วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เปิด4กลุ่มทุนชิงดำประมูลซื้อหุ้นบางจาก

เปิด 4 กลุ่มทุนวงการน้ำมัน จับกลุ่มประมูลซื้อหุ้นบางจาก 27% ขณะที่กลุ่มอดีตผู้บริหารปตท.เร่งรวมเงินทุนซื้อหุ้น

การประกาศขายหุ้นโรงกลั่นบริษัท บางจากปิโตรเลียม (BCP) ที่บริษัทปตท. จำกัด (มหาชน) ที่ถืออยู่กว่า 27% เนื่องจากนายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ ประธานคณะกรรมการบริษัท ปตท. ต้องการสร้างความโปร่งใสในธุรกิจน้ำมัน และลดปัญหาการผูกขาดตลาดลง โดยมองว่าที่ผ่านมาปตท.ถือหุ้นในตลาดค้าส่งน้ำมันมากเกินไป จากนั้นบอร์ดปตท.ก็มีมติให้ขายหุ้นบริษัทบางจากทั้งหมดที่ถืออยู่ 27.22%

ล่าสุดแหล่งข่าวจากบริษัทปตท. กล่าวว่าเรื่องดังกล่าวจะมีการเปิดประมูลซื้อหุ้นภายในเดือนม.ค.2558 ขณะนี้มีผู้สนใจที่จะเข้าร่วมประมูลแล้ว 4 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มอดีตผู้บริหารบริษัทปตท., บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ (TTA), บริษัท ซัสโก้ (SUSCO) และบริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี (PTG) หรือเดิมชื่อว่าบริษัท ปักษ์ใต้เชื้อเพลิง

กลุ่มนายพิชัย ชุณหวชิร และอดีตผู้บริหารในกลุ่มปตท. เป็นกลุ่มที่มีความสนใจเข้าซื้อหุ้นบริษัท บางจากปิโตรเลียม โดยนายพิชัย ชุณหวชิร ประธานกรรมการ บริษัทบางจากปิโตรเลียม และอดีตผู้บริหารกลุ่มปตท. ได้พบพนักงานและเชิญชวนให้ร่วมซื้อหุ้นจากบริษัทปตท. ในสัดส่วน 3%

ส่วนหุ้นที่เหลืออีกราว 24% บริษัท บางจาก อาจตั้งบริษัทใหม่ และเชิญชวนพันธมิตร เช่น กลุ่มสหกรณ์ชุมชนต่างๆ ที่เคยเข้าร่วมซื้อหุ้นในอดีต มาร่วมซื้อหุ้นในครั้งนี้ด้วย คาดว่าอาจต้องใช้เงินซื้อหุ้นในราคาตลาดหรือสูงกว่า ซึ่ง บริษัทบางจากปิโตรเลียม อาจต้องจัดหาเงินกู้ในการซื้อหุ้นไม่ต่ำกว่า 1.3 หมื่นล้านบาท ณ ราคาหุ้น 35 บาท

ปตท.คาดได้ข้อสรุปขายหุ้นสิ้นปีนี้

อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็วๆนี้นางสาวกัญญามาศ ฤทธิเดช เจ้าหน้าที่การเงินอาวุโส ฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัทปตท. ระบุว่าจะเร่งพิจารณาหาข้อสรุปเรื่องการขายการลงทุนในบริษัท บางจาก ซึ่งเป็นบริษัทลูกที่บริษัทถือหุ้นอยู่ 374.74 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 27.22%

“เรื่องการขายหุ้นบางจากน่าจะได้ข้อสรุปภายในสิ้นปีนี้ ปัจจุบันบริษัท ปตท. ถือหุ้นอยู่ 27.22% มีต้นทุนอยู่ประมาณ 14.90 บาท ขณะนี้มีผู้สนใจหลายรายเข้ามาติดต่อขอซื้อหุ้น”

อดีตผู้บริหารบางจากยันพร้อมซื้อหุ้น

นายอนุสรณ์ แสงนิ่มนวล อดีตผู้บริหาร บริษัท บางจากปิโตรเลียมและที่ปรึกษาบริษัท กล่าวว่าในส่วนตัวมีความพร้อมในการเข้าซื้อหุ้นบริษัทบางจาก ที่ผ่านมานายพิชัย ได้รวบรวมพนักงานและผู้บริหารที่สนใจซื้อหุ้นบางจากให้มาลงชื่อร่วมกัน แต่เท่าที่ประเมินเชื่อว่าเมื่อรวมกลุ่มพนักงานและผู้บริหารแล้ว อาจจะซื้อหุ้นบางจากได้เพียง 1% ของจำนวนหุ้นที่เสนอขาย ส่วนที่เหลือน่าจะใช้เงินกู้จากธนาคารกรุงไทย

