กำลังผลิตเพิ่มหนุนกำไรสุทธิเติบโต
เป็นผู้นำด้านโรงไฟฟ้าชีวมวล
TPCH เป็น Holding Companyที่ถือหุ้นในบริษัทลูกดำเนินธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนประเภทโรงไฟฟ้าชีวมวล โดยวางเป้าหมายที่จะมีกำลังผลิตจากโรงไฟฟ้าชีวมวล 100 เมกะวัตต์ภายใน 3 ปี (ปี 2560) และเพิ่มเป็น 150 เมกะวัตต์ ภายใน 5 ปี (ปี 2562) โดยปัจจุบันTPCH มีโรงไฟฟ้าชีวมวลที่เริ่มผลิตไฟฟ้าแล้ว 1 โครงการ และจะทยอยเริ่มผลิตอีก 6 โครงการ ซึ่งหากเป็นไปตามเป้าหมาย TPCH จะมีกำลังผลิตไฟฟ้ารวม 105 เกมะวัตต์ภายในปี 2560 (สัดส่วนการถือหุ้น 100%) โอกาสในการเติบโตทางธุรกิจยังได้ประโยชน์จากนโยบายสนับสนุนของภาครัฐทั้งการให้อัตราค่าไฟฟ้าส่วนเพิ่มทั้งรูปแบบของ Adder และ Feed-in-Tariff(FiT) และเป้าหมายที่จะมีโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนไม่น้อยกว่า 25% ของกำลังผลิตไฟฟ้ารวม เอื้อประโยชน์ให้กับการขยายตัวของธุรกิจของ TPCH ได้เป็นอย่างดี
คาดกำไรปี 2558 เติบโตเกือบ 4 เท่าตัว
เราคาดว่าTPCH จะมีกำไรสุทธิในปี 2558 ที่ 139 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นเกือบ 4 เท่าตัวจากปี 2557 ที่คาดว่าจะมีกำไร 30 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนจากกำลังผลิตไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น โดยบริษัทจะรับรู้รายได้จากโครงการช้างแรกเต็มปี และมีกำลังผลิตใหม่จาก 3 โครงการ (มหาชัย แม่วงศ์ และทุ่งสัง) ซึ่งจะทยอยเริ่มดำเนินการผลิตใน 2Q58 และ 4Q58ซึ่งจะทำให้TPCH จะมีกำลังผลิตเพิ่ม 139%YoYจาก 6.7 เมกะวัตต์ เป็น 16.1 เกมะวัตต์(ตามสัดส่วนการถือหุ้น) ขณะที่ระยะยาวบริษัทยังมีแผนขยายการลงทุนในโรงไฟฟ้าชีวมวลอีก 3 โครงการ ซึ่งหากแผนขยายการลงทุนเป็นไปตามเป้าหมายของบริษัทจะทำให้ TPCH มีกำไรสุทธิระหว่างปี 2558 – 2561 เติบโตเฉลี่ย 136% ต่อปี
จำกัดความเสี่ยงไว้หลายด้าน
เรามองว่าTPCH สามารถปิดความเสี่ยงในเรื่องของการจัดหาเชื้อเพลิงซึ่งถือว่าเป็นความเสี่ยงสำคัญสำหรับการประกอบธุรกิจโรงไฟฟ้าชีวมวลเนื่องจากที่ตั้งโรงไฟฟ้าอยู่ใกล้แหล่งเชื้อเพลิง นอกจากจะเป็นจำกัดผู้แข่งขันรายอื่นที่จะมาในอนาคต อีกทั้งยังเป็นการสร้างความมั่นคงทางด้านเชื้อเพลิงให้กับTPCH ในระยะยาว อย่างไรก็ตามการดำเนินงานของTPCH ยังคงมีความเสี่ยงสำคัญที่ยังคงต้องติดตามเนื่องจากยังมี 4 โครงการที่ยังไม่ได้รับสัญญา PPA ซึ่งหากการทำสัญญามีความล่าช้าหรือไม่ได้รับสัญญาดังกล่าว จะเป็นปัจจัยกระทบประมาณการกำไรสุทธิและมูลค่าเหมาะสมของเรา
มูลค่าเหมาะสม 14.85 บาท
เราประเมินมูลค่าเหมาะสมของ TPCHโดยใช้วิธี Sum-of-the-part จากมูลค่าของโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลทั้ง 7 โครงการ ได้มูลค่าเหมาะสมที่ 14.85 บาท เรามองว่า TPCH มีความน่าสนใจจาก (1) กำไรสุทธิปี 2558 ที่เราคาดว่าจะเติบโต 359% จาก 3 โครงการที่จะเริ่มทยอยเดินเครื่อง (2) การจ่ายเงินปันผลได้ตั้งแต่ปีแรกที่เข้าทำการซื้อขาย เราคาดว่าจะจ่ายเงินปันผลได้ในอัตรา 0.14 บาทต่อหุ้น ให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 1.1% (นโยบายการจ่ายเงินปันผล 40% ของกำไรสุทธิ) และ (3) ราคาหุ้นที่ยังต่ำกว่ากลุ่มเมื่อเทียบด้วย PEG ของกลุ่มธุรกิจพลังงานทดแทน โดย TPCH จะมีซื้อขายที่ PEG ปี 2558 อยู่ที่0.49 ยังต่ำกว่ากลุ่มธุรกิจพลังงานทดแทนที่มีการซื้อขายเฉลี่ยอยู่ที่ 0.86เท่า









