บริการและการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตอย่างต่อเนื่องในหลายปีที่ผ่านมา
รวมถึงนโยบายบรอดแบรนด์อินเทอร์เน็ตที่จะกระจายสู่ครัวเรือนในทุกจังหวัดอย่างทั่วถึงตามนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) ช่วยขยายโอกาสการใช้อินเทอร์เน็ตและการสื่อสารผ่านออนไลน์ให้เป็นเรื่องธรรมดาและใกล้ตัว นับเป็นปัจจัยสำคัญต่อการวางกลยุทธ์ของแบรนด์และธุรกิจ เพื่อรับมือแนวโน้ม"ดิจิทัล มีเดีย" ในปีนี้
อุไรพร ชลสิริรุ่งสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธอมัสไอเดีย ในกลุ่ม XM Asia ดิจิทัลเอเยนซี เครือข่าย WPP กล่าวว่าจากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติในปี 2556 พบว่าการใช้งานเครือข่ายสังคมออนไลน์ (Social network) ของคนไทยมีปริมาณการใช้งานเฟซบุ๊คจำนวน 31 ล้านข้อความต่อวัน ทวิตเตอร์จำนวน 5 ล้านข้อความต่อวัน ยูทูบจำนวน 4 แสนคลิปต่อวัน และอินสตาแกรมจำนวน 1.2 แสนรูปต่อวัน เห็นได้ว่าสังคมไทยใช้สื่อดิจิทัลในชีวิตประจำวันมากขึ้น
หากพิจารณาจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตและสมาร์ทโฟนที่เติบโตต่อเนื่อง ส่งผลให้สื่อดิจิทัลในรูปแบบต่างๆ ในปี 2558 มีแนวโน้มก้าวสู่การเป็น "สื่อหลัก" ที่ใช้ในการติดต่อสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นภายในองค์กร ลูกค้า และสาธารณะ
พื้นที่เพื่อคอนเทนท์คุณภาพ
จากแนวโน้มดังกล่าวทำให้แบรนด์และธุรกิจนิยมใช้โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางสื่อสาร กลุ่มที่โดดเด่นคือ SME ที่มองว่าเป็นเครื่องมือใช้งานง่าย ค่าใช้จ่ายไม่สูง โดยต้องคำนึงถึงข้อจำกัดและตัวแปรหลัก 2 ประการ คือ 1.กติกาการใช้งานและผลประโยชน์ถูกกำหนดโดยเจ้าของแพลตฟอร์ม จนทำให้แบรนด์ไม่สามารถกำหนดการใช้งานผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียได้อย่างอิสระ และ 2.พฤติกรรมการใช้งานของผู้บริโภคที่ใช้พื้นที่โซเชียลในการพูดคุยกับเพื่อน โดยแฟนและผู้บริโภคเลือกที่จะตามเข้าไปอ่านข้อมูลของแบรนด์ และหากถูกใจก็ส่งต่อไปยังเพื่อนๆ
ส่งผลให้แบรนด์ต้องเผชิญกับข้อจำกัดผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย การสร้างคอนเทนท์ที่มีจุดขายชัดเจนและต้องมีคุณภาพมากขึ้น ดังนั้นธุรกิจและแบรนด์ที่ต้องการใช้การติดต่อและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าและแฟน ควรสร้างพื้นที่ผ่านคอมมูนิตี้และจุดขายทางออนไลน์ของตัวเอง เพื่อให้ความคุ้มค่าในการลงทุนและต่อยอดแบรนด์คอนเทนท์ โดยใช้โซเชียลเป็นช่องทางเสริม
'ยูทูบ'ดันกระแสสตรีมมิ่งวีดิโอ
