วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปตท.ตัดขายปาล์มอินโดฯ ปปช.เดินหน้าสอบซื้อที่ดิน

ปตท.ประกาศขายหุ้นธุรกิจปาล์มน้ำมัน 2 โครงการในอินโดนีเซีย คาดขายขาดทุน ปปช.เดินหน้าสอบซื้อที่ดินปาล์ม

นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ปตท. ได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย วานนี้(15 ธ.ค.) ว่า คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติให้บริษัท Kalimantan Thailand Palm PTE. LTD. (KTP) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ ปตท. กรีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (PTTGE SG) (บริษัทย่อยของ ปตท. ในประเทศสิงคโปร์ ที่บริษัทปตท. ถือหุ้นในสัดส่วน 100%) ดำเนินการจำหน่ายเงินลงทุนทั้งหมด 95% ของหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมดในบริษัทย่อย PT Mitra Aneka Rezeki (PT. MAR) ให้แก่ บริษัท PT PrasadA Jaya Mulia (PJM) และอนุมัติให้ PTT Green Energy Services (Netherlands) B.V. ("PGE") ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ PTTGE SG โอนหนี้และเงินลงทุนล่วงหน้า (Advance Subscription Payment) ให้แก่บริษัท Harvey Bay Overseas LTD. (HBO)

ทั้งนี้ KTP, PGE, PJM และ HBO ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้นและการโอนหนี้(CSPA) เรียบร้อยแล้ว

ตัดขายทิ้ง2โครงการในอินโดฯ

อย่างไรก็ตาม บริษัท PT.MAR เป็นบริษัทที่จัดตั้งและประกอบธุรกิจปลูกปาล์มน้ำมันและผลิตน้ำมันปาล์มในอินโดนีเซีย ประกอบด้วย 2 โครงการ คือ Pontianak ที่ West Kalimantan และ Banyuasin ที่ South Sumatra การซื้อขายหุ้นดังกล่าวจะแล้วเสร็จภายใต้เงื่อนไขตามที่ระบุไว้ในสัญญา (Condition Precedent: CP) อาทิ การได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมคณะกรรมการหรือที่ประชุมผู้ถือหุ้นของผู้ขายและผู้ซื้อ การประกาศต่อสาธารณะเกี่ยวกับการซื้อขายหุ้นของ PT. MAR รวมถึงการได้รับอนุญาตจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ เงื่อนไขทุกประการตามที่ระบุไว้ในสัญญาจะต้องสำเร็จ ก่อนที่จะมีการจำหน่ายไป ซึ่งเงินลงทุนหรือโอนหุ้นทั้งหมดใน PT. MAR โดยสมบูรณ์ คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือน มิ.ย. 2558 และเป็นผลให้ PT. MAR จะสิ้นสภาพการเป็นบริษัทย่อยของ ปตท.

ขายหุ้นทิ้งอ้างสอดรับปรับโครงสร้าง

นายไพรินทร์ ยังแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯว่า การจำหน่ายเงินลงทุนดังกล่าว เป็นจำนวนทั้งหมดที่ ปตท. ถืออยู่ สอดคล้องกับนโยบายการปรับโครงสร้างของกลุ่ม ปตท. โดยมูลค่าการจำหน่ายดังกล่าวเป็นราคาที่ต่อรองกันอย่างเป็นอิสระระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายซึ่งปตท. จะแจ้งให้ทราบอีกครั้งหนึ่งหลังการจำหน่ายเงินลงทุนแล้วเสร็จ

อย่างไรก็ตาม รายการดังกล่าวนี้ไม่ใช่รายการที่เกี่ยวโยงกัน และขนาดของรายการไม่เข้าข่ายที่จะต้องรายงานสารสนเทศตามหลักเกณฑ์การได้มาและจำหน่ายไป สินทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียน แต่เป็นการรายงานการยกเลิกการเข้าร่วมทุนกับบริษัทอื่น โดยสัดส่วนของการยกเลิกการเข้าร่วมทุนตั้งแต่ 10% ของทุนชำระแล้ว ของบริษัทที่เข้าร่วมทุน และการจำหน่ายไป ซึ่งเงินลงทุนทั้งหมดในบริษัทย่อย ซึ่งเป็นผลให้บริษัทย่อยนั้นสิ้นสภาพการเป็นบริษัทย่อยของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อการซื้อขายหุ้นภายใต้ CSPA ได้สำเร็จลง

ข้องใจปตท.ขายขาดทุน

แหล่งข่าวจากปตท. กล่าวว่าการประกาศขายธุรกิจปาล์มในอินโดนีเซียครั้งนี้ ทราบว่าเป็นการขายขาดทุน 2โครงการที่ตัดขาย การลงทุนธุรกิจปาล์มและผลิตน้ำมันปาล์มดิบในอินโดนีเซีย เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ฝ่ายบริหารปตท.หยิบยกขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง เนื่องจากการดำเนินการพบความผิดปกติ โดยเฉพาะการเข้าไปซื้อที่ดินจำนวนมากเพื่อปลูกปาล์ม และการสร้างโรงงานสกัดน้ำมัน จนกระทั่งมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบบุคคลที่เกี่ยวข้องในโครงการนี้ และได้ส่งเรื่องดังกล่าวไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ตรวจสอบข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนของป.ป.ช.อยู่

