วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Market Focus

SET จะรีบาวน์ขึ้นปิด Gap บริเวณ 1490-1510 จุด

SET View

- แนวโน้ม SET มีโอกาสรีบาวน์ขึ้นปิด Gap บริเวณ 1490-1510 จุด โดยมองกรอบการเคลื่อนไหว1470-1510 จุด(1)นักลงทุนบางส่วนจะทยอยซื้อกลับหลังการ panic sell เมื่อวาน ที่ถูกกระตุ้นด้วยข่าวลือ และการถูก force sell ของนักลงทุนที่ใช้บัญชี margin ทำให้ SET ปรับลดลงอย่างผิดปกติ(2)ราคาน้ำมันดิบ Brent ยังทรงตัวบริเวณ US$60 ต่อบาร์เรล (3)ดัชนีความกลัว หรือ VIX Index ปรับลดลงมาที่ 20.4% หลังขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่ 24.8% บ่งบอกว่านักลงทุนสถาบันในตลาดหุ้นสหรัฐเริ่มผ่อนคลายความวิตกต่อตลาดหุ้นระยะสั้น (4) ความคาดหวังต่อผลการประชุมกนง. วันพรุ่งนี้ที่อาจมีมติปรับลดดอกเบี้ยนโยบายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตามด้านปัจจัยภูมิภาค อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปีปรับลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 18 เดือน 2.1% บ่งบอกถึงความวิตกของนักลงทุนต่อการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง Non-US Dollar ที่เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก จะไม่สนับสนุนเงินไหลเข้าในภูมิภาค และในทางเทคนิค SETกำลังรีบาวน์เพื่อไปจบรอบแถว 1490-1520 จุด ก่อนที่จะปรับตัวลงอีกครั้ง

- กลยุทธ์การลงทุน ระยะ 1-2 วัน ชะลอการลงทุนหรือทยอยขายหุ้นที่ซื้อกลับเมื่อวานนี้ หรือหากรับความเสี่ยงได้มากหาจังหวะลงแรงซื้อ-รีบาวน์ขึ้นขายไม่ไล่ราคา

1)Top Daily Pick : ITD (การเพิ่มทุน PP ไปเมื่อเดือนก่อน ทำให้ฐานทุนเพิ่มเพื่อรองรับการขยายงานใหม่ทั้งโครงการทวายและโครงการอื่นๆในต่างประเทศที่จะสนับสนุนการเติบโตระยะยาว) GRAMMY (มี upside จากมูลค่าเหมาะสมมากสุดในกลุ่มทีวีดิจิทัล ธุรกิจกำลังอยู่ในช่วงของการ Turnaround หลังขายทิ้งธุรกิจไม่ทำกำไร และเพิ่งลง contentsในช่องทีวีดิจิทัล)

2)Technical Pick : TRUE ADVANC KTB SCB PTTGC

3)Theme Play : กลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ (SCB KBANK BBL KTB) และกลุ่มพลังงานนำตลาด (BCP PTT PTTEP PTTGC) ที่มีโอกาสผันผวนตาม SETหุ้นที่เข้าคำนวณดัชนี SET 50 (CK HEMRAJ KTIS SPALI)

- รายงานวันนี้

Update : ITD (ซื้อ / มูลค่าเหมาะสม 8.25บาท) ปรับมูลค่าเหมาะสมเพิ่ม สะท้อนงานก่อสร้างเร็วกว่าคาด

Update : กลุ่มพลังงาน (น้ำหนักการลงทุนเท่าตลาด) ราคาน้ำมันลง ราคาหุ้นเริ่มน่าสนใจเลือก PTT และ PTTEP เป็น Top Pick

Fundamental Talk

- ทยอยสะสมหุ้นได้แล้ว

•เหตุการณ์ : การปรับลดของ SET ภายในวันเดียวกว่า 139 จุด (-9.2%) ลงไปทำจุดต่ำสุดบริเวณ 1376 จุด ก่อนรีบาวน์กลับมาปิดที่ 1478 จุด เป็นการปรับลงรุนแรงเป็นดับสองในแง่ขนาด (อันดับหนึ่งปรับลง 142 จุดวันที่ 19 ก.ย. ปี 49) อันดับแปดในแง่เปอร์เซ็นต์การเปลี่ยนแปลง และมูลค่าซื้อขายสูงเป็นประวัติการณ์กว่า 1 แสนล้านบาท เป็นผลจากหลายปัจจัยทั้ง (1) การปรับลงตามตลาดหุ้นในภูมิภาค จากความวิตกภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวและราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงแรงในรอบหลายปี ส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิต่อเนื่องช่วง 4 วันทำการกว่า 1.3 หมื่นล้านบาท(2) การขายสุทธิของพอร์ตบล.กว่า 8.6 พันล้านบาทในช่วง 5 วันทำการใกล้เคียงยอดซื้อสะสมสุทธิสูงสุดที่เกิดขึ้นในเดือนส.ค.ปีนี้ (3) ปัจจัยอื่นๆเช่นการถูก Forcesell ของนักลงทุนบัญชี margin รวมถึงข่าวลือต่างๆ

