แม้ OFM จะเลื่อนกำหนดการเปิดตัวร้านค้าออนไลน์อย่างเป็นทางการออกไปอีก แต่เรามองว่าผลกระทบต่อกำไรจะน้อยมาก
ประเด็นการลงทุน
แม้ OFM จะเลื่อนกำหนดการเปิดตัวร้านค้าออนไลน์อย่างเป็นทางการออกไปอีก แต่เรามองว่าผลกระทบต่อกำไรจะน้อยมากเนื่องจากสัดส่วนรายได้จากธุรกิจขายสินค้าออนไลน์นั้นยังค่อนข้างน้อย รวมถึงเรายังให้สมมติฐานเชิงอนุรักษนิยมต่อผลประกอบการร้านค้าออนไลน์ ด้านธุรกิจอุปกรณ์สำนักงานซึ่งเป็นธุรกิจหลักที่ช่วยหนุนรายได้และกำไรของบริษัทยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ในขณะที่ร้านค้า B2S กำลังอยู่ในช่วงพลิกฟื้นธุรกิจ ดังนั้น เราจึงคิดว่า OFM จะเป็นหนึ่งในผู้ค้าปลีกไม่กี่รายภายใต้การวิเคราะห์ของเราที่กำไรยังสามารถเติบโตแข็งแกร่งได้ในไตรมาส 4/2557 และในช่วงครึ่งแรกของปี 2558 เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2558 ที่ 58 บาท
กำหนดการเปิดตัวเว็บไซต์ถูกเลื่อนออกไปอีกครั้ง : OFM เลื่อนการเปิดตัวร้านค้าออนไลน์อย่างเป็นทางการออกไปอีกสามเดือนเป็นช่วงปลายไตรมาส 1/2558 เนื่องจากสินค้ายังไม่มีความพร้อม โดยขณะนี้บริษัทมีสินค้าที่จะวางขายผ่านช่องทางออนไลน์ยังต่ำกว่า 5 หมื่นรายการ ซึ่งน้อยเกินไปที่จะทำให้เว็บไซต์กลายเป็นแหล่งซื้อสินค้าออนไลน์ที่ได้รับความนิยมได้ บริษัทมีแผนเพิ่มจำนวนสินค้าขึ้นเป็น 135,000 รายการในปีหน้า ซึ่ง 70% ของสินค้าจะมาจากกลุ่มเซ็นทรัล (ลดลงจาก 90% ณ ปัจจุบัน) ในมุมมองของเรา ความล่าช้าในการเปิดตัวร้านค้าอย่างเป็นทางการ (ล่าช้าไปแล้ว 18 เดือนจากแผนแรกเริ่ม) จะส่งผลให้ OFM มีความยากลำบากมากขึ้นที่จะชิงส่วนแบ่งตลาดจากร้านค้าออนไลน์อื่นๆ ซึ่งกำลังสร้างการรับรู้แบรนด์และความจงรักภักดีของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
ร้านค้า B2S กำลังอยู่ในช่วงพัฒนาปรับปรุง : แม้ธุรกิจร้านค้า B2S จะฟื้นตัว แต่รายได้ในปีหน้ามีแนวโน้มที่จะเติบโตเพียง 5-10% เนื่องจากธุรกิจยังคงอยู่ในระยะพัฒนาและปรับปรุง โดยในปีหน้าผู้บริหารมีแผนจะเปิดตัวโมเดลธุรกิจใหม่ๆ เพิ่มขึ้นอีกเพราะรูปแบบโมเดลของสาขาเซ็นทรัลเวิลด์ที่ประสบความสำเร็จด้วยดีนั้นไม่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับทุกสาขา เนื่องจากแต่ละสาขามีขนาดพื้นที่ ตำแหน่ง และความชื่นชอบของลูกค้าประจำพื้นที่ที่แตกต่างกัน ในแง่ของสินค้า ร้านค้า B2S ตั้งเป้าที่จะปรับเปลี่ยนประเภทของสินค้าที่วางขาย อย่างเช่น ในแผนกบันเทิง บริษัทวางแผนจะเปลี่ยนการขายแผ่นเพลงซึ่งกำลังหดตัวลง เป็นอุปกรณ์ฟังเพลงซึ่งมีศักยภาพในการเติบโตที่ดี ทั้งนี้บริษัทจะนำเข้าอุปกรณ์ต่างๆ จากผู้ผลิตชั้นนำทั่วโลกโดยตรงด้วยจุดมุ่งหมายที่จะขึ้นเป็นผู้นำแห่งอุปกรณ์ด้านบันเทิงในทวีปเอเชีย
มีมุมมองเชิงบวกต่อธุรกิจอุปกรณ์สำนักงาน : ธุรกิจอุปกรณ์สำนักงานจะยังคงเป็นธุรกิจหลักที่ช่วยหนุนการเติบโตในปีหน้า โดย OFM มองว่ายอดขายจาก Office Mate จะเติบโตกว่า 15% ในขณะที่ยอดขายผ่านแคตตาล็อกคาดจะเติบโตก้าวกระโดดถึง 60% จากการเปลี่ยนจากการขายสินค้าที่ร้านเป็นการขายผ่านช่องทางออนไลน์และระบบสั่งซื้อสินค้าอิเล็กทรอนิกส์
ในอนาคตบริษัทอาจจะไม่ต้องทำการเก็บสินค้าไว้ที่ร้านค้าอีกต่อไป โดยร้านจะเป็นเพียงจุดสั่งซื้อและให้บริการต่างๆ เช่น การให้บริการการพิมพ์ครบวงจรและการออกแบบออฟฟิศ นอกจากนี้ ขนาดร้านอาจลดลงเหลือเพียง 100 ตารางเมตร ซึ่งจะมีขนาดเท่ากับร้านสะดวกซื้อ ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทสามารถเปิดสาขาในตึกสำนักงานต่างๆ ได้ ผลที่ตามมาคือบริษัทสามารถลดงบลงทุนและเพิ่มอัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ได้เป็นอย่างดี









