การวางยุทธศาสตร์ท่องเที่ยว2020 เป็น"แผนแม่บท"ด้านท่องเที่ยวครั้งแรกของไทยในครึ่งปีหลัง
ประเด็นที่ต้องจับตา คือ “การบังคับใช้” ว่าจะสามารถทำได้ “ยั่งยืนและต่อเนื่อง” อย่างไร โดยไม่ได้รับผลกระทบหรือเปลี่ยนแปลงหากมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลชุดใหม่หลังการเลือกตั้งต้นปี 2559
อักกพล พฤกษะวัน ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า การผลักดันยุทธศาสตร์ 2020 โดยทำให้แผนแม่บทอยู่ได้ในระยะยาว คือการสร้างความเข้มแข็งให้ “ท้องถิ่น” ทั้งในระดับจังหวัดและลงไปถึงหน่วยย่อยอย่างชุมชน ที่ต้องมีความเป็น “เจ้าของ” และสามารถรับช่วงการบริหารจัดการดูแลที่รัฐบาลปัจจุบันเข้ามาปฏิรูปและวางรากฐานไว้ให้
เพราะแม้ว่านักการเมืองจะเปลี่ยน แต่คนที่อยู่ในชุมชน เป็นเจ้าของทรัพยากรยังเป็นคนเดิม หากท้องถิ่นมีเจตนารมณ์ที่แน่วแน่ในการพัฒนาท่องเที่ยวตามระบบที่วางไว้ ก็จะไม่ได้รับผลกระทบจากฝ่ายบริหารแน่นอน
ในส่วนของการบังคับใช้จากระดับบนลงล่าง จะมี “คณะกรรมการนโยบายท่องเที่ยวแห่งชาติ” หรือ ท.ท.ช.เป็นกลไกสำคัญทำให้เกิด “การขับเคลื่อนเป็นระบบ” ผ่านการทำงานในเชิงบูรณาการระหว่างท่องเที่ยวกับกระทรวงอื่นๆ โดยอาศัยการเป็นคณะทำงานที่มีอำนาจตามบทบัญญัติของกฎหมาย มีรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และมีคณะกรรมการประกอบด้วยกระทรวงที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับภาคการท่องเที่ยวทั้งหมด ที่ต้องรับนโยบายไปสั่งการปฏิบัติ
ดังนั้น ภายใต้การร่างแผนของกระทรวงการท่องเที่ยวปัจจุบัน จึงวางทีมการทำงานเจาะลึก “พื้นที่จริง” เพื่อรับฟังและกำหนดแนวทางตามท้องถิ่นต้องการ แบ่งคณะทำงานออกเป็น 2 ทีม
ทีมแรกจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เริ่มลงสำรวจความคิดเห็นภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับด้านท่องเที่ยว เกี่ยวกับ “การปฏิรูปท่องเที่ยวไทย” ว่าควรเดินหน้าไปอย่างไร ซึ่งจะมีการพิจารณาทุกมิตินับตั้งแต่เรื่องโครงสร้างกระทรวงท่องเที่ยวฯ อาทิ การกำหนดว่าควรจะแยกเป็นเอกเทศหรือรวมกับกีฬาต่อไป รวมถึงการปฏิรูปในเชิงการบริหารจัดการ เพื่อพิจารณาว่าภาคส่วนต่างๆ มีสิ่งที่ต้องการแก้ไขในอุตสาหกรรมนี้ หรือมีข้อแนะนำอย่างไร
การปฏิบัติงานของกลุ่มนี้ เริ่มลงพื้นที่รับฟังและจัดประชุมในกรุงเทพฯ ไปแล้ว ต่อไปจะทยอยลงพื้นที่และจัดประชุมสรุปในหัวเมืองของจังหวัดใหญ่แต่ละภูมิภาค คือ อุดรธานี เชียงใหม่ และกระบี่ ในลำดับต่อไป ซึ่งแต่ละครั้งจะนำผู้มีส่วนเกียวข้องทั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ภาคประชาสังคม นักปราชญ์ท้องถิ่น หอการค้า สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ประจำจังหวัด ฯลฯ เข้าร่วมนำเสนอความคิดเห็น
