วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

PTTGC - ซื้อ

เชื่อปี 58 จะกลับมาฟื้นตัว

แนวโน้มผลการดำเนินงานฟื้นตัว

เราปรับลดสมมติฐานส่วนต่างผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและปิโตรเคมี (รายงานบทวิเคราะห์อุตสาหกรรมวันที่ 18 ธ.ค.) กระทบต่อประมาณการบริษัทที่ศึกษา (BCP IRPC PTTGC และ TOP)โดยบริษัทที่ได้รับผลกระทบจากการปรับสมมติฐานมากสุดได้แก่ PTTGCโดยเฉพาะการปรับสมมติฐานราคา HDPE ลง 18% เหลือ 1,205 เหรียญต่อตัน (Spread HDPE อยู่ที่ 600 – 620 เหรียญต่อตัน) อย่างไรก็ตามเรามองว่าราคาน้ำมันดิบที่อยู่ในระดับต่ำ ลดความเสี่ยงต่อการรับรู้ Stock Loss และวัตถุดิบก๊าซฯ ที่ใช้ในการผลิตที่เพิ่มขึ้นหลังโรงแยกก๊าซฯ หน่วยที่ 5 ของ PTT กลับมาเดินเครื่องเต็มกำลังผลิต จะหนุนกำไรปี 58 เติบโต เราประเมินว่ากำไรสุทธิปี 2558 อยู่ที่ 2.8 หมื่นล้านบาท (+31%YoY)

คาดผลประกอบการ 4Q57 ใกล้จุด Break-even

เราประเมินว่าผลประกอบการ 4Q57ของ PTTGC ยังมีความเสี่ยงจาก (1) ราคาเม็ดพลาสติก HDPE ที่ลดลง 9%QoQ มาอยู่ที่ 1,460 เหรียญต่อตัน (2) ส่วนต่างราคาอะโรเมติกส์ (Spot rate) ทั้งพาราไซลีนและเบนซีนลดลง 22%QoQ และ 24%QoQ ตามลำดับ และ (3) Stock loss ที่คาดว่าจะไม่น้อยกว่า 7 เหรียญต่อบาร์เรล จากราคาน้ำมันดิบที่ลดลงกว่า 35 เหรียญต่อบาร์เรล ทำให้เราคาดว่าผลประกอบการจะอยู่ในระดับใกล้เคียงจุดคุ้มทุน (Break-even point) ขณะที่กำไรสุทธิทั้งปี 2557 คาดว่าจะใกล้เคียง 2 หมื่นล้านบาท ลดลง 36%YoY ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการรับรู้ Stock loss ใน 2H57 ที่มากถึง 1 หมื่นล้านบาท จากราคาน้ำมันดิบที่ลดลงกว่า 48% (สมมติฐานราคาน้ำมันปิดสิ้นปี 2557 ที่ 60 เหรียญต่อบาร์เรล)

เน้นขยายการลงทุนในต่างประเทศ

กลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจของ PTTGC ยังคงมุ่งเน้นเพิ่มศักยภาพในการธุรกิจปัจจุบัน (Core Uplift) และการเพิ่มมูลค่าในตัวผลิตภัณฑ์ให้สูงขึ้น (1-Step Adjacencies) ซึ่งรวมไปถึงการขยายการลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งในปี 2558 จะมีหลายโครงการสำคัญทยอยเริ่มดำเนินการผลิต โดยเฉพาะโครงการขยายกำลังผลิตอะโรเมติกส์ในช่วงปลายปี 2558 ขณะที่การลงทุนทั้งในและต่างประเทศจะมีความชัดเจนเพิ่มขึ้นใน 2 โครงการ ได้แก่ โครงการขยายกำลังผลิต Ethane Cracker และการลงทุนโรงงานปิโตรเคมีครบวงจรขนาดกำลังผลิต 1.5 ล้านตัน ในประเทศอินโดนีเซีย ร่วมกับ พี.ที. เปอร์ตามิน่า คาดว่าทั้ง 2 โครงการจะได้ข้อสรุปภายในปี 2558 โดยบริษัทมีเป้าหมายจาก ROIC ของโครงการใหม่ที่ไม่น้อยกว่า 14%จากปัจจุบัน PTTGC มี ROIC เฉลี่ยอยู่ที่ 11.2%

ยังคงแนะนำ “ซื้อ”

หลังจากความกังวลต่อผลการปฏิรูปพลังงานในการปรับเพิ่มราคา LPG หมดไป หลังปัจจุบันราคา LPG ในตลาดโลกปรับลดลงเหลือ 500 – 540 เหรียญต่อตัน ต่ำกว่าเมื่อเทียบกับราคาตามสัญญา Net-back pricing กับ PTT ที่ 560 เหรียญต่อตัน แม้จะทำให้ Competitiveness ของ PTTGC ลดลงเมื่อเทียบกับกลุ่ม Naphtha Producer แต่เราได้สะท้อนปัจจัยดังกล่าวไว้ในประมาณการ ขณะที่การเปรียบเทียบกับกลุ่มธุรกิจพบว่ายังคงโดดเด่นเมื่อเทียบกับกลุ่มธุรกิจเมื่อเปรียบเทียบด้วยผลตอบแทนจากเงินปันผล PBV และ ROE ทำให้เรายังคงแนะนำ “ซื้อ”