วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เอกชนชี้เก็บสต็อกยางแทนรัฐ'ลำบาก'

ผู้ประกอบการยางชี้ มาตรการดึงเอกชนรับซื้อยางแทนภาครัฐ หวังพยุงไม่ให้ราคาตกต่ำ 1 ปี ทำได้ยาก

นายหลักชัย กิตติพล นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมยางพาราไทย กล่าวว่า จากการที่นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เชิญภาคเอกชนผู้ส่งออกยางพาราเข้าหารือเพื่อขอความร่วมมือจากเอกชน ให้รับซื้อยางพาราพยุงไม่ให้ราคาตกต่ำ และสต็อกเก็บยางพาราแทนรัฐบาลประมาณ 1 ปี เพราะเชื่อว่าอีกประมาณ 1 ปีราคายางพาราน่าจะปรับตัวดีขึ้น โดยภาครัฐให้เวลา 1 สัปดาห์ เพื่อให้เอกชนไปหาข้อสรุปถึงมาตรการที่จะร่วมกับรัฐบาลที่จะช่วยเหลือพยุงราคายางพาราไม่ให้ตกต่ำไปกว่าที่เป็นอยู่

ดังนั้นในวันที่ 23 ม.ค.นี้ ทางสมาคมจะหารือกับสมาชิก เพื่อตรวจสอบโกดัง ที่จะเก็บสต็อกยางพารา หากจะช่วยรัฐบาลซื้อว่าจะมีโกดังเก็บมากน้อยเพียงใด ส่วนการไล่ซื้อเก็บยางพาราในระดับราคาเท่าไหร่นั้น รัฐบาลจะเป็นผู้กำหนด เบื้องต้นคาดว่าแนวทางที่ให้เอกชนช่วยซื้อยางพาราเก็บระยะเวลา 1 ปี คงเป็นไปได้ยาก เพราะการสต็อกยางพาราถือเป็นความเสี่ยง ยิ่งสต็อกนานยิ่งเสี่ยงมาก รัฐบาลยังไม่ได้ระบุความร่วมมือในฝั่งรัฐบาลว่าให้เอกชนซื้อยางพาราเก็บ 1 ปี จะใช้เงินที่ไหน โกดังที่เก็บสต็อกเป็นของใคร เพราะภาคเอกชนมีโกดัง เก็บยางพาราในจำนวนจำกัด ไม่เพียงพอที่จะสต็อกยางพาราเป็นปี

ส่วนแนวทางที่สามารถทำได้มี 2 แนวทาง หากรัฐบาลอนุมัติและหาทางช่วยภาคเอกชน 1.ให้เอกชนช่วยซื้อยางพาราในราคาที่รัฐบาลกำหนดเพื่อชี้นำตลาด แล้วมาผลิตเป็นยางแผ่นรมควัน เบอร์ 3 และ เบอร์ 4 ขายต่อให้กับองค์การสวนยาง (อสย.) 2.ให้รัฐบาลเร่งรัดการปล่อยเงินกู้ 10,000 ล้านบาท ตามที่ครม.ให้ความเห็นชอบไปแล้วก่อนหน้านี้ เพราะหลัง ครม.อนุมัติวงเงินกู้แล้วจนถึงวันนี้กว่า 4 เดือนแล้ว ยังไม่มีการปล่อยกู้แต่อย่างใด

“ความร่วมมือที่เอกชนจะให้กับรัฐบาลได้เบื้องต้น ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนคือการเป็นมือไม้ให้ทางการซื้อผลิตและขายให้อสย. รัฐบาลกำหนดราคารับซื้อจากเกษตรกรที่ 55 บาทต่อกิโลกรัม เอกชนเป็นมือไม้ให้รัฐบาลซื้อมาผลิตส่งขายให้อสย.ในราคา 60 บาทต่อกิโลกรัม ถือว่าได้ทุกฝ่าย ชาวสวนได้ยางราคาสูงขึ้น เอกชนเป็นเครื่องมือให้รัฐบาลได้ รัฐบาลถือว่าช่วยอุตสาหกรรมยางทั้งระบบไม่ให้ราคาตกต่ำ"นายหลักชัย กล่าว

นายหลักชัย กล่าวว่าราคายางพาราลดลงมามากแล้วตั้งแต่ราคาแตะ 200 บาทต่อกิโลกรัม ขณะนี้เหลือราคาที่ 40 บาท หากราคาน้ำมันลดลงอีก เชื่อว่าราคายางพาราคงไม่ตกต่ำไปกว่าที่เป็นอยู่ ในอนาคตเชื่อว่า ราคายางพาราจะปรับตัวเพิ่มขึ้นแน่ เพราะราคาได้ผ่านจุดต่ำสุดลงไปแล้ว ส่วนการส่งออกปี 2557 ปริมาณคาดว่าจะไม่เพิ่มขึ้น พร้อมๆ กับมูลค่าส่งออกน่าจะลดลงประมาณ 20% จากราคาที่ลดลงมาอย่างต่อเนื่องช่วงที่ผ่านมา