•ประเมินผลกระทบ : (1) ปัจจัยพื้นฐาน: ยกเว้นหุ้นกลุ่มพลังงานที่อาจได้รับผลกระทบจากการปรับลดประมาณการกำไรตามราคาน้ำมันดิบ เรามองการปรับลดของ SET ไม่ได้เกิดจากเปลี่ยนแปลงปัจจัยพื้นฐานอย่างมีนัย SET ระดับปัจจุบัน(1478 จุด) ซื้อขายที่ระดับ 14xP/E’58 เป็นระดับกรอบล่างของเป้าหมายปี 58 จึงถือได้ว่าเริ่มถูก และสะท้อนปัจจัยเสี่ยงทางมหภาคไปแล้วพอสมควรควรเป็นโอกาสสำหรับทยอยสะสมหุ้นเพื่อลงทุนระยะกลาง (มากกว่า 3- 6 เดือนขึ้นไป)เรายังคงเป้าหมาย SET ปี 58 กรอบบนที่ระดับ 1688 จุดอิงกับสมมติฐานกำไรต่อหุ้นของ SET โต 1.6% และ 16.5% ในปี 2557 และปี2558 ตามลำดับ(2)ปัจจัยทางเทคนิค:SET ได้เข้าสู่ทิศทางขาลงวันที่ 12 ธ.ค.เมื่อปิดต่ำกว่า 1520 จุด จึงต้องใช้เวลาในการปรับฐานไม่น้อยกว่า 3 เดือนโดยระดับต่ำสุดเมื่อวานนี้ (1376 จุด) จะเป็นแนวรับสำคัญของรอบนี้ เนื่องจาก SET รีบาวน์ขึ้นจากระดับดังกล่าวหากยืนได้ก็แกว่งตัวออกด้านข้างเพื่อสร้างฐานรอการเปลี่ยนทิศทางในระยะต่อไป โดยระยะสั้นคาดว่าจะยังคงแกว่งตัวในกรอบ 1460-1520 จุด การปิดเหนือ 1520 จุดจะเกิดสัญญาณขาขึ้นระยะสั้น ขณะที่การปิดต่ำกว่า 1460 จุด จะปรับฐานต่อลงทดสอบจุดต่ำสุดเดิมที่ 1376 จุด

•กลยุทธ์การลงทุน (1) นักลงทุนระยะกลางเราแนะนำให้ทยอยสะสมหุ้นที่เราให้คำแนะนำ “ซื้อ” และมี upside จากมูลค่าเหมาะสมมากกว่า 25% โดยเน้นไปที่ Domestic Play ที่มีแนวโน้มการเติบโตต่อเนื่องจากปัจจัยด้านอุตสกรรมและปัจจัยเฉพาะตัว หุ้นที่น่าในใจประกอบด้วย กลุ่มขนส่งทางอากาศ (NOK)ได้ประโยชน์ต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงปรับตัวลงและการขยายตัวฝูงบินกลุ่มทีวีดิจิทัล (GRAMMY NBC) ผลประกอบการจะเริ่ม Turnaround อย่างมีนัยตั้งแต่ปี 58 จากแนวโน้มการปรับขึ้นค่าโฆษณากลุ่มรับเหมาก่อสร้าง (CK) ได้ประโยชน์จากการผลักดันโครงการขนาดใหญ่ภาครัฐกลุ่มสื่อสาร (THCOM SIM SYMC MFEC INTUCH) ผลประกอบการมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องและจ่ายปันผลสม่ำเสมอ จากการขยายตัวของอุตสาหกรรม ทั้งปัจจัย Urbanization และ Digital Economy กลุ่มค้าปลีก/เครือข่าย (SST CPALL KAMART) ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และการขยายสาขา/ตัวแทนจำหน่าย(2) นักลงทุนระยะสั้น(เล่นตามรอบ 1 วันถึงระดับสัปดาห์) ควรเน้นถือครองเงินสด เนื่องจาก SET ในกรอบ 1460-1520 จะเป็นการแกว่งตัวที่ไร้ทิศทางชัดเจน ส่งผลให้หุ้นส่วนใหญ่อาจรีบาวน์ในกรอบจำกัด และจะผันผวนระหว่างวันสูง