วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ทีวีดิจิทัล'ช่องใหม่โกย'ผู้ชม-โฆษณา'ปี58

ภาพรวมอุตสาหกรรมสื่อปีนี้ ที่มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญจากการออกอากาศทีวีดิจิทัล ช่องใหม่ อีก21ช่อง

ขณะที่ฟรีทีวีอนาล็อก 6 ช่องเดิม ออกอากาศคู่ขนานระบบดิจิทัลเช่นเดียวกัน ทำให้ "หน้าจอทีวี" วันนี้มี "ตัวเลือก" สำหรับการรับชมฟรีทีวีรวม 27 ช่องในระบบดิจิทัล

ปัทมวรรณ สถาพร กรรมการผู้จัดการ มายด์แชร์ เอเยนซี่เครือข่ายด้านการตลาดและการสื่อสาร กล่าวว่าหลังทีวีดิจิทัลเริ่มออกอากาศในเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ปัจจุบันครองสัดส่วนการรับชมทีวีแล้วกว่า 10% ปี2558 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเท่าตัวที่ 20% พบว่าทีวีดิจิทัล ช่องใหม่และช่องที่เปลี่ยนแพลตฟอร์มจากช่องดาวเทียม ทั้งเวิร์คพอยท์ ช่อง8 เนชั่นทีวี โมโนทีวี ไทยรัฐทีวี อยู่ในกลุ่มผู้นำเรทติ้งผู้ชม และมีโอกาสเพิ่มขึ้นในปีหน้า

ตัวเลขการใช้งบโฆษณาผ่านสื่อของนีลเส็น เดือน ม.ค.-พ.ย.2557 พบว่าโฆษณาผ่านทีวีทุกแพลตฟอร์มมีมูลค่า 74,377 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.7% จากปีก่อน ประกอบด้วย ทีวีอนาล็อก หรือฟรีทีวีช่องเดิม (ช่อง 3 5 7 9) รวมมูลค่า 58,755 ล้านบาท ลดลง 7.8% ส่วนทีวีดิจิทัล มีมูลค่า 10,078 ล้านบาท และช่องเคเบิลและทีวีดาวเทียม 5,543 ล้านบาท

จากแนวโน้มการเติบโตด้านเม็ดเงินโฆษณาในทีวีดิจิทัล ช่องใหม่ และสื่อดิจิทัล ซึ่งสมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) คาดการณ์มูลค่าโฆษณาปีนี้อยู่ที่ 6,429 ล้านบาท หรือเติบโต 51% ดังนั้นประเมินว่าสิ้นปีนี้ภาพรวมอุตสาหกรรมโฆษณาที่รวมตัวเลขสื่อดิจิทัล เคเบิล/ทีวีดาวเทียม และทีวีดิจิทัล จะอยู่ในภาวะ "ทรงตัว" เทียบปีก่อนที่มีมูลค่า "แสนล้านบาท" เนื่องจากเศรษฐกิจชะลอตัวในช่วงครึ่งปีแรก

"ทิศทางการสื่อสารการตลาดของแบรนด์ท่ามกลางวิกฤติต่างๆ ต้องสามารถปรับตัวเท่าทันการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค และความท้าทายใหม่ๆ มองว่าช่วงเศรษฐกิจชะลอตัวเป็นโอกาสของแบรนด์ที่จะขับเคลื่อนธุรกิจไปในเชิงบวกด้วยการบริหารและจัดการกับข้อมูลที่มีมากมายมหาศาลให้เป็นประโยชน์ เพื่อนำมาวิเคราะห์และปรับกลยุทธ์การสื่อสารการตลาดได้เช่นกัน"

ขณะที่ปี 2558 แนวโน้มอุตสาหกรรมโฆษณามีโอกาสเติบโต 4-7% จากการฟื้นตัวภาพรวมเศรษฐกิจ และการขยายตัวของสื่อดิจิทัล ที่วันนี้กลายเป็นอีกสื่อหลัก (Mainstream) ที่ทุกแบรนด์สินค้าให้ความสำคัญ รวมทั้งการขยายตัวของ "ทีวีดิจิทัล" ช่องใหม่ที่เพิ่มทางเลือกในการรับชมและใช้งบโฆษณา

