ขู่ตัดสิทธิ'ขายไฟฟ้า'จี้ผู้ผลิตโซลาร์ฟาร์ม

ขู่ตัดสิทธิ "ขายไฟฟ้า" จี้ผู้ผลิตโซลาร์ฟาร์ม พลังงานเผยมี 153 โครงการ ติดปัญหาต้องย้ายที่ตั้ง
ผู้ประกอบการโซลาร์ฟาร์มรายใหญ่เร่งย้ายทำเลที่ตั้ง หาผู้ร่วมทุน หลังกระทรวงพลังงาน ขีดเส้นตายภายใน31มี.ค.58ก่อนถูกตัดสิทธิ์การขายไฟฟ้า
แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า หลังจากที่คณะกรรมการบริหารมาตรการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ที่มีนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.ที่ผ่านมา เห็นชอบในหลักการในการตอบรับซื้อไฟฟ้า ข้อเสนอโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน หรือโซลาร์ฟาร์ม สำหรับกลุ่มที่ยื่นเสนอขอขายไฟไฟฟ้าก่อนปิดรับซื้อภายในเดือนมิ.ย.2553 และยังไม่ได้รับการพิจารณาตอบรับซื้อ 178 โครงการ คิดเป็นปริมาณเสนอขาย 1,013 เมกะวัตต์นั้น พบว่ามีความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ประกอบการโซลาร์ฟาร์ม โดยเฉพาะรายใหญ่ที่มีโครงการอยู่ในมือจำนวนมาก ที่ต้องการหาผู้ร่วมทุนมาดำเนินโครงการ หรือเข้ามาเทคโอเวอร์โครงการเนื่องจากส่วนใหญ่ เป็นโครงการที่ติดปัญหาระบบสายส่ง ไม่ผ่านข้อกำหนดทางเทคนิคหรือติดปัญหาที่ดิน โดยต้องเร่งแก้ปัญหาต่างๆ ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 มี.ค.2558 ตามที่คณะกรรมการกำหนด ไม่เช่นนั้นจะถูกตัดสิทธิ์การขายไฟฟ้า
ทั้งนี้ในจำนวน 178 โครงการพบว่า มีส่วนที่ไม่มีปัญหาเรื่องระบบสายส่งไฟฟ้า และผ่านข้อกำหนดทางเทคนิคการเชื่อมต่อโครงข่ายระบบไฟฟ้าของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) รวมทั้งไม่ติดปัญหาที่ดิน จำนวน 25 โครงการ กำลังการผลิต 138 เมกะวัตต์ ซึ่งทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จะลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) และกำกับการพัฒนาโครงการให้สามารถขายไฟฟ้าให้สามารถเข้าระบบภายในปี 2558
สำหรับโครงการที่เหลืออีก 153 โครงการ ปริมาณเสนอขายรวม 875 เมกะวัตต์ ยังติดปัญหาที่ต้องมีการย้ายทำเลที่ตั้ง ต้องเร่งประสานกับ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน หรือ พพ. ที่จะทำหน้าที่เป็น One-Stop-Service ในการให้ข้อมูลพื้นที่มีสายส่งรอบรับ โดยจะต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงที่ตั้งภายในเดือนก.พ. 2558 และแจ้งผลความพร้อมสายส่งให้คณะกรรมการฯรับทราบภายใน เดือนมี.ค. 2558 รวมทั้งการดำเนินการให้สามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบในเชิงพาณิชย์ ได้ภายในวันที่31ธ.ค. 2558
“โครงการโซลาร์ฟาร์มที่ยังค้างการดำเนินการอยู่ ซึ่งกระทรวงพลังงาน ต้องการให้จบภายในปี2558 มีการเปลี่ยนเงื่อนไขการส่งเสริม จากที่เคยได้รับส่วนเพิ่มค่าไฟฟ้าในรูปแอดเดอร์ 6.50บาทต่อหน่วย เป็นระยะ 10 ปี มาเป็น ฟีดอินทารีฟ 5.66 บาทต่อหน่วย เป็นระยะเวลา 25 ปี ขณะที่โครงการส่วนใหญ่ต้องย้ายทำเลที่ตั้งภายในเส้นตายที่กำหนด อาจจะทำให้ผู้ประกอบการโซลาร์ฟาร์มรายเดิมไม่ได้ประโยชน์มากนัก หากต้องมีการลงทุนเอง ต้องการที่จะขายสิทธิ์การดำเนินการ หรือต้องการร่วมลงทุนกับผู้ประกอบการรายใหญ่ๆมากกว่า ซึ่งกลุ่มที่แสดงความสนใจที่จะเข้ามาลงทุนเช่นบริษัทผลิตไฟฟ้าราชบุรี โฮลดิ้ง และเอ็กโก กรุ๊ป เป็นต้น” แหล่งข่าว กล่าว
สำหรับผู้ประกอบการโซลาร์ฟาร์มรายใหญ่ ในล็อตนี้ ที่มีปริมาณเสนอขายไฟฟ้าจำนวนมาก ประกอบด้วย บริษัท เอ็น.พี.เอส. สตาร์กรุ๊ป จำกัด จำนวน 33 โครงการ ปริมาณเสนอขายไฟฟ้า 198 เมกะวัตต์ ,บริษัทยันฮี โซล่า เพาเวอร์ จำนวน 13 โครงการ ปริมาณเสนอขายไฟฟ้า 98.2 เมกะวัตต์,บริษัท เอ็นเนอร์จี เซิฟ จำกัด จำนวน 15โครงการ ปริมาณเสนอ ขายไฟฟ้า93.35 เมกะวัตต์ บริษัทอิเควเตอร์ โซลาร์ จำกัด จำนวน 17 โครงการ ปริมาณเสนอขายไฟฟ้า 85 เมกะวัตต์
บริษัทรางเงิน โซลูชั่น จำกัด จำนวน 10 โครงการ ปริมาณเสนอขายไฟฟ้า 79เมกะวัตต์, บริษัท 17อัญญวีร์ โฮลดิ้ง จำกัด จำนวน 10โครงการ ปริมาณเสนอขายไฟฟ้า 60เมกะวัตต์ และบริษัท เอสพีพีซิค จำกัด จำนวน 1โครงการ ปริมาณเสนอขายไฟฟ้า 41 เมกะวัตต์







