วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ลุ้นสหรัฐปลดล็อกเทียร์3ฟื้นภาพลบ'แรงงานทาส'

(รายงาน) ลุ้นสหรัฐปลดล็อกเทียร์3 ฟื้นภาพลบ "แรงงานทาส"

ช่วงกลางปีที่ผ่านมาสหรัฐประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือปัญหาการค้ามนุษย์ (TIP Report) ให้ไทยอยู่ในระดับเทียร์ 3 หรือล้มเหลว แม้จะยังไมใส่ผลกระทบกับการส่งออกของไทยไปยังสหรัฐโดยตรง แต่ผู้ประกอบการอาหารทะเลหวังว่าจะได้รับการพิจารณาสถานะที่ดีจากสหรัฐ หลังจากไทยได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง

นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ นายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย กล่าวว่า สินค้าประมงอยู่ในกลุ่มที่ถูกกล่าวหาว่ามีการใช้แรงงานทาสและคาดการณ์กันว่าจะเป็นกลุ่มแรกที่ได้รับผลกระทบ แต่กลับไม่มีผลกระทบโดยตรง โดยในกลุ่มอาหารแช่เยือกแข็ง ที่ส่วนใหญ่เป็นกุ้ง พบว่ายังสามารถดำเนินการได้ตามปกติ คำสั่งซื้อสินค้ายังมีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม การจัดอันดับให้ไทยเป็นประเทศที่ล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาเรื่องแรงงานนั้น ทำให้ภาพพจน์ของไทยเสียหาย ทั้งที่การใช้แรงงานทาสในกลุ่มอุตสาหกรรมต่างๆ ไม่มีแล้ว แม้อุตสาหกรรมประมงจะเป็นแรงงานต่างชาติกว่า 90% แต่แรงงานเหล่านี้เข้ามาทำงานอย่างถูกต้อง เต็มใจที่จะทำงานลักษณะนี้ พอใจในค่าจ้าง และการดูแลของนายจ้างระดับหนึ่ง

“ทุกวันนี้การใช้แรงงานเด็กในประเทศไทยไม่มีแล้ว โรงงานต่างๆ สามารถปฏิบัติตามกฎระเบียบของผู้นำเข้า แม้จะมีลูกหลานของแรงงานต่างด้าวเข้ามาในโรงงานแต่เป็นการติดตามเนื่องจากขาดคนดูแล ในกรณีนี้ทางโรงงานได้สร้างศูนย์ดูแลเด็กเล็กก่อนวัยเรียนเพื่อไม่ให้เข้าไปรบกวนการทำงาน สิ่งเหล่านี้ทางสหรัฐรวมทั้งประเทศผู้นำเข้าอื่นควรให้การพิจารณาด้วย” นายพจน์ กล่าว

ความตั้งใจของไทยที่จะให้หลุดพ้นจากข้อกล่าวหาการใช้แรงงานทาส ได้ดำเนินการมาตลอด แม้จะยังมีบางส่วนที่ยังกระทำความผิดอยู่แต่ก็เป็นส่วนน้อยที่รัฐบาลไม่ได้ละเลยมีการติดตามเพื่อดำเนินการตามกฎหมายอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นในการประเมินการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของสหรัฐที่จะมีขึ้นในกลางปี 2558 นี้ ควรจะให้ความเป็นธรรมกับไทย ซึ่งปัจจุบันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน อยู่ระหว่างการจัดทำรายงานเพื่อเสนอให้สหรัฐพิจารณา

“ในช่วงที่ผ่านมาผู้ประกอบการของไทยพยายามติดต่อกับผู้นำเข้า เพื่อขอชี้แจงถึงปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการใช้แรงงานไม่ถูกต้อง พบว่าทุกฝ่ายเข้าใจเป็นอย่างดี เพราะรู้อยู่ว่าไทยไม่มีการใช้แรงงานลักษณะนั้น แต่เมื่อรัฐบาลสหรัฐรายงานออกมาว่ามี ทุกหน่วยงานก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ “

นายผณิชศวร ชำนาญเวช ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย กล่าวว่า การจัดอันดับความน่าเชื่อถือเรื่องการใช้แรงงานผิดกฎหมายของสหรัฐถือเป็นการกีดกันทางการค้าอย่างหนึ่ง เพราะในทางปฏิบัติแล้วการค้ามนุษย์ในอุตสาหกรรมประมงนั้นหมดยุคไปแล้ว แม้ว่าไทยจะใช้แรงงานต่างประเทศทั้งหมดแต่ก็อยู่บนพื้นฐานความพอใจของการว่าจ้าง

ต่างจากในอดีตที่อาจมีการยึดพาสปอร์ตเอาไว้ก็เพื่อป้องกันการหลบหนี ส่วนใหญ่จะเป็นแรงงานบนเรือประมง ที่ต้องออกทะเลเป็นระยะเวลานาน แรงงานเหล่านี้เมื่อทนสภาพไม่ไหวจะหนีกลับโดยการกระโดดลงน้ำ ซึ่งนายจ้างไม่สามารถติดตามได้ ในขณะที่ได้จ่ายเงินไปหมดแล้ว แต่ในปัจจุบันแรงงานเหล่านี้ได้เข้าใจและมีการจัดสวัสดิการที่ดีขึ้น ค่าแรงเพิ่มขึ้น แรงงานต่างด้าวเหล่านี้พร้อมที่จะทำงานให้ด้วยความเต็มใจ

“สิ่งที่เห็นได้ชัดคือปัจจุบันแรงงานทุกคนล้วนมีโทรศัพท์มือถือใช้แล้วทั้งสิ้น ซึ่งหมายถึงว่าทุกคนมีอิสระที่จะโทรติดต่อใครได้ตามต้องการ ไม่มีการกักขังหน่วงเหนี่ยวใดๆ แรงงานต่างด้าวสามารถอยู่ร่วมกับคนในชาติ อันเนื่องมาจากการเรียนรู้ภาษา การสื่อสารที่ง่ายต่อการเข้าใจมากยิ่งขึ้น จะเห็นได้จากการจัดงานวันปีใหม่ ที่โรงงานสามารถจัดขึ้นได้ในวันเดียวกันจากเดิมที่ต้องแยกวันจัดเพื่อความปลอดภัย ทั้งหมดนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าไทยสามารถจัดการปัญหาแรงงานได้แล้ว”

สำหรับจำนวนแรงงานประมงที่ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงแรงงาน ภายใต้มติ ครม.ขึ้นทะเบียนได้ 2 ครั้ง คือช่วง ก.ย.- ธ.ค. 2556 และ มี.ค.-พ.ค . 2557 รวมทั้งสิ้น 12,624 คน และ หลังจาก คสช. จัดให้มีศูนย์ขึ้นทะเบียนแรงงานเบ็ดเสร็จ หรือ One Stop Service Center โดยมี 3 กระทรวงร่วมดำเนินการ คือ กระทรวงแรงงาน สาธารณสุข และ มหาดไทย ตั้งแต่ มิ.ย. - ต.ค.2557 ได้จำนวนแรงงานต่างด้าวที่ทำงานบนเรือประมงมาขึ้นทะเบียนไว้จำนวน 51,632 คน เมื่อรวม 2 ครั้งจะมีประมาณ 70,000 คน