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าธนาคารพาณิชย์อาจจะไม่ปล่อยกู้ในวงเงินที่สูง ซึ่งนายพิชัย ยังไม่ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแหล่งเงินทุน สำหรับซื้อหุ้นบางจาก อาจมีทางเลือกโดยการชักชวนกลุ่มทุนอื่นๆ เพิ่ม

“ส่วนตัวแล้วไม่อยากให้ปตท.ขาย เนื่องจากบางจากก็เหมือนสมบัติของชาติ เมื่อขายไปอยู่ในมือของเอกชนแล้ว ไม่รู้ว่าจะมีเปลี่ยนถ่ายธุรกิจอย่างไร ในอนาคต รัฐบาลจะไม่สามารถใช้บางจาก ในการควบคุมกลไกตลาดได้ และยังไม่เห็นประโยชน์ที่ปตท.จะได้รับจากการขายหุ้น เพราะจะได้กำไรหลักจากหักภาษีเพียง 6-7 พันล้านบาทเท่านั้น และกระทรวงการคลังจะได้รับเงินปันผลจากดีลนี้เพียง 2 พันล้านบาท”

นายอนุสรณ์ กล่าวว่าการที่มีเอกชนหลายรายสนใจเข้าซื้อหุ้นบางจาก เป็นเพราะเล็งเห็นประโยชน์จากการต่อยอดและขยายธุรกิจ ซึ่งจะใช้เงินกว่าหมื่นล้านบาท แต่หากมีการลงทุนเองทั้งหมดอาจต้องใช้เงินลงทุนหลักแสนล้านบาท

"เฉลิมชัย"รับเพิ่มทุนสนใจซื้อโรงกลั่น

ขณะเดียวกันในส่วนของบริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ (TTA) คาดว่าจะมีการจับมือกับบริษัท เบอร์แมค จากประเทศสิงคโปร์ ซึ่งบริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ ถือหุ้นอยู่ 26% เข้าประมูลซื้อหุ้นบริษัทบางจากเช่นกัน โดยนายเฉลิมชัย มหากิจศิริ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ กล่าวว่าบริษัทจะได้รับเงินจากการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุน น่าจะอยู่ที่ 7,000-8,000 ล้านบาท ซึ่งบริษัทมีนโยบายซื้อกิจการซื้อธุรกิจโรงกลั่น เนื่องจากประเมินว่าสามารถต่อยอดกับธุรกิจเดิมที่มีอยู่ได้

ปัดให้การสนับสนุน"ซัสโก้"

ส่วนที่มีการระบุว่า ตนเป็นผู้สนับสนุนให้บริษัท ซัสโก้ จำกัด (SUSCO) ซื้อบริษัท บางจากนั้น ไม่เป็นความจริง เพราะการถือหุ้นซัสโก้ของนายเฉลิมชัย เป็นเพียงการลงทุนส่วนตัวเท่านั้น

ก่อนหน้านี้ นายประยุทธ มหากิจศิริ ประธานบริษัท พี เอ็ม กรุ๊ป เองก็เคยให้สัมภาษณ์ โดยระบุว่ามีความสนใจเข้าในธุรกิจพลังงานและอสังหาริมทรัพย์ โดยพี เอ็ม กรุ๊ป จัดเป็นอินเวสต์เมนต์อาร์ม ซึ่งมีความพร้อมเข้าสู่ธุรกิจที่มีโอกาส เวลานี้สนใจธุรกิจพลังงาน และอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากบริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ เป็นบริษัทที่ตระกูลมหากิจศิริถือหุ้น ทำธุรกิจแท่นขุดเจาะน้ำมันกลางทะเล ปัจจุบันให้บริการกลุ่มมบริษัทพลังงานระดับโลก เช่น เชฟรอน และ Aramco การเข้าลงทุนในธุรกิจพลังงานเพิ่ม เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการต่อยอดธุรกิจ

ทั้งนี้ รายชื่อผู้ถือหุ้น 5 อันดับแรก บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ (TTA) ประกอบด้วย นายเฉลิมชัย มหากิจศิริ ถือหุ้นในสัดส่วน 15.92%, RAFFLES RESOURCES 1 LTD ถือหุ้น 5.26%, น.ส.อุษณา มหากิจศิริ ถือหุ้น 3.81%, บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ ถือหุ้น 2.77% และNORTRUST NOMINEES LTD. BRITISH ถือหุ้น 2.15%