แนวโน้มทีวีดิจิทัลในปีหน้า จะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มคือ ช่องผู้นำเรทติ้งมีฐานผู้ชมชัดเจน, ช่องที่มีศักยภาพเติบโต และช่องที่มีผู้ชมเฉพาะ (เซ็กเม้นต์) ในกลุ่มช่องผู้นำเรทติ้ง มีโอกาสปรับราคาโฆษณาเพิ่ม หากมีตัวเลขผู้ชมชัดเจน ขณะที่ช่องฟรีทีวีเดิม ซึ่งออกอากาศคู่ขนานทั้งอนาล็อกและดิจิทัล ในช่องผู้นำช่อง 7 และ ช่อง 3 หากยังรักษาฐานผู้ชมได้เหมือนเดิม หรือเพิ่มขึ้น ยังคงเป็นช่องทีวีตัวเลือกอันดับแรกของผู้ใช้งบโฆษณาต่อไปเช่นกัน

แต่หากช่องฟรีทีวีรายเดิมที่มีฐานผู้ชมลดลง มีโอกาสที่งบโฆษณาจากฟรีทีวีรายเดิมจะย้ายไปยัง ทีวีดิจิทัล ช่องใหม่ที่มีเรทติ้งดีและราคาโฆษณาต่ำกว่าทีวีรายเดิม

พเยาว์ ธรรมธีรสุนทร หัวหน้าฝ่ายวางแผนกลยุทธ์สื่อทีวี มายด์แชร์ กล่าวเสริมว่าหลังจากทีวีดิจิทัล ช่องใหม่เริ่มออกอากาศ ทำให้มีคู่แข่งช่องทีวีเข้ามาแย่งผู้ชมจากฟรีทีวีรายเดิม เนื่องจากทีวีดิจิทัล สามารถเข้าถึงผู้ชมตัวประเทศที่รับชมผ่านแพลตฟอร์มเคเบิลและทีวีดาวเทียม ซึ่งมีสัดส่วน 70% ของครัวเรือนไทยในปัจจุบัน ในปี2558 ทีวีดิจิทัล ช่องใหม่ จะมีฐานผู้ชมเพิ่มขึ้น จากการแจกคูปองของ กสทช. ทำให้เข้าถึงผู้ชมอีก 30% ที่รับชมผ่านแพลตฟอร์มอนาล็อก

อีกทั้งทีวีดิจิทัล ช่องใหม่มีการปรับคอนเทนท์ต่อเนื่องเพื่อขยายฐานผู้ชม และเข้ามาแย่งส่วนแบ่งการตลาดจากฟรีทีวีรายเดิม ถือเป็นปัจจัยท้าทายการแข่งขันของ "ทีวีรายเดิม" ซึ่งในกลุ่มผู้นำอาจไม่สามารถปรับราคาได้ หากไม่มีเรทติ้งผู้ชมเพิ่ม ขณะที่ช่อง 5 และช่อง 9 อยู่ในสถานการณ์ที่ผู้ผลิตรายการและเม็ดเงินโฆษณา "ย้ายออก" ไปยังทีวีดิจิทัล ช่องใหม่ที่มีราคาโฆษณาถูกกว่าและเรทติ้งใกล้เคียง

"ฟรีทีวีรายเดิม" จะลดการผูกขาดครอบครองเม็ดเงินโฆษณาลง จากการแข่งขันทีวีดิจิทัลช่องใหม่ที่มีศักยภาพสูง

ปี2558 พบว่าทีวีดิจิทัล ในกลุ่มผู้นำเรทติ้ง ประกาศปรับราคาขึ้น 100-300% ดังนั้นงบโฆษณา"ทีวี" ในปีหน้ามีโอกาสที่จะย้ายจากฟรีทีวีรายเดิม มายังทีวีดิจิทัลเพิ่มขึ้น จากสิ้นปีนี้ที่มีมูลค่า 11,000 ล้านบาท