วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เกษตรฯเสนอ'นบข.'ปรับโครงสร้างผลิตข้าว

เกษตรฯ-พาณิชย์จับมือถกแผนปรับโครงสร้างการผลิตข้าว เร่งปรับสมดุลการผลิตและการตลาด เตรียมเสนอนบข.สิ้นเดือนนี้

นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่าขณะนี้ได้ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ เพื่อหาข้อสรุปแผนปรับโครงสร้างการผลิตข้าว ซึ่งมีเป้าหมายดำเนินการใน 4 โครงการหลัก โดยจะดำเนินการตั้งแต่ปี 2558 - 2562 ได้แก่ 1.การปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและคุณภาพผลผลิต พื้นที่เป้าหมายรวม 2.6 ล้านไร่ 2.โครงการส่งเสริมการผลิตข้าวตลาดเฉพาะ พื้นที่ 2.5 แสนไร่ 3. โครงการลดรอบการปลูกข้าวเป้าหมาย 4 ล้านไร่ 4.โครงการปรับเปลี่ยนการปลูกข้าวเป็นเกษตรกรรมทางเลือก (เกษตรผสมผสาน) 1.20 ล้านไร่ และ 5. โครงการปรับเปลี่ยนเป็นการปลูกอ้อย 4.5 ล้านไร่ ซึ่งโครงการนี้ค่อนข้างมีความชัดเจนถึงพื้นที่เป้าหมายดำเนินการใน 2 ปี แรก (2558 - 2559) จะปรับเปลี่ยนข้าวไปปลูกอ้อยประมาณ 7 แสนไร่ เนื่องจากมีโรงงานน้ำตาลรองรับผลผลิต

กระทรวงเกษตรฯ จะนำข้อมูลที่ได้จากการหารือ มาประกอบกับ แผนการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีเป้าหมายหลัก ได้แก่ กลุ่มพันธุ์ ข้าวขาว กลุ่มพันธุ์ข้าวหอมปทุม กลุ่มพันธุ์ข้าวหอมมะลิ และกลุ่มพันธุ์ข้าวเหนียว พื้นที่เป้าหมายดำเนินการ ข้อมูลเกษตรกรที่ต้องการปรับเปลี่ยนการเพาะปลูก ซึ่งมีการสำรวจความต้องการไว้เบื้องต้นเรียบร้อยแล้ว มาพิจารณาร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ซึ่งจะมีข้อมูลสต็อกข้าว ข้อมูลการส่งออกที่ผ่านมาและแผนการส่งออกของภาคเอกชน การใช้บริโภคภายในประเทศ โดยเฉพาะข้อมูลด้านการตลาดของข้าวตลาดเฉพาะ เพื่อให้ได้ข้อมูลความต้องการบริโภคที่แท้จริง

ทั้งนี้ ข้อมูลทั้งหมดต้องมีความชัดเจนภายในวันที่ 23 ม.ค. 2558 เพื่อเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและการบริหารจัดการข้าว (นบข.) ภายในสิ้นเดือนนี้

“ปัจจุบันผลผลิตข้าวยังคงเกินกว่าความต้องการ 4.43 ล้านตัน หรือ 2.92 ล้านตันข้าวสารต่อปี จำเป็นต้องลดพื้นที่การปลูกข้าว พื้นที่ประมาณ 5.7 ล้านไร่ และบริหารจัดการโดยลดปริมาณข้าวคุณภาพต่ำ เพิ่มข้าวคุณภาพดีเข้าสู่ตลาด รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต เพื่อให้การผลิตข้าวสอดคล้องกับความต้องการของตลาด ”นายชวลิต กล่าว

นายสมปอง อินทร์ทอง ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงการดำเนินงานตามมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้มีรายได้น้อยปี 2557/2558 ไร่ละ 1,000 บาท รายละไม่เกิน 15 ไร่ ว่าขณะนี้จากจำนวนการขึ้นทะเบียนชาวนาที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์รับรองแล้วมีประมาณ 3.7 ล้านครัวเรือน โดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้จ่ายเงินชดเชยให้แล้ว 3.4 ล้านครัวเรือน คิดเป็น 3.7 หมื่นล้านบาท คาดจะทยอยจ่ายแล้วเสร็จภายในเดือนม.ค.นี้

ส่วนการจ่ายเงินชดเชยตามที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) สุ่มตรวจพบ ได้สั่งให้กรมส่งเสริมการเกษตรร่วมกับ ธ.ก.ส. ตรวจสอบนิยามองค์ประกอบการทำนาว่า ต้องประกอบด้วยอะไรบ้าง ลงพื้นที่ตรวจสอบรายแปลงว่ามีการทำนาจริงหรือไม่ หากไม่มีการทำนาจริงหรือไม่ตรงตามองค์ประกอบจะต้องเรียกเงินคืน และตรวจสอบว่าการกระทำผิดเกิดขึ้นโดยทุจริตร่วมกับเจ้าหน้าที่โครงการฯหรือไม่ หากเป็นการทุจริตจะทำการฟ้องร้องตามกฎหมายต่อ