เบคโก้ ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าตุรกี เชื่อมั่นศักยภาพเศรษฐกิจไทย หนุนผุดโรงงานมูลค่า 3.2 พันล้าน ชูฐานส่งออก
นายเลแวนต์ ชาคึโอลู ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เซลิก เอเอส จำกัด ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้ “เบคโก้” จากตุรกี เปิดเผยว่า บริษัทจะลงทุน 3,200 ล้านบาท สร้างโรงงานผลิตในไทย เพื่อทำตลาดในประเทศและส่งออก คาดว่าจะสามารถเปิดสายการผลิตได้ปลายปีนี้ และเริ่มส่งออกต้นปี 2559
"เราเชื่อมั่นในศักยภาพของไทย ทั้งเศรษฐกิจ เครือข่ายอุตสาหกรรมสนับสนุนที่แข็งแกร่ง ทำเลที่ตั้งที่เป็นศูนย์กลางของภูมิภาคอาเซียน รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานที่ดี ประกอบกับสิ่งจูงใจในการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน และให้ความสำคัญกับการก่อสร้างโรงงานในระดับเร่งด่วนพิเศษ เพื่อให้เดินสายการผลิตได้ในช่วงสิ้นปี"
ช่วงแรกโรงงานดังกล่าวจะผลิตตู้เย็น โดย 90% ของการผลิตจะส่งออกไปยัง อาเซียน อาทิ ฟิลิปปินส์ เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย รวมถึงออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์
นายเลแวนต์กล่าวว่า ในช่วง 3 ปีจากนี้ ตั้งเป้ายอดขายในภูมิภาคนี้ 1.6 หมื่นล้านบาท และในจำนวนนี้เป็นรายได้จากการส่งออกสินค้าจากไทย 1 หมื่นล้านบาท
"การที่มีโรงงานในไทย ทำให้สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดในภูมิภาคนี้ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นปัจจัยที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายในการสร้างความสำเร็จในเออีซี ซึ่งเป็นภูมิภาคที่เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก”
สำหรับโรงงานแห่งนี้ถือว่าเป็นโรงงานแห่งที่ 15 ของกลุ่ม ตั้งอยู่ในเขตประกอบการอุตสาหกรรมเหมราชระยอง เนื้อที่ 164 ไร่ กำลังผลิต 5 แสนเครื่องต่อปี ภายในช่วง 3 ปีจากนี้ และในอนาคตยังมีแผนเพิ่มการผลิตสินค้ากลุ่มเครื่องปรับอากาศต่อไป
นายเทวัญ เลียวบุรินทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไตตันโค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้แทนจำหน่ายและบริการหลังการขาย เบคโก้ เปิดเผยว่า หลังจากที่ทำตลาดมาได้ 2-3 เดือน พบว่าผู้บริโภคให้การตอบเป็นอย่างดี โดยมียอดขายติด 1 ใน 3 ของสินค้าในกลุ่มตู้ย็น
สินค้าที่ทำตลาดมี 15 รุ่น แบ่งเป็นเครื่องซักผ้า 9 รุ่น ตู้เย็น 6 รุ่น และเตรียมเพิ่มอีก 5-7 รุ่นในกลุ่มเครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้า รวมถึงนำเข้าตู้เย็นรุ่นที่สามารถทำไอศกรีมได้ในช่วงเดือน มี.ค. นี้ โดยตั้งเป้าส่วนแบ่งยอดขายตู้เย็น 2%
"ราคาสินค้าที่เราจำหน่ายอยู่ระหว่าง 1.5-9.9 หมื่นบาท และเชื่อว่าหากโรงงานในไทยแล้วเสร็จ ราคาสินค้าจะลดลงประมาณ 30%"
นายเทวัญกล่าวว่าในปีนี้เตรียมเปิดศูนย์บริการเพิ่มอีก 3 แห่งซึ่งเป็นการลงทุนเองทั้งหมด ที่ ขอนแก่น อุดรธานี และหาดใหญ่ จากเดิมที่มีอยู่ 3 แห่ง คือ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ และภูเก็ต ส่วนช่องทางจำหน่ายผ่านร้านค้าต่างๆมีกว่า 30 แห่ง และมีแผนเพิ้่มเป็น 100 แห่งภายในปีนี้
สำหรับตลาดเครื่องซักผ้าและตู้เย็นของไทย มีมูลค่า 2.85 หมื่นล้านบาท ส่วนตลาดเครื่องซักผ้าในอาเซียนมีมูลค่า 5.28 หมื่นล้านบาท หรือ 6.75 ล้านเครื่องต่อปี และตลาดตู้เย็นมีมูลค่าประมาณ 8 หมื่นล้านบาท หรือ 8.6 ล้านเครื่องต่อปี









