มติสปช.ส่งเรื่อง"คสช.-กสทช."ออกกฎคุมค่าบริการมือถือ นายกฯโบ้ย กสทช. ปัดใช้อำนาจ คสช.
ที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เมื่อวานนี้ (6 ม.ค.) ได้ลงมติเห็นชอบรายงานศึกษา เรื่อง การกำหนดอัตราค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ตามระยะเวลาการใช้งานที่เป็นจริง โดยคิดเป็นวินาที ของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค สปช. ด้วยเสียงเห็นชอบ 211 เสียง ไม่เห็นชอบ 3 เสียง และงดออกเสียง 7 เสียง หลังจากที่ได้รับฟังผลการศึกษา
ทั้งนี้ น.ส.สารี อ๋องสมหวัง ประธาน กมธ.ปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค นำเสนอว่า ขณะนี้รายได้ของผู้ให้บริการมือถือ 3 ราย ได้แก่ ทรู มีรายได้รวมปี 56 อยู่ที่ 9.6 หมื่นล้านบาท ดีแทคมีรายได้ 9.4 หมื่นล้านบาท และเอไอเอสมีรายได้ 1.4 แสนล้านบาท
ขณะเดียวกันขอยกตัวอย่างการคิดค่าบริการมือถือของสหภาพยุโรป (อียู) มีข้อกำหนดเรื่องการคิดค่าบริการข้ามแดนอัตโนมัติ (โรมมิ่ง) โดยคิดค่าโทรขั้นต่ำที่ 30 วินาทีแรก จากนั้นตั้งแต่วินาทีที่ 31 เป็นต้นไปให้คิดค่าโทรตามระยะเวลาการใช้งานจริงเป็นวินาทีทั้งหมด
จากการสำรวจการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ค่าบริการในระบบเติมเงินเฉลี่ยอยู่ที่ 341 บาทต่อเดือน ส่วนระบบรายเดือนอยู่ที่ 716 บาท ถ้าเฉลี่ยทั้งสองระบบมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 415 บาทต่อเดือน โดยค่าโทรระบบเติมเงินอยู่ที่ 1.20 บาทต่อนาที ระบบรายเดือนอยู่ที่ 1.70 บาทต่อนาที เฉลี่ยทั้งสองระบบค่าโทรอยู่ที่ 1.30 บาท
ประเด็นความเสียหายต่อผู้บริโภคนั้น คิดกันง่ายๆ หากมีการคิดค่าบริการตามจริงเป็นวินาที จะช่วยประหยัดค่าโทรศัพท์ได้วันละ 1 นาที คิดเป็น 1.30 บาท ซึ่ง 1 เดือนจะประหยัดได้ 40 บาทต่อคน ประเทศไทยมีหมายเลขโทรศัพท์ 94 ล้านเลขหมาย จะประหยัดเงินได้เดือนละ 3,591 ล้านบาท หรือปีละ 43,092 ล้านบาท
จี้ "คสช.-กสทช."เร่งดำเนินการ
จากนั้นได้มีสมาชิก สปช.ลุกขึ้นอภิปรายหลายคน โดยส่วนใหญ่แสดงความเห็นสนับสนุนกับข้อเสนอของ กมธ. ด้วยเหตุผลที่ว่าเพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคที่ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ไม่ให้ถูกผู้ประกอบการธุรกิจบริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่เอาเปรียบในเรื่องการคิดค่าบริการ
นอกจากนั้น คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต้องให้ความเห็นชอบในหลักการการกำหนดอัตราค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ตามระยะเวลาการใช้งานจริงเป็นวินาที
รวมถึงให้ กสทช.ใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ.2553 (พ.ร.บ.องค์กรฯ) มาตรา 31 วรรคสอง ให้ออกคำสั่งห้ามผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม โทรศัพท์เคลื่อนที่ประเภทเสียง คิดค่าบริการโดยปัดเศษวินาทีขึ้นเป็นหนึ่งนาที เนื่องจากเป็นการกระทำที่เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค และเร่งออกประกาศ หรือหลักเกณฑ์ว่าด้วยการกระทำที่เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคที่อาศัยการใช้งานเครือข่ายหรือการโฆษณาอันมีลักษณะเป็นการค้ากำไรเกินควรหรือก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญ
พร้อมใช้อำนาจตามกฎหมาย กสทช. พ.ศ.2553 มาตรา 27 (9) ออกหลักเกณฑ์ให้ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม โทรศัพท์เคลื่อนที่ประเภทเสียง คิดค่าบริการตามระยะเวลาที่ใช้งานจริงเป็นวินาทีโดยไม่ปัดเศษเป็นนาที
แนะคืนเงินผู้บริโภค-กสทช.ถกวันนี้
นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง สมาชิก สปช. กล่าวว่า กมธ.ปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภค และปฏิรูปการสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศ ต้องร่วมกันศึกษาเพื่อปฏิรูป กสทช. รวมถึงการปฏิรูปในระดับโครงสร้างในธุรกิจให้บริการด้านการสื่อสาร โดยเบื้องต้นต้องหามาตรการให้ผู้ประกอบธุรกิจเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่คืนเงินที่เอาเปรียบประชาชนไปก่อนหน้านี้ ในลักษณะการให้เป็นเครดิตเพื่อใช้เป็นค่าโทรศัพท์ระยะต่อไป หรือคืนเงินให้กับประชาชนที่เสียประโยชน์
มีรายงานว่า กรรมการ กสทช.จะเรียกเอกชนผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ เข้าหารือถึงมติของ สปช.ในวันนี้ (6 ม.ค.)
"ประยุทธ์"ยันไม่ใช่อำนาจคสช.
วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงข้อเสนอของ สปช.ที่ให้ คสช.เห็นชอบการกำหนดอัตราค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ตามระยะเวลาการใช้งานจริงเป็นวินาที ว่า ยังไม่ทราบ แต่จะส่ง คสช.แล้วจะให้ คสช. ทำอะไร ใช้มาตรา 44 หรือ (อำนาจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 44) เรื่องนี้ต้องไปหาคำตอบให้ได้ว่าอะไรที่เป็นเรื่องของกลไกปกติ ก็ต้องทำให้ได้ ไม่ใช่อะไรๆ ก็คสช.
"คสช.บอกแล้วว่าจะใช้อำนาจเท่าที่จำเป็น ใช้ในเรื่องที่เกี่ยวกับความมั่นคง สงบเรียบร้อย แต่นี่เป็นเรื่องเศรษฐกิจ ต้องไปหามา สั่งวันนี้ วันหน้าก็ต้องแก้อีก กสทช.จึงต้องไปหากติกามา"









