วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ต่างชาติแห่จีบไทยลงทุน'ก่อสร้าง'

ต่างชาติแห่จีบไทยลงทุน "ก่อสร้าง" วอนรัฐตั้งหน่วยงานรับรองมาตรฐานจัดเกรดผู้ประกอบการลงทุน

สถาบันก่อสร้างฯ ระบุต่างชาติแห่จีบไทยไปลงทุนต่างประเทศ ชี้ปัญหาใหญ่ขาดหน่วยงานรับรองมาตรฐาน เสียเปรียบประมูลงานต่างชาติ คาดปี 58 มูลค่าก่อสร้างทะลุ 1 ล้านล้านบาท สูงกว่าปี 57 ที่มีมูลค่า 9.5 แสนล้านบาท

นายจักรพร อุ่นจิตต์ ผู้อำนวยการ สถาบันการก่อสร้างแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันได้มีต่างชาติเข้ามาชักชวนผู้ประกอบการก่อสร้าง และผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างของไทย ให้ออกไปลงทุนในต่างประเทศเป็นจำนวนมาก ล่าสุดได้มีกลุ่มผู้ประกอบการก่อสร้างจากรัสเซียกว่า 10 ราย ได้เดินทางมาเยือนประเทศไทย เพื่อเสนอขายสินค้าวัสดุก่อสร้างโดยเฉพาะเหล็ก และเครื่องจักรในอุตสาหกรรมก่อสร้าง รวมไปถึงระบบรักษาความปลอดภัย และชักชวนนักลงทุนไทยให้เข้าไปลงทุนในรัสเซีย

“ในช่วง 1-2 ปีนี้ ประเทศรัสเซียได้ให้ความสนใจประเทศไทยมาก โดยในอุตสาหกรรมก่อสร้างนั้น ประเทศรัสเซียมีจุดเด่นในเรื่องของเหล็ก และการผลิตเครื่องจักรที่มีความทนทานสูง และราคาไม่แพง โดยเฉพาะในช่วงนี้ เป็นโอกาสดีที่ค่าเงินรูเบิลของรัสเซียอ่อนตัวลงมาก ทำให้เป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยในการออกไปลงทุนซื้อเครื่องจักร และเทคโนโลยีก่อสร้าง ส่วนในการเข้าไปลงทุนโครงการอสังหาริมทรัพย์ควรชะลอไว้ก่อน จนกว่าที่เศรษฐกิจรัสเซียจะกลับมาฟื้นตัว หลังจากนี้จะหารือกับภาคเอกชนในการเปิดตลาดรัสเซีย ขั้นต้นจะเริ่มจากการค้าขายวัสดุก่อสร้างก่อนไปสู่การซื้อเทคโนโลยี และการลงทุนร่วมกัน” นายจักรพร กล่าว

นอกจากนี้ กลุ่มประเทศในเอเชียใต้ โดยเฉพาะประเทศภูฏาน ได้ชักชวนไทยให้เข้าไปลงทุนก่อสร้างโครงการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำและลงทุนตั้งโรงงานผลิตวัสดุก่อสร้างที่ทำจากซีเมนต์ ขณะที่ประเทศอื่นๆในภูมิภาคนี้ เช่น อินเดีย ปากีสถาน และศรีลังกา ต้องการให้ไทยเข้าไปร่วมลงทุนก่อสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน ขณะที่ฟิลิปปินส์ เอเชียกลาง แอฟริกาใต้ และอเมริกาใต้ มาชักชวนไทยไปลงทุนเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม อุปสรรคสำคัญของนักลงทุนไทย ก็คือ การขาดหน่วยงานรับรองและการจัดเกรดผู้ประกอบการก่อสร้าง ทำให้ผู้ประกอบการไทยออกไปประมูลงานก่อสร้างในต่างประเทศได้ยาก เพราะส่วนใหญ่มีข้อกำหนดต้องผ่านการลงทะเบียนในหน่วยงานรับรอง และมักจะระบุเกรดผู้ที่จะเข้าประมูล ว่ามีความสามารถรองรับขนาดโครงการได้มากแค่ไหน

“ในปัจจุบันกรมโยธาธิการและผังเมือง ได้มีการขั้นทะเบียน และจัดระดับชั้นผู้รับเหมาก่อสร้าง แต่เป็นระบบที่ใช้ภายในกรมโยธาฯในการพิจารณาคัดเลือกผู้รับเหมา แต่ไม่ได้รับรองระบบของทั้งประเทศ ซึ่งการขาดหน่วยงานรับรองนี้ทำให้ไทยเสียเปรียบในการประมูลนอกประเทศมาก ต่างจากประเทศมาเลเซียที่มีการจัดตั้งองค์การดังกล่าวมานานแล้ว ทั้งๆที่มีเทคโนโลยีและความสามารถในการก่อสร้างที่เท่าเทียมกัน” นายจักรพร กล่าว

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ภาคเอกชนต้องการให้รัฐช่วยเหลือ นอกเหนือจากการตั้งหน่วยงานรับรองแล้ว ก็อยากให้รัฐบาลช่วยเหลือในเรื่องการยกเว้นภาษีการนำเงินผลกำไรกลับประเทศ และยกเว้นภาษีการนำเครื่องจักรกลับประเทศ เพราะในการก่อสร้างบางประเทศผู้ประกอบการจะนำเครื่องจักรจากประเทศไทยออกไปใช้ในต่างประเทศ แต่เมื่อนำเครื่องจักรกลับก็จะถูกเก็บภาษี จนทำให้บางรายต้องขายเครื่องจักรทิ้ง

สำหรับการลงทุนก่อสร้างภายในประเทศไทยปี 2557 ที่คาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 9.5 แสนล้านบาท ขยายตัว 0-1% เมื่อเทียบกับปี 2556 ส่วนในปี 2558 คาดว่าจะมีมูลค่าสูงกว่า 1 ล้านล้านบาท ขึ้นอยู่กับโครงการลงทุนภาครัฐ เพราะการลงทุนของภาคเอกชนจะเดินตามการลงทุนของภาครัฐ จะเห็นผลหลังจากการลงทุนของภาครัฐประมาณ 1-2 ไตรมาส