ทีมที่ 2 นำโดยสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) รับหน้าที่ศึกษาเพื่อวางระบบการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงพื้นที่ (Area Based) ตามแนวคิด “คลัสเตอร์ท่องเที่ยว” ที่เคยมีผลศึกษาไว้ 8 คลัสเตอร์ แต่ในแผนแม่บทระยะแรกจะดึง 5 คลัสเตอร์มานำร่องให้เห็นผลชัดเจนในเชิงปฏิบัติก่อน รูปแบบการทำงาน เน้นลงพื้นที่พูดคุยกับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายในแต่ละ 5 คลัสเตอร์ เพื่อจะได้ข้อสรุปถึงภาพลักษณ์การท่องเที่ยวที่ท้องถิ่นต้องการ และเห็นภาพการพัฒนาในองค์รวมว่าจะต้องวางสินค้าเส้นทางท่องเที่ยวและมีจุดขายอย่างไร ต้องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับอย่างไร เช่น ระบบขนส่ง เส้นทางถนน ฯลฯ รวมไปถึงในแง่การวางแผนพัฒนาบุคลากรไว้ให้พร้อม
“หากขับเคลื่อนได้ตามระบบ นอกจากแต่ละพื้นที่จะมีภาพลักษณ์ที่สะท้อนเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ของตัวเองขึ้นมาเสนอขายได้อย่างภาคภูมิใจ ไม่จำเป็นต้องลอกเลียนการสร้างแหล่งท่องเที่ยวหรือกิจกรรมประเพณีเหมือนที่ผ่านมา ทุกแห่งก็จะมีความพร้อมเชิงกายภาพรองรับการพัฒนาด้วย เช่น มีการจัดโซนนิ่ง ชี้ทิศทางให้เกิดการลงทุนประเภทธุรกิจในทำเลที่เหมาะสม สอดคล้องแผนการวางระบบกำจัดขยะน้ำเสีย และสอดคล้องกับอัตราการรองรับนักท่องเที่ยวที่กำหนดไว้ได้”
ภายใต้แผนคลัสเตอร์ จะมีการกำหนดกระบวนการขับเคลื่อนที่ชัดเจน ในภารกิจที่รัฐและเอกชนรับผิดชอบ หรือร่วมมือกันทำได้ หากมีโครงการใหญ่ที่ต้องอาศัยเม็ดเงินลงทุนสูง เช่น พัทยา ภายใต้แผนการส่งเสริมกลุ่มแอคทีฟบีช ต้องสร้างสนามฝึกซ้อมกีฬาทั้งทางน้ำและบนบก หรือ ภูเก็ต อนาคตต้องการผลักดันให้มีศูนย์ประชุมขนาดใหญ่ หรือกลุ่มรอยัลโคสต์ มีการกำหนดชัดว่าจะเปิดให้เอกชนเข้ามาประมูลสิทธิลงทุน หรือร่วมทุน และกำหนดฝ่ายดูแลบริหาร เป็นต้น
“ที่ผ่านมาหน่วยงานท้องถิ่นอาจพัฒนากันไปคนละทาง เพราะไม่มีแผนแม่บทท่องเที่ยว หากแผนนี้ได้รับการเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี ภายใน 1-2 เดือนนี้ตามกำหนด จะทำให้ทุกฝ่ายมีกรอบในการส่งเสริมพัฒนาท้องถิ่นของตัวเองให้สอดคล้องกับหน่วยงานอื่นๆ และศักยภาพตัวเองที่รองรับได้"
จากนี้ การนำสินค้าท่องเที่ยวไทยเสนอตลาดต่างประเทศ จะมีความเข้มแข็งในเชิงพื้นที่ไม่ต่างจาการไปออกงานเทรดโชว์ต่างประเทศ เราจะเห็นแคว้นต่างๆ ของประเทศชั้นนำด้านการท่องเที่ยวในโลกมาออกบูธด้วยตัวเอง เช่น แคว้นบาวาเรีย ของเยอรนี