ขณะที่บริษัท ซัสโก้ (SUSCO) เป็นหนึ่งบริษัทที่มีความสนใจเข้าซื้อหุ้นบริษัท บางจากปิโตรเลียม เพื่อต่ออดธุรกิจร่วมกัน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้บริษัทยังไม่สามารถให้รายละเอียดได้ ต้องรอความเห็นชอบจากบริษัท ปตท. ซึ่งเป็นผู้ขายหุ้นบริษัท ปตท.ในสัดส่วน 27% ในครั้งนี้

"ซัสโก้"หวังซื้อหุ้นบางจากต่อยอดธุรกิจ

นายชัยฤทธิ์ สิมะโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซัสโก้ (SUSCO) ให้ข้อมูลว่า การเข้าซื้อหุ้นบริษัทบางจาก ครั้งนี้ เพื่อต่อยอดธุรกิจร่วมกัน โดยบางจากมีทั้งโรงกลั่นน้ำมัน โรงงานไบโอดีเซล เอทานอล รวมถึงสถานีบริการน้ำมัน ขณะที่บริษัทได้ดำเนินการซื้อกิจการจากปิโตรนาสเมื่อปี 2555 ด้วยมูลค่า 45 ล้านดอลลาร์ ปัจจุบันซัสโก้ มีปั๊ม 235 แห่ง เป็นส่วนของปั๊มปิโตรนาส 100 แห่ง มีปั๊มเอ็นจีวี 12 แห่งและแอลพีจี 8 แห่ง ในส่วนของเอ็นจีวีต้องการขยายปั๊มเพิ่ม แต่แอลพีจีไม่ขยายเพิ่มแต่อย่างใด หลังรัฐบาลมีการปรับโครงสร้างราคาพลังงาน

ส่วนผู้ถือหุ้น 5 อันดับแรก บริษัท ซัสโก้ ประกอบด้วย นายมงคล สิมะโรจน์ ถือหุ้นในสัดส่วน 11.87% นายเฉลิมชัย มหากิจศิริ ถือหุ้น 11.84% นายภิมุข สิมะโรจน์ ถือหุ้น 2.47% นายมาวีร์ สิมะโรจน์ ถือหุ้น 2.45% และนายเกียรติ ศรีจอมขวัญ ถือหุ้น 2.42%

ปักษ์ใต้เชื้อเพลิงยันพร้อมเข้าประมูล

นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี (PTG) หรือชื่อเดิมคือ ปักษ์ใต้เชื้อเพลิง กล่าวว่า บริษัทมีความสนใจซื้อหุ้น บริษัทบางจาก จากบริษัทปตท. ที่ถือหุ้นอยู่ 27.22% เนื่องจากมองเห็น Synergy ร่วมกัน และจะช่วยส่งเสริมธุรกิจให้ดีมากยิ่งขึ้นในอนาคต โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนและสรุปได้ในสิ้นปี 2557

"เรื่องหุ้นบางจากที่บริษัทสนใจซื้อมองว่าสามารถ Synergy กับบางจากได้ เพราะมีทั้งโรงกลั่น ปั๊มน้ำมัน และประสบการณ์ในสายธุรกิจนี้มายาวนาน หากได้ร่วมกันดำเนินธุรกิจ เชื่อว่าจะส่งผลดีต่อการเติบโตระหว่างทั้ง 2 บริษัทแน่นอน แต่รายละเอียดยังไม่สามารถลงลึกได้ คาดจะสรุปได้สิ้นปีนี้ ส่วนเรื่องเงินที่จะนำไปซึ้นหุ้นนั้นไม่มีปัญหา บริษัทมีความพร้อมอยู่แล้ว "นายพิทักษ์ กล่าว

ทั้งนี้ ผู้ถือหุ้นใหญ่ 5 อันดับแรก บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี ประกอบด้วย นายศักดิ์อนันต์ วิจิตรธนารักษ์ ถือหุ้น 18.54%, น.ส.จันทวรัจฉร์ จันทรศารทูล ถือหุ้น 10.78%, นายวีรศักดิ์ วชิรศักดิ์พานิช ถือหุ้น 8.66%, นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ถือหุ้น 7.74% และนางเลิศลักษณ์ ณัฏฐสมบูรณ์ ถือหุ้น 4.61%