วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

สำรวจกองเอฟไอเอฟ11เดือนโต32%

สำรวจกองทุนรวมลงทุนต่างประเทศ 11 เดือนปีนี้ โตต่อเนื่อง 32.69% สินทรัพย์ทะยานแตะ 8.58 แสนล้านบาท

จากการสำรวจการเติบโตของกองทุนรวมที่ไปลงทุนในต่างประเทศ (FIF) หรือ เอฟไอเอฟในช่วง 11 เดือน ของปี 2557 ที่ผ่านมา พบว่า กองทุนเอฟไอเอฟมีสินทรัพย์เพิ่มขึ้นเป็น 858,180.39 ล้านบาท จากสิ้นปี 2556 ที่ 646,768.03 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 32.69%

สำหรับบลจ.ที่มีการเติบโตสูงสุด 5 อันดับแรก นำมาโดย อันดับหนึ่ง บลจ.บัวหลวง มีสินทรัพย์สุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 6,940.73 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 402.10% ตามด้วย บลจ.แมนูไลฟ์ (ประเทศไทย) มีสินทรัพย์สุทธิ 6,391.93 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 127.22% และอันดับสามบลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) มีสินทรัพย์สุทธิ 36,912.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 102.65% ส่วนอันดับ 4 คือ บลจ.ทิสโก้ มีสินทรัพย์สุทธิ 14,366.77 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 81.71% และอันดับ 5 บลจ.ฟินันซ่า มีสินทรัพย์สุทธิ 485.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 75.49%

“หากพิจารณาในแง่ของส่วนแบ่งการตลาดแล้ว พบว่า บลจ.ที่มีส่วนแบ่งการตลาดกองทุนเอฟไอเอฟ สูงสุด 5 อันดับแรก ล้วนเป็นบลจ.ลูกแบงก์ โดยมีส่วนแบ่งการตลาดรวมกัน 89.07%”

โดยบลจ.ที่มีส่วนแบ่งการตลาดกองทุนเอฟไอเอฟ มากสุด 5 อันดับแรก นำมาโดย อันดับหนึ่ง บลจ.กสิกรไทย มีสินทรัพย์สุทธิ 351,779.24 ล้านบาท หรือมีส่วนแบ่งการตลาด 40.99% อันดับ 2 บลจ.ไทยพาณิชย์ มีสินทรัพย์สุทธิ 285,164.26 ล้านบาท มีส่วนแบ่ง 33.23%

อันดับ 3 บลจ.กรุงไทย มีสินทรัพย์สุทธิ 65,746.76 ล้านบาท มีส่วนแบ่ง 7.66% อันดับ 4 บลจ.ยูโอบี (ประเทศไทย) มีสินทรัพย์สุทธิ 36,912.97 ล้านบาท มีส่วนแบ่ง 4.30% และอันดับ 5 บลจ.กรุงศรี มีสินทรัพย์สุทธิ 24,796.04 ล้านบาท มีส่วนแบ่ง 2.89%

ด้าน นาย สมจินต์ ศรไพศาล กรรมการผู้จัดการ บลจ.ทหารไทย จำกัด เปิดเผยว่า แนวโน้มการลงทุนในต่างประเทศผ่านกองทุนเอฟไอเอฟ มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ถ้ามองภาพรวมแล้วก็ถือว่ายังเป็นสัดส่วนที่ไม่มาก แต่เชื่อว่าการลงทุนในต่างประเทศจะมีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต ซึ่งเป็นไปในแนวทางเดียวกันกับกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว ที่นักลงทุนเริ่มมองหาโอกาสในการลงทุนที่กว้างขึ้น จากปัจจุบันนักลงทุนไทยยังค่อนข้างให้น้ำหนักการลงทุนในสินทรัพย์สกุลเงินบาทเป็นหลัก ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ไม่ดีเพราะนักลงทุนไทยคุ้นเคยกับตลาดไทยการจะให้น้ำหนักการลงทุนในตลาดไทยจึงไม่แปลก

อย่างไรก็ตามในต่างประเทศก็มีโอกาสการลงทุนอยู่เช่นกัน ด้วยความเข้าใจของนักลงทุนที่เพิ่มมากขึ้น และทางเลือกการลงทุนที่เปิดกว้างมากยิ่งขึ้น เชื่อว่าจะทำให้กองทุนเอฟไอเอฟ มีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต

“หากมองไปในโอกาสของการลงทุนในต่างประเทศที่มีอยู่นั้น คงไม่ได้บอกว่าประเทศไทยไม่น่าสนใจลงทุน หรือประเทศไหน ภูมิภาคไหนดีหรือไม่ดี แต่เป็นการมองในเชิงเปรียบเทียบมากกว่า สมมติ คุณมีหุ้น 100% อาจจะแบ่ง 50% ลงทุนในประเทศ อีก 50% ลงทุนในต่างประเทศ จังหวะที่หุ้นในประเทศไม่ดีก็อาจจะเพิ่มน้ำหนักหุ้นในต่างประเทศขึ้น ส่วนหุ้นในต่างประเทศจะกระจายลงที่ไหนนั้นก็ขึ้นกับภาวะตลาดเป็นหลัก เพราะทุกตลาดก็มีโอกาสในการลงทุนของตัวเองอยู่เช่นกัน แต่ยังมองว่ากองทุนเอฟไอเอฟ จะมีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคตแน่นอน”