำแนะนำ
เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ KBANK ด้วยปัจจัยดังต่อไปนี้ 1.) การดำเนินมีประสิทธิภาพมากขึ้น (สัดส่วนต้นทุนต่อรายรับปี 2558 มีแนวโมต่ำกว่าเป้าที่ 45%), 2.) คาดรายได้ค่าธรรมเนียนเติบโตแข็งแกร่งในปี 2558 และ 3.) มีโอกาสที่สินเชื่อปี 2558 จะขยายตัวสูงกว่าประมาณการของเรา ถ้าหากสภาพเศรษฐกิจปรับตัวดีขึ้นเร็วกว่าคาด รวมถึงราคาต่อมูลค่าทางบัญชี (P/BV)ปัจจุบันอยู่ระดับค่าเฉลี่ยระยะยาว








