เงินบาทแข็งค่าขึ้น แม้ว่าดัชนีหุ้นไทยปรับลดลง จากความกังวลเกี่ยวกับการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก
สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท
-เงินบาทแข็งค่าขึ้นตามทิศทางเงินเยนและสกุลเงินส่วนใหญ่ในเอเชีย (แม้นักลงทุนต่างชาติจะขายสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทยในระหว่างสัปดาห์) ขณะที่ ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่อ่อนแอกว่าที่คาด ก็เพิ่มแรงกดดันต่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และค่าเงินดอลลาร์ฯ ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ฯ ยังคงเป็นภาพต่อเนื่องในช่วงปลายสัปดาห์ หลังจากธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ประกาศยกเลิกเพดานอัตราแลกเปลี่ยนที่ระดับ 1.20 ฟรังก์ต่อยูโร ซึ่งเป็นการดำเนินการที่สร้างความประหลาดใจให้กับตลาดการเงินโลก
-สำหรับในวันศุกร์ (16 ม.ค.) เงินบาทอยู่ที่ 32.63 เทียบกับระดับ 32.88 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (9 ม.ค.)
สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ถัดไป (19-23 ม.ค. 2558) เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 32.50-32.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยจุดสนใจของตลาดการเงินทั่วโลก น่าจะอยู่ที่ผลการประชุมนโยบายการเงินของ ECB (22 ม.ค.) ซึ่งอาจมีมติเริ่มเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาล ตลอดจนตัวเลขจีดีพีประจำไตรมาส 4/57 ของจีน ซึ่งอาจยังคงอ่อนแอต่อเนื่อง ขณะที่ ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญในระหว่างสัปดาห์ ประกอบด้วย ตัวเลขตลาดที่อยู่อาศัย (ยอดขายบ้านมือสอง การเริ่มสร้าง/ขออนุญาตก่อสร้าง) และดัชนี PMI ภาคการผลิตในเดือนม.ค. (ข้อมูลเบื้องต้น) นอกจากนี้ นักลงทุนอาจจับตาสถานการณ์การเมืองของกรีซในช่วงนับถอยหลังเข้าสู่การเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 25 ม.ค. ด้วยเช่นกัน
สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย
-ดัชนี SET ปรับลดลง จากความกังวลเกี่ยวกับการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก โดยดัชนีปิดที่ระดับ 1,517.74 จุด ลดลง 0.76% จากสัปดาห์ก่อน มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันลดลง 7.53% จากสัปดาห์ก่อน มาที่ 42,336.35 ล้านบาท ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 749.36 จุด เพิ่มขึ้น 1.48% จากสัปดาห์ก่อน
-ดัชนีตลาดหุ้นไทยฟื้นตัวขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ จากแรงซื้อหุ้นกลับของนักลงทุน ก่อนที่จะปรับลดลงในช่วงกลาง-ปลายสัปดาห์ โดยได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่กลับมาปรับตัวลดลง การที่ธนาคารโลกปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจโลก รวมทั้ง ความกังวลต่อความผันผวนของกระแสเงินทุนโลกที่เพิ่มขึ้นภายหลังจากธนาคารกลางสวิตเซอร์แลนด์ได้ยกเลิกการผูกค่าเงินไว้กับยูโร
สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ถัดไป (19-23 ม.ค.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด และบริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีมีโอกาสปรับตัวลดลงต่อเนื่อง โดยยังคงได้รับแรงกดดันจากการอ่อนตัวของราคาน้ำมัน ก่อนคาดว่าดัชนีจะฟื้นตัวขึ้นจากความคาดหวังเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของ ECB ขณะที่ เครื่องชี้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ต้องติดตาม ได้แก่ เครื่องชี้ภาคอสังหาริมทรัพย์ ขณะเดียวกัน คงต้องติดตามการรายงานจีดีพีประจำไตรมาส 4/57 ของจีน รวมทั้ง ข้อมูลภาคการผลิตในยูโรโซน และจีนที่จะมีการทยอยประกาศ









