SET จะค่อยฟื้นตัวทดสอบ 1525 จุด
SET View
- แนวโน้ม SET จะแกว่งตัวขึ้นทดสอบ 1525 จุด มองกรอบเคลื่อนไหว 1500-1525 จุด จากปัจจัย (1) น้ำมันดิบ Brent เริ่มทรงตัวแถว US$60 ต่อบาร์เรล สนับสนุนการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มพลังงาน (2) ความคาดหวังเชิงบวกต่อเม็ดเงิน LTF เข้าตลาดในสัปดาห์นี้ สังเกตจากนักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิต่อเนื่อง 4 วันทำการแล้วกว่า 2 หมื่นล้านบาท ขณะที่แรงขายจากนักลงทุนต่างชาติคาดว่าจะชะลอลงไปในสัปดาห์นี้เนื่องจากใกล้ช่วงวันหยุดยาว (3) ทางเทคนิค SET เกิดรูปแบบ Island Reversal เป็นสัญญาณขาขึ้นระยะสั้น มีเป้าหมายทางเทคนิคบริเวณ 1550 จุด ตาม 76.4% Fibonacci อย่างไรก็ตามหากกลับลงมาปิด Gap บริเวณ 1500 จุด จะยกเลิกรูปแบบขาขึ้น
- กลยุทธ์การลงทุน ระยะ 1-2 วัน หาจังหวะเข้าลงทุน แต่หาก SET ปิดต่ำกว่า 1500 กลับมาเน้นถือครองเงินสด
1)Top Daily Pick : BEAUTY (การเติบโตต่อเนื่องจากยอดขายสาขาเดิมและการขยายสาขาใหม่จะสนับสนุนการเติบโตต่อเนื่องของผลประกอบการ 4Q57-1Q58) INTUCH (ผลประกอบการ 4Q57 มีโอกาสเติบโตต่อเนื่องและจะเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปี มี upside จากการขยายธุรกิจต่อเนื่องของทั้ง ADVANC และ THCOM รวมถึงธุรกิจผลิตรายการโทรทัศน์)
2)Technical Pick : CSS TCC ESTAR AKP BEAUTY
3)Theme Play : กลุ่มนำตลาดทั้ง พลังงาน (PTT PTTEP PTTGC) ที่คาดฟื้นตัวตามราคาน้ำมันดิบ ธนาคารขนาดใหญ่ (BBL KBANK KTB SCB) สื่อสาร (ADVANC INTUCH DTAC) คาดเป็นเป้าหมายการเข้าซื้อของนักลงทุนสถาบัน กลุ่มอาหารส่งออก (TUF CPF GFPT) ได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่าและต้นทุนวัตถุดิบปรับตัวลง กลุ่มรับเหมาฯ (CK STEC) ได้ประโยชน์จากโครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่จะมีความคืบหน้าจากภาครัฐเป็นระยะ กลุ่มพัฒนาที่อยู่อาศัย (SPALI AP PS) ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ กลุ่มค้าปลีก/ร้านอาหาร/เครือข่าย (BIGC CPALL M KAMART) จากแนวโน้มการฟื้นตัวตามเศรษฐกิจ
- รายงานวันนี้
Comment : LH (ซื้อ / มูลค่าเหมาะสม 11.90 บาท) 4Q57 บันทึกกำไรพิเศษจากการขาย LHSC
Fundamental Talk
- กลยุทธ์การลงทุนสัปดาห์นี้ (22-26 ธันวาคม)
•แนวโน้ม สัปดาห์นี้คาด SET แกว่งตัวผันผวนในกรอบ 1490-1560 จุด มีโอกาสฟื้นตัวจากเม็ดเงินนักลงทุนสถาบันทั้ง LTF และ Trigger Fund ขณะที่คาดแรงขายนักลงทุนต่างชาติจะเริ่มลดลงจากช่วงเข้าใกล้วันหยุดยาว ทางเทคนิค SET เกิดรูปแบบ Island Reversal เป็นสัญญาณขาขึ้นระยะสั้น มีเป้าหมายบริเวณ 1550 จุด ตาม 76.4% Fibonacci อย่างไรก็ตามหากกลับลงมาปิด Gap บริเวณ 1500 จุด จะยกเลิกรูปแบบขาขึ้น ส่วนภาพระยะกลางยังอยู่ในรูปแบบขาลง การยกเลิกสัญญาณขาลงต้องสามารถขึ้นมายืดปิด Gap ที่ 1560 จุดให้ได้ก่อน
