วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สมอ.ดึงเอกชนร่วมออกใบรับรองมาตรฐาน

สมอ.ดึงบริษัทข้ามชาติ ร่วมออกใบรับรองมาตรฐาน หวังเพิ่มประสิทธิภาพดำเนินการ

นายหทัย อู่ไทย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดเผยว่า ใน 3 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2558 (ต.ค.-ธ.ค.2557) สมอ.ได้ออกใบรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมไปแล้ว 1,912 ฉบับ และคาดว่าในปีงบประมาณ 2558 จะออกใบรับรองมาตรฐานให้ได้ 7 พันฉบับ โดยในจำนวนนี้จะเป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมบังคับ 70% และมาตรฐานทั่วไป 30%

โดยสาเหตุหลักที่ทำให้ สมอ. มั่นใจว่าจะออกใบรับรองฯได้ตามเป้าหมาย มาจากการปรับปรุงกระบวนการทำงาน เช่น สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ สถาบันวิชาการต่างๆ และบริษัทข้ามชาติที่เข้ามามีส่วนร่วมในการออกใบรับรองฯมากขึ้น นอกจากนี้ สมอ. ยังได้รับงบประมาณในการปรับปรุงห้องแล็ปทดสอบมาตรฐาน154 ล้านบาท เพื่อเพิ่มศักยภาพในการตรวจสอบให้รวดเร็วขึ้น

ทั้งนี้อุตสาหกรรมที่เข้ามาขอใบรับรองมาตรฐานมากที่สุดส่วนใหญ่จะเป็นอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เช่น หลอดไฟแอลอีดี และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน มีสัดส่วนกว่า 50% รองลงมาจะเป็นกลุ่มวัสดุก่อสร้างและเหล็ก และชิ้นส่วนยานยนต์

“สมอ. ตั้งเป้าที่จะก้าวขึ้นมาเป็นที่ 1 ของอาเซียนในเรื่องของมาตรฐานอุตสาหกรรมภายในไม่เกิน 2 ปี จากปัจจุบันที่เป็นอันดับ 2 รองจากสิงคโปร์ โดยกระทรวงอุตสาหกรรมจะปรับแก้ระบบการดำเนินงานให้อำนวยความสะดวกกับภาคเอกชนให้มากขึ้น เพื่อลดภาระของผู้ประกอบการ โดยจะเปลี่ยนเป้าหมายการทำงานจากเดิมที่จะเข้มงวดในการออกใบอนุญาตมาตรฐาน ไปเป็นการมุ่งตรวจสอบมาตรฐานให้เป็นไปตามที่กำหนด เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคทั่วประเทศ”

ส่วนการจัดทำมาตรฐานอาเซียนในกลุ่มสินค้านำร่อง 2 กลุ่ม ได้แก่ รถยนต์ และเครื่องใช้ไฟฟ้านั้น ในส่วนของกลุ่มรถยนต์จะต้องปรับปรุงมาตรฐานทั้งหมด 19 รายการ ที่ผ่านมาได้ปรับปรุงไปแล้ว 17 รายการ เหลือเพียงมาตรฐานยางล้อรถยนต์นั่ง และยางล้อรถบรรทุก ซึ่งคาดว่าจะเสร็จภายในปี 2558 ส่วนกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าจะต้องปรับปรุงมาตรฐานทั้งหมด 30 รายการ สมอ. ได้ปรับปรุงไปแล้ว 24 รายการ เหลือ 6 รายการ ซึ่งจะเสร็จภายในช่วงกลางปี 2558 เช่นเดียวกัน

สำหรับขั้นตอนการขอใบอนุญาตแสดงเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) จะมี 2 เครื่องหมาย คือ เครื่องหมายมาตรฐานทั่วไป และเครื่องหมายมาตรฐานบังคับ โดยมีกระบวนการใน 2 รูปแบบ คือ 1. ในระยะเวลา 43 วัน กรณีผู้ยื่นยังไม่มีผลตรวจประเมินระบบควบคุมคุณภาพ และผลการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ และ 2. ในระยะเวลา 26 วัน กรณีมีผลการตรวจประเมินระบบควบคุมคุณภาพตามข้อบังคับของ สมอ.และมีการใช้ใบรับรองการบริหารงานคุณภาพตาม มอก.9001 หรือ ISO 9001 จากหน่วยงานที่ สมอ.ยอมรับ ซึ่งกรอบเวลาดังกล่าวนี้จะทำให้ผู้ประกอบการกำหนดระยะเวลาการรับใบอนุญาตได้ชัดเจน ป้องกันการใช้ดุลพินิจในการพิจารณาที่จะทำให้ผู้ประกอบการต้องเสียเวลารอคอยยาวนานเกิดการสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