ยอดผลิตรถเดือน พ.ย. ยังทรงตัว
ประเด็น
- เดือน พ.ย.57 ยอดผลิตรถอยู่ที่ 1.6 แสนคัน ลดลง 1% MoM และหดตัว 14% YoY โดยยอดผลิตรถทรงตัวอยู่ที่ 1.6 แสนคัน/เดือน ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 แต่อย่างไรก็ตาม หากนำยอดผลิตเทียบกับยอดขาย (ในประเทศและส่งออก) จะพบว่ายอดผลิตต่ำกว่ายอดขายติดต่อกันเป็นเดือนที่ 9 ซึ่งหากนับสะสมตั้งแต่สิ้นปี 56 จะพบว่ายอดรถค้างสต็อกติดลบไปแล้วกว่า 9 หมื่นคัน โดยรวม 11M57 ยอดผลิตรถอยู่ที่ 1.7 ล้านคัน ลดลง 25% YoY
- ยอดขายในประเทศฟื้นตัวเพียง 3% MoM อยู่ที่ 7.3 หมื่นคัน แม้ว่าช่วงปลายเดือนจะมีงาน “มอเตอร์เอ็กซ์โปร์” มาช่วยกระตุ้นตลาดก็ตาม โดยปี 57 ยอดจองรถในงานอยู่ที่ 4.2 หมื่นคัน เพิ่มขึ้น 3% จากปีก่อน และสูงว่ายอดจองรถงาน “มอเตอร์โชว์” ช่วงต้นปีราว 7%
- ยอดส่งออกกลับมายืนเหนือ 1 แสนคันในรอบ 5 เดือน อยู่ที่ 1.1 แสนคัน เพิ่มขึ้น 13% MoM และ 11% YoY โดยช่วง 11M57 มีเพียง 3 เดือนที่ยอดส่งออกเกิน 1 แสนคัน/เดือน ประกอบด้วย มี.ค. มิ.ย. และ พ.ย. และรวม 11M57 มียอดส่งออกรถอยู่ที่ 1 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 1% YoY
ผลกระทบ / ความเห็น
- คาดยอดผลิตรถฟื้นตัว 5-10% ในปี 58 แม้ว่าตัวเลขยอดผลิตรถรายเดือนช่วง 11M57 จะยังไม่ส่งสัญญาณการฟื้นตัว แต่อย่างไรก็ดี ตัวเลขดังกล่าวสามารถบ่งชี้ว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว จากยอดผลิตรถที่ทรงตัวอยู่ที่ราว 1.5-1.6 แสนคัน/เดือน มาตั้งแต่ต้นปี และปี 58 ธุรกิจยานยนต์จะมีปัจจัยบวกจากการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ซึ่งเป็นโมเดลยอดนิยมหลายรุ่น เช่น Toyota Vigo, Mazda2 และ Mitsubishi Triton เป็นต้น และการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจในประเทศทำให้เราคาดว่าค่ายรถจะต้องเร่งผลิตเพื่อสต็อกรถยนต์มากขึ้น โดยเราคาดยอดผลิตรถปี 58 ที่ 2-2.1 ล้านคัน จากปีนี้อยู่ที่ 1.9 ล้านคัน
- คาดยอดผลิตรถปี 57 หดตัว 24% YoY จากยอดผลิตช่วง 11M57 อยู่ที่ 1.73 ล้านคัน และเราคาดยอดผลิตเดือน ธ.ค. อยู่ที่ราว 1.4 แสนคัน ลดลง 10-15% MoM เป็นไปตามฤดูกาลเนื่องจากมีวันทำงานน้อยกว่า (หยุดช่วงปีใหม่) ทำให้รวมทั้งปี 57 คาดยอดผลิตรถอยู่ที่ 1.87 ล้านคัน จากปี 56 อยู่ที่ 2.45 ล้านคัน
คำแนะนำ / เหตุผล
- มองเป็นช่วง “ทยอยสะสม” เรายังคงเชื่อว่าอุตสาหกรรมยานยนต์จะฟื้นตัวในปี 58 จากปัจจัยบวกการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ซึ่งเป็นโมเดลหลักของค่ายรถต่างๆ และแนวโน้มค่าเงินบาทอ่อนในปีหน้าส่งผลดีต่อการส่งออก นอกจากนี้ จากสต็อกรถยนต์ที่ติดลบกว่า 9 หมื่นคัน ทำให้เราคาดค่ายรถจะต้องกลับมาเร่งสร้างสต็อกใหม่ในปีหน้า โดยเราเลือก AH (“ซื้อ” มูลค่าเหมาะสม 18.10 บาท) และ SAT (“ซื้อ” มูลค่าเหมาะสม 20.10 บาท) เป็นหุ้นเด่นของกลุ่มฯ จากที่ทั้งสองบริษัทมียอดขายชิ้นส่วนรถกระบะเป็นหลักทำให้คาดว่าจะได้ประโยชน์จากโครงการลงทุนภาครัฐในปีหน้า และราคาหุ้น AH ยังต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีต่อหุ้น ณ สิ้นปี 58 ที่ 18.40 บาท