ทั้งนี้ตามแผนธุรกิจ บริษัทพีทีที กรีน เอนเนอร์ยี่ มีเป้าหมายในการปลูกปาล์มในอินโดนีเซีย มากถึง 3.1 ล้านไร่ หรือ 5 แสนเฮกตาร์ ในส่วนของที่ดินมีการใช้เงินไปลงทุนประมาณ 200 ล้านดอลลาร์

เผยมี5โครงการลงทุนอินโดฯ

สำหรับบริษัทปตท. กรีน เอ็นเนอร์ยี่ หรือ PTTGE จัดตั้งขึ้นเพื่อลงทุนพัฒนาสวนปาล์มและโรงงานสกัดปาล์มดิบที่ประเทศอินโดนีเซีย จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อก.ย. 2550 ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 10,860 ล้านบาท รับนโยบายจากปตท.ปลูกปาล์มในอินโดนีเซีย 3.1 ล้านไร่ หรือ 5 แสนเฮกตาร์

ทั้งนี้การลงทุนในธุรกิจปลูกปาล์มและผลิตน้ำมันปาล์มดิบที่อินโดนีเซียของ ปตท. ที่มีการจัดตั้งบริษัท ปตท.กรีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด หรือ PTTGE มีการลงทุนปลูกปาล์มใน 5 โครงการ คือ โครงการ PT.Az Zhara โครงการ PT.MAR (Pontianak) โครงการ PT.MAR (Banyuasin) โครงการ PT.FBP และโครงการ PT.KPI รวมเบ็ดเสร็จ PTTGE จะถือครองที่ดิน 500,000 เฮกตาร์ และลงทุนไม่ต่ำกว่า 20,000 ล้านบาท เพื่อส่งออกน้ำมันปาล์มไปขายในตลาดโลก

ปปช.เดินหน้าสอบซื้อที่ดินปาล์มอินโดฯ

พล.ต.อ.สถาพร หลาวทอง กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการไต่สวนคำร้องที่ปตท.จัดตั้งบริษัทลูกไปกว้านซื้อที่ดินเพื่อปลูกสวนปาล์มน้ำมันในอินโดนีเซีย และพบปัญหาความไม่โปร่งใสจนมีการยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.ไต่สวน ว่าขณะนี้ป.ป.ช. ได้ให้บริษัทปตท. เข้ามาชี้แจงข้อมูลทั้งหมด รวมทั้งได้ขอเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม จึงอยู่ในชั้นการรวบข้อมูลทั้งหมดอยู่

พล.ต.อ.สถาพร ซึ่งเป็นประธานอนุกรรมการไต่สวนกรณีนี้ กล่าวต่อว่า ยังไม่ทราบข่าวที่ว่า ปตท.ตัดขายบริษัทลูกที่ไปกว้านซื้อที่ดินเพื่อปลูกปาล์มในอินโดนีเซีย แต่ถึงจะเป็นความจริงก็ไม่มีผลใดๆ กับคดี เพราะคดียังต้องเดินหน้าต่อไป ส่วนจะเสร็จเมื่อใดนั้น ขึ้นอยู่กับข้อมูลว่ามีความพร้อมมากน้อยเพียงใด ถ้าพร้อมก็จะสามารถสรุปได้ แต่ขณะนี้บางประเด็นยังต้องมีการขอข้อมูลเพิ่มเติม

"ขอยืนยันว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นป.ป.ช.ก็ต้องสอบสวนเรื่องนี้ต่อ คงไม่มีการยุติใดๆ อย่างแน่นอน" พล.ต.อ.สถาพร ระบุ

นักวิเคราะห์เชื่อขายขาดทุน

ขณะที่นักวิเคราะห์จากบล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า การตัดขายบริษัทปาล์มอินโดนีเซีย เป็นการทำตามแผนของบริษัทปตท.เคยประกาศไว้ สาเหตุของการขายครั้งนี้น่าจะเป็นการตัดขายขาดทุนเพราะ ไม่สามารถสร้างผลกำไร หลังจากที่ลงทุนมายาวนาน สะท้อนให้เห็นว่าไม่ประสบความสำเร็จในการลงทุนธุรกิจพลังงานทดแทนในต่างประเทศ และเป็นธุรกิจที่ไม่มีความเชี่ยวชาญ จึงทำให้เป็นภาระของบริษัท

"บริษัทไม่มีกำไร แต่ไม่ได้มีผลกระทบต่อปตท.เพราะมีสัดส่วนรับรู้รายได้น้อยมาก แต่น่าจะยอมตัดขายขาดทุน เพราะไม่ต้องแบกภาระต่อไปส่วนรายละเอียดว่าขาดทุนมากน้อยแค่ไหนกับการขายหุ้นในครั้งนี้ ต้องรอบริษัทรายงานเพราะเบื้องต้นพยายามสอบถามแล้วแต่บริษัทยังไม่ให้คำตอบใดๆ"นักวิเคราะห์กล่าว

การเคลื่อนไหวราคาหุ้นปตท.วานนี้ (15 ธ.ค.) ปิดตลาดที่ราคา 314 บาท ลดลง 16 บาท หรือ 4.85% โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 7,657.01 ล้านบาท