วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

TOP - ซื้อ

คาด 4Q57 ขาดทุนเพิ่ม

คาด 4Q57 ขาดทุนต่อเนื่อง

ผลประกอบการ 4Q57 ยังคงขาดทุนต่อเนื่อง แม้บริษัทจะมีกำไรปกติฟื้นตัวจาก (1) การใช้อัตราการกลั่นที่ 100 – 105% ใน 4Q57 เพิ่มขึ้นจาก 85% ใน 3Q57 และ (2) ค่าการกลั่นที่ฟื้นตัว โดยค่าการกลั่นสิงค์โปร์เฉลี่ย 4Q57QTD อยู่ที่ 6.3 เหรียญต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 31%QoQ แต่ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจาก (1) ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ของกลุ่มอะโรเมติกส์ที่ลดลง โดยส่วนต่างราคาพาราไซลีน (Px-ULG95) และเบนซีน (Bz-ULG95) ลดลง 32%QoQและ (2) Stock loss ที่คาดว่าจะสูงถึง 8 พันล้านบาท จากราคาน้ำมันดิบปรับลดกว่า 35 เหรียญต่อบาร์เรล (สมมติฐานราคาน้ำมันปิดสิ้นปี 2557 ที่ 60 เหรียญต่อบาร์เรล ขณะที่ TOP มีปริมาณสำรองอยู่ที่ 8.6 ล้านบาร์เรล)

ปี 58 ฟื้นตัวเด่นสุดในกลุ่มโรงกลั่น

ผลประกอบการปี 2558 จะกลับมาฟื้นตัวเด่นสุดในกลุ่มโรงกลั่น โดยเราประเมินว่าราคาน้ำมันดิบที่คาดว่าปิดสิ้นปีที่ 60 เหรียญต่อบาร์เรล จะทำให้กลุ่มธุรกิจโรงกลั่นมีความเสี่ยงต่อการรับรู้ Stock loss ที่ลดลง ด้านต้นทุนการกลั่นจะปรับลดจาก 2 ส่วนได้แก่ (1) Crude Premium ลดลงจากเดิม 4.3 เหรียญต่อบาร์เรล (ค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ผ่านมา) ปัจจุบันอยู่ที่ 0 – 1 เหรียญต่อบาร์เรล เท่านั้น ส่วนหนึ่งเกิดจากปัญหาอุปทานส่วนเกินของน้ำมันดิบ และ (2) อัตราส่วนการสูญเสียในกระบวนการกลั่น (Fuel loss) ที่จะมีมูลค่าสูญเสียลดลงตามราคาน้ำมัน (อัตราส่วนดังกล่าวคิดเป็น 3% ของกำลังผลิต) ทำให้เราคาดว่าผลประกอบการจะพลิกจากขาดทุน 3.6 พันล้านบาทในปี 2557 เป็นกำไรสุทธิ 7 พันล้านบาท ในปี 2558 เทียบกับประมาณการกำไรสุทธิของกลุ่มธุรกิจพลังงาน เราคาดว่าจะลดลง 9%YoY

ลงทุนต่างประเทศหนุนการเติบโตในระยะยาว

เรายังคงจับตามมองแผนการลงทุนของ TOP ซึ่ง Upside ของบริษัทในระยะยาว โดยปัจจุบันบริษัทมีแผนขยายการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ โดยหนึ่งในแผนการลงทุนที่น่าจับตามมองคือ การเข้าไปปรับปรุงโรงกลั่นในพม่าเพื่อเข้าปรับปรุงประสิทธิภาพโรงกลั่น ขนาด 20KBD บริษัทคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายใน 1Q58(ยื่นเสนอไปตั้งแต่ ต.ค.)แม้การปรับปรุงประสิทธิภาพการกลั่น จะเป็นเพียงการลงทุนใน Facilities ของหน่วยกลั่นใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกลั่น แต่เรามองเป็นโอกาสในการขยายตลาดขายน้ำมันสำเร็จรูปในพม่า (ร่วมศึกษากับ PTT) เนื่องจากปัจจุบันความต้องการใช้น้ำมันในพม่าอยู่ที่ 50 – 70KBD รวมทั้งไปถึงการศึกษาเพิ่มขยายกำลังกลั่น (Phase 2) เป็น 150 – 200 KBD ในอนาคต (5 – 7 ปีข้างหน้า)

แนะนำ “ซื้อ” มูลค่าเหมาะสม 50 บาท

ธุรกิจโรงกลั่นระยะสั้นยังคงมีปัจจัยลบจากผลประกอบการ 4Q57 ที่คาดว่าจะขาดทุน เป็นปัจจัยกดดันราคาหุ้นในระยะสั้น อย่างไรก็ตามเราเชื่อว่า Down-side ของน้ำมันที่ไม่มาก จะเป็นแต้มต่อในการดำเนินธุรกิจในปี 2558 ทั้งจากต้นทุนผลิตและความเสี่ยงต่อการรับรู้ Stock Loss ที่ลดลง ขณะที่เราเชื่อว่าราคาหุ้นตอบรับปัจจัยลบทางด้านธุรกิจปิโตรเลียมและปิโตรเคมีที่อ่อนแอไปหมดแล้ว จนปัจจุบันราคาหุ้นซื้อขายเพียง 1xPBV’15 เท่านั้น ทำให้เราแนะนำ “ซื้อ” ด้วยมูลค่าเหมาะสม 50 บาท