•ประเด็นที่ต้องติดตาม (1) ราคาน้ำมันดิบ Brent คาดว่าสัปดาห์นี้จะขึ้นทดสอบ US$60 ต่อบาร์เรล หากผ่านขึ้นไปได้จะเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นกลุ่มพลังงานและ SET และในทางกลับกัน (2) ค่าเงินรูเบิลของรัสเซีย แม้สัปดาห์ก่อนกลับมาแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย แต่ด้วยทิศทางราคาน้ำมันที่ผันผวน ทำให้คงเป็นเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังต่อโอกาสเกิด Capital Flight ในภูมิภาค (3) สัปดาห์นี้ต้องติดตามประกาศตัวเลขดุลการค้าเดือน พ.ย. เราคาดยังไม่สดใสมาก
จากภาวะเศรษฐกิจภูมิภาคยังคงอ่อนแอ อย่างไรก็ตามหากมีการฟื้นตัวอย่างมีนัย (+5%YoY ขึ้นไป) อาจเป็นปัจจัยบวกด้านจิตวิทยาการลงทุน และ (4) SET ซื้อขายที่ 14.3xP/E’58 ไม่ได้ถูกมากจึงไม่ดึงดูดนักลงทุนระยะยาว และไม่พอชดเชยความเสี่ยงต่อความผันผวนของตลาด เรามองดัชนีระดับ 1477 จุด หรือ 14xP/E’58 ลงมาเหมาะสมเป็นระดับทยอยสะสมอีกครั้ง
•กลยุทธ์การลงทุนสัปดาห์นี้
(1)การลงทุนระยะสั้น หากรับความเสี่ยงได้มาก ยืนเหนือ 1500 จุดเน้นขึ้นขาย-ลงซื้อหุ้นกลุ่มนำตลาดที่เป็นเป้าหมายเข้าซื้อของนักลงทุนสถาบัน อาทิ กลุ่มพลังงาน กลุ่มธนาคาร กลุ่มสื่อสาร หากปิดต่ำกว่า 1500 จุดจะเป็นการจบรอบรีบาวด์ให้กลับมาเน้นถือเงินสดเพราะเสี่ยงจะเหวี่ยงลงไปต่ำกว่า 1400 จุด อีกครั้ง
(2)การลงทุนระยะกลาง-ยาว (3-6 เดือนขึ้นไป) แนะนำถือครองหุ้นต่อ หรือหากราคาหุ้นแต่ละตัวปรับลงมาแรงหรือ SET ปรับลงต่ำกว่าระดับ 1477 จุดลงมา เน้นทยอยสะสมกลุ่ม Domestic play ที่คาดจะได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และ/หรือ ผู้นำอุตสาหกรรมที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ได้แก่ (1) กลุ่มสื่อสาร (ADVANC INTUCH) เป็นธุรกิจที่มีลักษณะ Defensive รายได้อยู่ในช่วงเติบโตจากการเติบโตของอินเตอร์เน็ทโทรศัพท์และการขยายเศรษฐกิจดิจิทัลที่รัฐบาลสนับสนุน (2) กลุ่มอาหาร (TUF) TUF ก็เป็นธุรกิจมีลักษณะ Defensive แต่ราคาหุ้นปรับตัวลง คาดเป็นแรงขายทำไรจากนักลงทุนระยะสั้นกรณีการซื้อกิจการ Bumble Bee Sea Food โดยเรามองว่า Deal จะเป็นผลดีระยะยาวต่อธุรกิจโดยรวมในระยะยาวและราคาหุ้นที่ปรับตัวลงมาเป็นจังหวะที่น่าสะสม (3) กลุ่มค้าปลีก (CPALL ROBINS KAMART) เป็นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันปรับตัวลง โดยเริ่มเห็นรัฐบาลปรับลดราคาน้ำมันในประเทศจะเป็นปัจจัยกระตุ้นกำลังซื้อผู้บริโภคโดยรวม (4) กลุ่มสายการบิน (NOK) เป็นอีกกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากราคาเชื้อเพลิงตกต่ำ คาดจะหนุนผลประกอบการฟื้นตัวดีขึ้น ประกอบกับกำลังเข้าช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว จะช่วยหนุนยอดผู้โดยสาร









