วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Media Sector - Overweight

ส่วนแบ่งคนดูทีวีดิจิทัลเพิ่มต่อเนื่อง

ประเด็น

- Nielsen รายงานส่วนแบ่งผู้ชมสื่อโทรทัศน์ (ฟรีทีวีอนาล็อก + ดิจิทัลทีวี) เดือน พ.ย.57 พบว่าส่วนแบ่งผู้ชมของช่องทีวีดิจิทัลยอดนิยมเติบโตต่อเนื่อง ช่อง Workpoint TV (WORK) มีส่วนแบ่งผู้ชมอยู่ที่ 4.98% เข้าใกล้ช่อง 9 (MCOT) ที่มีส่วนแบ่งผู้ชมอันดับ 3 อยู่ที่ 5.05% ขึ้นไปทุกที ขณะที่ช่อง One (GRAMMY) มีส่วนแบ่งผู้ชมเติบโตโดดเด่นอยู่ที่ 0.78% จากเดือน ส.ค.57 อยู่ที่เพียง 0.3% เท่านั้น หลังจากทยอยส่งรายการใหม่ลงผังรายการ ส่วนช่อง 8 (RS) ยังคงรักษาส่วนแบ่งผู้ชมเป็นอันดับ 5 อยู่ที่ 3.32% นอกจากนี้ ยังมีช่องทีวีดิจิทัลที่มีส่วนแบ่งผู้ชมสูงน่าสนใจราว 0.5-1.5% ได้แก่ MONO29 (MONO), ไทยรัฐทีวี, True4U (TRUE) และ Nation TV (NBC)

- ขณะที่ส่วนแบ่งผู้ชมของช่องฟรีทีวีอนาล็อกเดิม (ออกคู่ขนานทีวีดิจิทัล) ที่มีความสามารถในการแข่งขันต่ำ ได้แก่ ช่อง 5, ช่อง 9 (MCOT), NBT และ TPBS มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง จากอยู่ที่ราว 2-7% ในเดือน เม.ย.57 (เดือนแรกที่ทีวีดิจิทัลเริ่มออกอากาศ) ลดลงมาอยู่ที่ราว 1-5% ในเดือน พ.ย.57 เท่านั้น โดยเฉพาะช่อง 9 (MCOT) มีส่วนแบ่งผู้ชมลดลงจาก 7.1% เหลือเพียง 5.05% เท่านั้น ขณะที่ช่องที่มีความสามารถในการแข่งขันสูงอย่างช่อง 7 และช่อง 3 (BEC) ยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำไว้ได้ โดยมีส่วนแบ่งผู้ชมอยู่ที่ 44% และ 27% ตามลำดับ

ผลกระทบ / ความเห็น

- ปี 58 ทีวีดิจิทัลมีโอกาสปรับขึ้นค่าโฆษณาได้ไม่น้อยกว่า 2-3 เท่าตัว โดยเฉพาะช่องที่ได้รับความนิยมสูง ยกตัวอย่างที่เห็นในปัจจุบันได้แก่ ช่อง Workpoint TV (WORK) และช่อง 8 (RS) เนื่องจากอัตราค่าโฆษณา (สุทธิ) ยังต่ำกว่าช่องฟรีทีวีอนาล็อกเดิมเกือบ 10-20 เท่าตัว แต่ส่วนแบ่งผู้ชมเริ่มเข้าใกล้ช่องฟรีทีวีอนาล็อกเดิมที่มีความสามารถในการแข่งขันต่ำแล้ว คาดจะทำให้ผลประกอบการของช่องทีวีดิจิทัลที่น่าสนใจประกอบด้วย WORK RS GRAMMY และ NBC เติบโตโดดเด่น ขณะเดียวกันเราคาดว่าธุรกิจสื่อโทรทัศน์จะมีการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้นหลังจากทีวีดิจิทัลทั้ง 24 ช่อง เริ่มนำรายการที่น่าสนใจมาออกอากาศมากขึ้นจากปีนี้ที่ระบบและกฎเกณฑ์ยังไม่มีความพร้อมทำให้หลายช่องไม่มีการออกอากาศรายการใหม่มากนัก

คำแนะนำ / เหตุผล

- คงน้ำหนักการลงทุน “Overweight” และยังเลือกหุ้นผู้ผลิตคอนเทนต์รายใหญ่และมีช่องทีวีดิจิทัลเป็นของตนเองเป็นหุ้นเด่น ประกอบด้วย WORK (“ซื้อ” มูลค่าเหมาะสม 50 บาท) RS (“ทบทวน” มูลค่าเหมาะสม 15.10 บาท) GRAMMY (“ซื้อ” มูลค่าเหมาะสม 23.80 บาท) และ NBC (“ซื้อ” มูลค่าเหมาะสม 6 บาท) โดยเฉพาะ GRAMMY ที่ราคาหุ้นยังไม่สะท้อนโอกาสที่เกิดขึ้นมากนัก ในขณะที่เรามองว่ามีบุคคลากรและทีมงานที่มีความพร้อมในการแข่งขันมากที่สุด ขณะที่ราคาหุ้น RS ปรับตัวเพิ่มขึ้นสะท้อนโอกาสที่เกิดขึ้นจนสูงกว่ามูลค่าเหมาะสมที่เราประเมินแล้ว เราจึงมีแนวโน้มที่จะปรับลดน้ำหนักคำแนะนำลงจากเดิมที่แนะนำ “ซื้อ”