ได้ประโยชน์ไม่มาก
ประเด็น
คณะกรรมการบริหารนโยนบายพลังงาน (กบง) มีมติปรับโครงสร้างราคา LPG เพื่อสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง โดยกำหนดราคาตั้งต้นของ LPG ของผู้ใช้ทุกกลุ่ม ทั้งภาคครัวเรือน ขนส่ง อุตสาหกรรม และปิโตรเคมี ในราคาเดียวกัน โดยใช้วิธีเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนัก (LPG Pool) ในอัตรา 488 เหรียญต่อตัน เพื่อให้ได้ราคาตั้งต้นของก๊าซฯ LPG สะท้อนต้นทุนการจัดหา และใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นกลไกบริหารจัดการด้านราคาก๊าซฯ LPG โดยแนวทางดังกล่าวจะมีผลตั้งแต่ 2 ก.พ. ขณะที่ราคา LPG ขายปลีกยังคงเดิมที่ 24.16 บาทต่อกิโลกรัม (ที่มา:กรุงเทพธุรกิจ)
ผลกระทบ / ความเห็น
เลือกปรับในช่วงเวลาที่เหมาะสม – การประกาศปรับโครงสร้างราคา LPG ทั้งระบบของภาครัฐฯ ถือเป็นจังหวะที่ดี เนื่องจากราคา LPG (CP Price) ลดลงกว่า 46% เหลือ 443 เหรียญต่อตัน (CP Price เดือน ม.ค. 58) ตามทิศทางของราคาน้ำมันดิบ การประกาศปรับราคา LPG ในครั้งนี้ จะทำให้ราคา LPG หน้าโรงแยกฯ ปรับเพิ่ม 50% เป็น 498 เหรียญ จากราคาเดิมที่ถูกกำหนดคงที่ไว้ในอัตรา 333 เหรียญ ขณะที่ราคาขาย LPG หน้าโรงกลั่นปรับใช้สูตรราคาส่วนลด 20 เหรียญจากราคา CP (CP-20) จากเดิมที่โครงสร้างราคาเป็นสัดส่วนระหว่างราคา CP และราคาหน้าโรงแยกฯ เดิม ในสัดส่วน 76% ต่อ 24% ผลจากการปรับสูตรราคาดังกล่าวไม่มีนัยสำคัญต่อผลประกอบการกลุ่มธุรกิจการกลั่น เนื่องจากจะทำให้ราคาขาย LPG ของกลุ่มโรงกลั่นปรับเพิ่มจาก 417 เหรียญ เป็น 423 เหรียญ สะท้อนกลับมาที่ค่าการกลั่นเพียง 2% ขณะที่สัดส่วนการผลิต LPG ของธุรกิจการกลั่นในประเทศอยู่ที่ 3% เท่านั้น
ได้ประโยชน์ไม่มากอย่างที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ – ผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับลดลง ทำให้กลุ่ม PTT ได้ประโยชน์ไม่มากเหมือนที่เคยประเมินไว้ก่อนหน้านี้ เราประเมินว่า (1) PTT จะมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 8.1 พันล้านบาทต่อปี จากการปรับราคา LPG หน้าโรงแยกก๊าซฯ คิดเป็น 10.3% ของประมาณการกำไรสุทธิปี 2558 และได้มูลค่าเหมาะสมเพิ่ม 24 บาท เพิ่มขึ้น 6.6% และ (2) PTTGC จะมีกำไรสุทธิเพิ่ม 942 ล้านบาทต่อปี (คิดเป็น 3.4% ของกำไรสุทธิปี 2558) จากผลของการปรับราคาโครงสร้างราคา LPG และลดการส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมัน 1 บาทต่อกิโลกรัม ในส่วนของธุรกิจปิโตรเคมี และได้มูลค่าเหมาะสมเพิ่มอีก 1.9 บาท เพิ่มขึ้น 3% ขณะที่กลุ่มธุรกิจการกลั่น (BCP IRPC และ TOP) ได้ประโยชน์ไม่มากจากการปรับครั้งนี้
คำแนะนำ / เหตุผล
คงประมาณการเดิม ยังมีความเสี่ยงจากราคาน้ำมันที่อ่อนแอ – กลุ่ม PTT ถูกคาดหมายจะได้ประโยชน์จากการปฏิรูปพลังงาน สะท้อนจากราคาหุ้นที่ปรับเพิ่ม 1% - 5% เมื่อเทียบกับราคาปิดสิ้นปี 2557 อย่างไรก็ตามราคา LPG ที่ปรับลดลง ตามทิศทางของราคาน้ำมันดิบ ทำให้ประโยชน์ที่กลุ่ม PTT ที่ได้รับไม่มากเหมือนที่เราและ Consensus ประเมินไว้ก่อนหน้านี้ อีกทั้งระยะสั้นกลุ่ม PTT ยังคงเผชิญกับความเสี่ยงจากราคาน้ำมันดิบที่ลดลง เราจึงยังไม่ปรับประมาณการจากปัจจัยบวกกรณีดังกล่าว เนื่องจาก (1) นัยสำคัญต่อปัจจัยบวกดังกล่าวมีนัยสำคัญไม่มาก และ (2) ยังมีความเสี่ยงถูกปรับลดประมาณการจากราคาน้ำมันดิบที่ยังคงปรับลดลง (สมมติฐานราคาน้ำมันดิบปี 2558 อยู่ที่ 65 เหรียญต่อบาร์เรล) ทำให้เรายังคงมูลค่าเหมาะสมและประมาณการกำไรสุทธิปี 2558 ของกลุ่ม PTT ไว้เท่าเดิม









