สรุปสภาวะตลาดสหรัฐและยุโรป (8 - 14 ม.ค. 2558) : สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐ ปรับตัวลง โดย DJIA -0.9% จากแรงขายหุ้นกลุ่มพลังงาน ในทิศทางเดียวกับราคาน้ำมันดิบ NYMEX ที่ลดลงหลัง Goldman Sachs ปรับลดคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบ NYMEX ปี 2558 ลงเหลือ US$47.15/barrel จากเดิมที่ US$73.75/barrel ในขณะที่ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวขึ้น DAX +3.1%, CAC ฝรั่งเศส +2.7% มีเพียง FTSE -0.5% หลังพรรคฝ่ายค้าน Syriza ชูแคมเปญ หากได้จัดตั้งรัฐบาล จะคงนโยบายการเป็นสมาชิกในกลุ่มอียู
สรุปสภาวะตลาดหุ้นจีน (8 - 14 ม.ค. 2558) : สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นจีนปรับตัวขึ้นลง 4.5% ความกังวลต่อการปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องของตลาดหุ้นที่อาจสูงเกินไปเมื่อเทียบกับการขยายตัวของเศรษฐกิจ ทั้งนี้กลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น Tongling Non ferrous Mteals, Yunnan Copper Industry ปรับตัวลงแรง หลังราคาทองแดงปรับตัวลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปีครึ่ง แม้ว่าตัวเลขเศรษฐกิจอย่างยอดส่งออกเดือน ธ.ค.จะออกมาดีกว่าที่ตลาดคาดก็ตาม
สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา (8 - 14 ม.ค. 2558) : SET INDEX บรรยากาศการลงทุนในเอเชียที่เป็นบวก หลังจีนรายงานตัวเลขส่งออกเดือนธ.ค.ออกมาดีกว่าคาด บวก นำโดยแรงซื้อในกลุ่มธนาคารอย่าง BAY +39.2%, KBANK +2.8%, อย่างไรก็ตามการปรับตัวขึ้นจำกัด เนื่องจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ยังคงผันผวน ส่งผลให้ SET INDEX ปิดที่ระดับ 1,523.34 จุด เพิ่มขึ้น 22.49 จุด หรือ +1.50% ณ วันที่ 14 ม.ค.
สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า (16 - 22 ม.ค. 2558) : MBKET ให้น้ำหนักกับการลงทุนเป็น “กลาง” ต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อนหน้า ทั้งนี้ SET INDEX จะมีทิศทางที่ชัดเจนในด้านใดด้านหนึ่ง ขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานของหุ้นธนาคารขนาดใหญ่ที่จะประกาศในวันที่ 19-21 ม.ค.
• หากออกมาดีกว่าคาด เชื่อว่า SET INDEX จะกลับมาเป็นทิศทางขาขึ้น ไต่ระดับขึ้นทดสอบ 1,550 จุด
• แต่หากออกมาใกล้เคียงหรือต่ำกว่าคาด อาจกลายเป็นแรงกดดัน SET INDEX ย่อตัวลงทดสอบแนว 1,515-1,520 จุด
จะเห็นได้ว่า Downside risk ของ SET INDEX ในสัปดาห์หน้าเป็นไปอย่างจำกัด เพราะปัจจัยบวกในต่างประเทศที่สำคัญคือ การประชุม ECB ในวันที่ 22 ม.ค.นี้ มีความเป็นไปได้สูงที่ ECB จะเพิ่มพันธบัตรรัฐบาลของประเทศสมาชิกในกลุ่มอียู เข้าไปในประเภทของสินทรัพย์ที่จะเข้าซื้อ เพื่อลดความเสี่ยงต่อภาวะเงินฝืดในกลุ่มอียู
ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุน MBKET ยังคงแนะนำ “Contrarian Trading คือ ขึ้นแรงขาย / ลงแรงซื้อ” หุ้นที่คาดว่าผลการดำเนินงานใน 4Q57 จะเติบโตเด่น และ/หรือ ผลตอบแทนเงินปันผลงวดนี้จะสูงระดับ 5% ขึ้นไปเป็นทางเลือกกรณีต้องการพักเงินช่วงสั้น เพื่อปิดความเสี่ยงตลาดที่มีแนวโน้มผันผวน
ปัจจัยสำคัญในสัปดาห์หน้า ได้แก่
1. การประชุม ธนาคารกลางที่สำคัญ
a. BoJ: วันที่ 21 ม.ค. คาดว่า BoJ จะส่งสัญญาณพร้อมเพิ่มมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเข้าไปในระบบ หลังอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มไม่ถึงเป้าหมายที่วางไว้ 2.0% จากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลงและทรงตัวในระดับต่ำ
b. ECB: วันที่ 22 ม.ค. เราและตลาดคาดการณ์ว่า ECB จะตัดสินใจเพิ่มประเภทของสินทรัพย์ในการเข้าซื้อ น่าจะเป็นพันธบัตรรัฐบาลของประเทศสมาชิก รวมถึงรายละเอียดของพันธบัตรเป้าหมาย เช่น อันดับความน่าเชื่อถือ, อายุพันธบัตร, วงเงินในส่วนนี้ เป็นต้น
2. ติดตามการลงมติถอดถอน นายสมศักดิ์ - นายนิคม - น.ส.ยิ่งลักษณ์ โดย สนช. วันที่ 23 ม.ค.
3. ติดตามการประกาศงบ 4Q57 ของกลุ่มธนาคารระหว่างวันที่ 16-21 ม.ค. โดยเฉพาะอย่างยิ่ง KBANK / SCB ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดถึงภาพรวมผลการดำเนินงานของตลาดหุ้นไทยใน 4Q57 และเศรษฐกิจไทยในไตรมาสสุดท้ายของปี 2557
4. ติดตามการประชุมคณะทำงานไทย - จีน วันที่ 20-22 ม.ค. เพื่อพิจารณารายละเอียดในโครงการรถไฟรางคู่ หนองคาย - มาบตะพุด - กทม.
5. ติดตามการประชุมครม. วันที่ 20 ม.ค. อาจมีการพิจารณารายละเอียดโครงการรถไฟฟ้า 3 เส้นทาง เหลือง - ชมพู - ส้ม
6. ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ GDP ใน 4Q57 ของจีน, ผลผลิตอุตฯ ของญี่ปุ่น, อัตราเงินเฟ้อของอียู, อัตราการว่างงาน ของอังกฤษ และ อัตราเงินเฟ้อ ของสหรัฐ
-------------------------------------------------------------
ที่มา...บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็งฯ