ในปีที่ผ่านมา "ยูทูบ" เข้ามาตั้งสำนักงานในประเทศ ย่อมแสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับการตลาดไทย หลังจากมี "ทีวีดิจิทัล" และผู้ผลิตคอนเทนท์ทั้งหลายต่างใช้งานเชื่อมต่อเนื้อหากับยูทูบรวมทั้งปัจจุบันพบสถิติคนไทยดูยูทูบ 1,000 ล้านวิว/เดือน หรือ 1 ล้านชั่วโมง/เดือน เป็นการรับชมยูทูบผ่านมือถือ 40% จนแบรนด์ต่างๆ หันมาใช้เป็นช่องทางสื่อสารกับแฟนพันธุ์แท้ ทั้งยังสนับสนุนวงการโฆษณาเชื่อมโยงแพลตฟอร์มดิจิทัลและท้าทายให้สร้างสรรค์งานใหม่ๆ ออกมารับกับบริการของยูทูบที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคไทย
เมื่อข้อจำกัดจากตารางออกอากาศทางทีวีหายไป ผู้บริโภคคือผู้กำหนดเวลาไพรม์ไทม์รับชมคอนเทนท์ด้วยตัวเอง "ยูทูบ"จึงเป็นแพตลฟอร์มให้ประโยชน์ทั้งกับผู้ประกอบการและผู้บริโภคด้วย โดยเฉพาะพฤติกรรมคนไทยที่พร้อมจะเลือกดูเนื้อหาทุกประเภทอยู่แล้ว จึงมีข่าวของคนดังชั่วข้ามคืนให้ติดตามอยู่ตลอด
ดังนั้นเชื่อว่าปีนี้ "สตรีมมิ่งวีดิโอ" จะเป็นช่องทางเอ็นเตอร์เม้นท์ที่ยังแรง และยูทูบจะเป็นแชนแนลที่ครองใจนักชมทั้งหลาย ดังนั้นแบรนด์จะต้องวางแผนการใช้สื่อผ่านสตรีมมิ่งวีดิโอให้คุ้มค่า
แอพผ่านโมบาย"บูม"
ด้วยจำนวนโมบายแอพ จากค่าย iOS ของแอ๊ปเปิ้ลและจากกูเกิลเพลย์ ที่ต่างมีให้ดาวน์โหลดกว่า 1.2 ล้านแอพ เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคสามารถเลือกแอพที่ถูกใจสำหรับกิจกรรมและธุรกรรมผ่านโมบายได้จำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นแอพยูทิลีตี้ แอพอีคอมเมิร์ซ แชท เอ็นเตอร์เทนท์หรือออนไลน์เกมส์ ด้วยแอพจำนวนมากที่พร้อมดาวน์โหลด จึงเป็นโจทย์ให้นักการตลาดต้องวางกลยุทธ์ว่าจะทำอย่างไร ให้แอพของแบรนด์เป็นที่ "รู้จักและนำไปใช้"
เชื่อว่าการใช้โมบายแอพเพื่อสื่อสารบริการและสร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภคคงเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ให้คุณค่าและประโยชน์ต่อแบรนด์ และธุรกิจจึงควรเลือกคัดสรรแอพที่เหมาะต่อกลุ่มเป้าหมายและบริการ และกำหนดแผนการตลาดกับแอพอย่างเหมาะสม เพื่อใช้เป็นช่องทางสื่อสารในปีนี้
"แชท-เสิร์ช"ยังมาแรง
จากกระแสความแรงของ LINE ในปีที่ผ่านมา จนแทบจะเป็นแอพมาตรฐานในโมบายของผู้คนในทุกช่วงวัย โดยมีสมาชิกในประเทศไทยกว่า 33 ล้านราย เรียกว่ามาแรงเบียดพื้นที่โซเชียลมีเดียรายใหญ่อย่างเฟซบุ๊คและยูทูบไปได้ ในปี 2558 ยังมีผู้ประกอบการกลุ่มแชทรายอื่นที่เร่งทำตลาดในไทย อาทิ Kakao, WhatsApp และ Bee talk ซึ่งก็มีเอกลักษณ์ของตัวเอง ทำให้เห็นรูปแบบบริการใหม่ๆ ส่งเสริมการตลาดให้แบรนด์ เลือกใช้งานจากค่ายโซเชียลแพลตฟอร์มดังกล่าวต่อเนื่อง
สำหรับกลุ่ม SME ตัวช่วยที่ทำให้มีจุดยืนอยู่ในโลกออนไลน์และทำให้ผู้บริโภครู้จักได้ ยังคงเป็น Search Engine เพราะเป็นวิธีที่ง่ายและประหยัดเวลาที่สุด ด้วยการกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่ถูกต้อง และการใช้กลยุทธ์ Search Engine Optimization ที่มีประสิทธิภาพนับเป็นช่องทางที่คุ้มค่าต่อการลงทุนในปีนี้
"พฤติกรรมของผู้คนจะคุ้นชินกับการใช้ออนไลน์อย่างเห็นได้ชัด ผลักดันให้แบรนด์และธุรกิจต้องเพิ่มบริการและข้อมูลให้ครบทุกช่องทางดิจิทัลในปีนี้"









