วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'จีน'ทุ่มงบ3หมื่นล้านสหรัฐฯพัฒนาศก.ลุ่มน้ำโขง

"จีน" ทุ่มงบประมาณ 3 หมื่นล้านสหรัฐฯ ในระยะ 5 ปีแรกพัฒนาเศษฐกิจลุ่มน้ำโขง

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงภาพรวมผลการประชุมสุดยอดผู้นำแผนงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง หรือ GMS SUMMIT ครั้งที่ 5 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นที่โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพมหาคร ว่า ในครั้งนี้ ถือได้ว่ารัฐบาลไทยประสบความสำเร็จอย่สงดียิ่งในการเป็นเจ้าภาพ การประชุมระดับนานาชาติระดับสุดยอดผู้นำครั้งแรกของรัฐบาลซึ่งได้รับเกียรติอย่างสูงจากผู้นำทุกประเทศสมาชิก ประกอบด้วย จีน กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม รวมถึงธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย ซึ่งเป็นองค์กรหุ้นส่วนการพัฒนาของ GMS ด้วย ขณะที่การประชุมครั้งนี้ได้มีการรับรองแถลงการร่วมระดับผู้นำ 6 ประเทศลุ่มแม่น้ำโขงครั้งที่ 5 หรือ Joint Summit Declaration :JSD ที่ได้สะท้อนถึงผลการหารือทั้งหมดโดยมีสาระสำคัญ คือ ผู้นำประเทศ GMS แสดงความชื่นชมในความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง ของประเทศสมาชิกที่จะผลักดันความร่วมมือให้เกิดผลเป็นรูปธรรม และแสดงความชื่นชมความก้าวหน้าด้านโครงสร้างพื้นฐาน ใน 3 สาขา ได้แก่ ด้านคมนาคม พลังงาน และสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร นอกจากนี้ ยังได้รับทราบความก้าวหน้าการพัฒนากฎระเบียบต่างๆ ทั้ง 5 สาขา ประกอบด้วย สาขาการอำนวยความสะดวกทางการค้า และคมนาคมขนส่ง สาขาเกษตร สาขาการท่องเที่ยว สาขาพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และสาขาสิ่งแวดล้อม

นายอาคม กล่าวอีกว่า ผู้นำประเทศต่างๆ ยังได้ตระหนักถึงความท้าทายการพัฒนาต่างๆ อาทิ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพยังไม่สมบูรณ์ และยังไม่ได้มาตรฐาน รวมทั้งความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงอย่างยั่งยืน เพื่อความเจริญรุ่งเรืองในอนาคต ภายใต้วิสัยทัศน์ร่วมกัน 7 ข้อ ประกอบด้วย 1) มุ่งมั่นพัฒนาแผนงานโครงการภายใต้แผนปฏิบัติการกรอบการลงทุนในภูมิภาค ให้เกิดผลสำเร็จในทางปฏิบัติ โดยแผนงานนี้มีแผนเงินลงทุนระยะ 5 ปี จำนวน 30,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายในระยะเวลา 5 ปี จะแบ่งเป็นโครงการของจีน 44 เปอร์เซ็นต์ ลาว 26 เปอร์เซ็นต์ ไทย 10 เปอร์เซ็นต์ และโครงการอื่นๆ จะกระจายไปยังประเทศในภูมิภาค โดยในจำนวนนี้เป็นเงินสนับสนุนจากธนาคารเอดีบี และเงินทุนที่แต่ละประเทศหาด้วยตนเอง ขณะที่จีนจะสมทบเงินสินเชื่อแบบให้เปล่าแบบผ่อนปรน ( Soft Loan) จำนวน 3,000 ล้านหยวน เพื่อส่งเสริมการพัฒนาโครงข่ายโครงสร้างพื้นฐานในกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง และให้ความสนับสนุนแหล่งเงินจากเงินกองทุนโครงสร้างสายไหม (Silk Road Fund) ที่มีวงเงินอยู่ 40,000 ล้านดอลล่าสหรัฐ

2) ร่วมการพัฒนาแนวเส้นทางคมนาคมในลุ่มน้ำโขง ให้เป็นแนวระเบียงที่ยั่งยืน ทั้งนี้ มีแผนการก่อสร้างสะพานมิตรภาพแม่น้ำโขงแห่งที่ 5 ในระหว่างนี้ทำการศึกษาอยู่ 3) ร่วมกันขจัดอุปสรรคด้านกฎระเบียบการคมนาคมขนส่งข้ามพรมแดนเพื่ออำนวยความสะดวก การเคลื่อนย้ายยานพาหนะต่างๆ รวมถึงสินค้า และคน 4) ยินดีและสนับสนุนต่อการจัดตั้งกลไกการดำเนินงานในลุ่มน้ำโขงที่จัดตั้งขึ้นมาใหม่ ได้แก่ สมาคมการรถไฟของประเทศลุ่มน้ำโขง และศูนย์ประสานงานซื้อขายไฟฟ้าระหว่างประเทศสมาชิกในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง 5) ร่วมดำเนินงานภายใต้เวทีหารือการพัฒนาแนวระเบียงเศรษฐกิจโดยมีเวทีหารือในระดับผู้ว่าราชการจังหวัดควบคู่กันไปด้วย 6) มุ่งส่งเสริมภาคเอกชนเป็นตัวขับเคลื่อนหลักในการพัฒนาแนวระเบียงเศรษฐกิจ โดยภาครัฐเป็นผู้จัดเตรียมโครงสร้างพื้นฐานระบบสาธารณูปโภค และประสานความร่วมมือ ทั้งในระดับท้องถิ่น ระดับชาติ และระดับภูมิภาค 7) ร่วมดำเนินงานให้สอดคล้องกันทั้งในระดับคณะทำงานและกรอบความร่วมมืออื่นในภูมิภาค เช่น อาเซียน อาเซียน - จีน และอาเซียนบวกสาม

อย่างไรก็ตาม ประชุมสุดยอดผู้นำแผนงานความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง หรือ GMS SUMMIT ครั้งต่อไป กำหนดจะจัดขึ้นอีกในปี 2560 โดยประเทศเวียดนามจะเป็นเจ้าภาพ