"โออิชิ" เตรียมดันธุรกิจอาหารแช่เย็นแช่แข็งให้โต 5 เท่าตัว แตะ 2,000 ล้าน ใน 5 ปี พร้อมรุกส่งออกไปเพื่อนบ้าน
นายไพศาล อ่าวสถาพร รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจอาหาร บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจร้านอาหาร เปิดเผยถึงแผนการดำเนินธุรกิจต่อจากนี้ว่า บริษัทเตรียมจะผลักดันรายได้จากอาหารแช่เย็นและแช่แข็งให้เติบโตขึ้นถึง 5 เท่า จากยอดขายปีก่อนที่ 400 ล้านบาท เป็น 2,000 ล้านบาท ในปี 63 เนื่องจากเห็นโอกาสในตลาดอาหารพร้อมทานทั้งแช่เย็นและแช่แข็งมูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท ที่เติบโตดีขึ้นอย่างต่อเนื่องปีละ 15-20% ตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่นิยมความสะดวกสบาย
”การผลักดันรายได้ดังกล่าวเป็นการดำเนินตามวิสัยทัศน์บริษัท ที่ตั้งเป้าหมายจะมีรายได้รวมในกลุ่มอาหารทั้งหมด 13,000 ล้านบาทในปี 63 โดยแบ่งเป็นรายได้จากร้านอาหาร 8,000 ล้านบาท อาหารแช่แย็นและแช่แข็ง 2,000 ล้านบาท และส่งออก 2,000 ล้านบาทและจะเริ่มส่งออกครั้งแรกในปีนี้ ไปยังประเทศเพื่อนบ้าน,ญี่ปุ่น รวมถึงยุโรปด้วย”
ล่าสุดบริษัทได้พัฒนาข้าวกล่องแช่เย็นพร้อมรับประทาน แบรนด์โออิชิเทรนดี้ ขึ้นมาจำหน่ายในซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วประเทศ ขณะเดียวกันยังเตรียมเจรจาเพื่อขยายช่องทางจำหน่ายอาหารแช่เย็นและและแข็ง เช่นแซนวิชหรือสินค้าอื่นๆ กับพันธมิตรรายอื่นเพิ่มเติม จากขณะนี้ที่จำหน่ายในร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่นเท่านั้น
พร้อมกันนี้ยังได้ปรับแผนการตลาด โดยหันมาใช้โปรโมชั่นชิงรางวัลท่องเที่ยวเป็นครั้งแรก จากปกติที่จะมีแต่โปรโมชั่นลดราคา เพื่อกระตุ้นการบริโภคและสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็ว โดยจะเริ่มต้นกิจกรรมแรกในไตรมาสที่ 3 ปีนี้ เพื่อชิงโชคไปเที่ยวญี่ปุ่นฟรี
นอกจากนี้บริษัทได้ทุ่มงบลงทุนกว่า 1,000 ล้านบาท เพื่อสร้างครัวกลางขยายกำลังการผลิตอาหารทุกกลุ่ม ขึ้นในจังหวัดชลบุรี บนพื้นที่ 195 ไร่ ซึ่งเป็นครัวกลางขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่สามารถรองรับกำลังการผลิตทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศได้อีก 10 ปี
สำหรับภาพรวมการดำเนินธุรกิจทั้งบริษัทปีนี้ จะยังคงทำการตลาดเข้มข้น เนื่องจากมองว่ากำลังซื้อในประเทศยังชะลอตัวอยู่ โดยบริษัทตั้งเป้าหมายรายได้ตลอดทั้งปีที่ 8,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 1,000 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้ธุรกิจร้านอาหาร 7,500 ล้านบาท และอาหารแช่เย็นและแช่แข็ง 500 ล้านบาท ซึ่งได้เตรียมทุ่มงบการตลาดกระตุ้นยอดขายไว้ 400 -500 ล้านบาท เน้นทำประชาสัมพันธ์แบรนด์ให้ให้เข้มแข็งเป็นหลัก ขณะที่การทำโปรโมชั่นจะเลือกปรับตามแต่ละสาขาและจะเลือกใช้โปรโมชั่นราคาเพื่อกระตุ้นเป็นช่วงเวลาเท่านั้น









