ปรับมูลค่าเหมาะสมลง แต่ยังแนะนำ ซื้อ
ราคาหุ้นสะท้อนอุตฯ ฟื้นตัวช้ากว่าคาดแล้ว
เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” แม้จะปรับลดมูลค่าเหมาะสมหุ้น AH ลงเหลือ 18.10 บาท (จากเดิม 20.10 บาท) เนื่องจากอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยฟื้นตัวช้ากว่าคาด แต่อย่างไรก็ตาม คาดว่าราคาหุ้น AH ที่ลดลงกว่า 17% ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมาได้สะท้อนต่อประเด็นดังกล่าวแล้ว และผลประกอบการกำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัวตามตลาดรถยนต์ภายในประเทศหลังสต็อกรถยนต์จากโครงการรถคันแรกเริ่มคลี่คลาย อีกทั้งยังได้ออร์เดอร์เพิ่มจากการรถยนต์รุ่นใหม่โดยเฉพาะ “มาสด้า2” (อีโคคาร์ เฟส2) ที่คาดว่าจะได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง โดยปัจจุบันหุ้น AH ซื้อขายกันที่ PE ปี 58 เพียง 9.6 เท่า ต่ำกว่ากลุ่มฯ อยู่ที่ 11-13 เท่า และยังต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี ณ สิ้นปี 58 คาดว่าจะอยู่ที่ 18.40 บาท อีกด้วย
กำไรมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง
ผลประกอบการ 3Q57 ฟื้นตัวดีกว่าอุตสาหกรรม ยอดขายชิ้นส่วนยานยนต์ (~65% ของรายได้รวม) พลิกกลับมาเติบโต 2% YoY ดีกว่ายอดผลิตรถยนต์ที่หดตัว 23% YoY เนื่องจากมีการส่งมอบแม่พิมพ์มูลค่า 270 ล้านบาท และรายได้จากการจำหน่ายรถยนต์ (~35% ของรายได้รวม) เติบโต 28% YoY เนื่องจากการเติบโตอย่างโดดเด่นของ 2 โชว์รูม “ฮอนด้า” ที่ประเทศมาเลเซีย เราคาดกำไร 4Q57 ยังทรงตัวดีใกล้เคียงไตรมาสก่อนหน้าที่ 82 ล้านบาท จากการฟื้นตัวของยอดผลิตรถยนต์ราว 10% QoQ ชดเชยงานแม่พิมพ์ที่สูงเป็นพิเศษใน 3Q57 และรายได้จากการจำหน่ายรถยนต์ในประเทศ (2 โชว์รูม “ฟอร์ด” และ 2 โชว์รูม “มิตซูบิชิ”) ฟื้นตัว 10% QoQ จากแรงหนุนของงาน “มอเตอร์เอ็กซ์โปร์” โดยเราคาดปี 58 กำไรฟื้นตัวต่อเนื่อง 16% YoY เป็น 486 ล้านบาท ตามยอดผลิตรถยนต์ที่คาดว่าจะฟื้นตัว 5-10% YoY เป็น 2-2.1 ล้านคัน
ได้ประโยชน์จากโครงการอีโคคาร์เฟส 2
เราคาด AH จะได้ประโยชน์จากโครงการอีโคคาร์ เฟส 2 จากการที่ AAT (“ฟอร์ด” และ “มาสด้า”) ซึ่งเป็นลูกค้าอันดับ 2 ของธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์ (~14% ของยอดขายชิ้นส่วนยานยนต์) ได้เข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ด้วย โดยเฉพาะ “มาสด้า2” ซึ่งมีแผนเปิดตัวอย่างเป็นทางการเดือน ม.ค.58 ได้รับความสนใจจากลูกค้าชาวไทยจำนวนมาก ขณะที่ “ฟอร์ด อีโคคาร์” มีแผนเปิดตัวในปี 2559 ทั้งนี้ ที่ผ่านมา AH เป็นหนึ่งในผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์รายใหญ่ให้กับ “นิสสัน มาร์ช” ซึ่งเป็นผู้ร่วมโครงการอีโคคาร์ เฟส 1 และได้เข้าร่วมโครงการใน เฟส 2 ด้วย
รายได้จำหน่ายรถยนต์เติบโตดีกว่าอุตสาหกรรม
ธุรกิจจำหน่ายรถยนต์ปี 2557 ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงจาก 2 โชว์รูม “ฮอนด้า” ที่ประเทศมาเลเซีย (~65% ของรายได้จากการจำหน่ายรถยนต์) งวด 9M57 มียอดขายเติบโตกว่า 45% YoY เป็น 2.8 พันล้านบาท และ 4 โชว์รูมที่ประเทศไทย (“ฟอร์ด” และ “มิตซูบิชิ”) มียอดขายลดลงเพียง 1% YoY ดีกว่าตลาดรถยนต์ในประเทศที่หดตัวกว่า 37% YoY โดยปี 2558 เราคาดรายได้จากการจำหน่ายรถยนต์จะเติบโตต่อเนื่องราว 7% YoY จากการฟื้นตัวของตลาดรถยนต์ในประเทศและการเปิดตัวรถกระบะโมเดลใหม่ของ “มิตซูบิชิ” ตั้งแต่ปลายปี 57 นอกจากนี้ AH ยังมีส่วนแบ่งกำไรจากการเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ “ฮุนได” ในประเทศไทย (ถือหุ้น 30%) อีกปีละกว่า 100-200 ล้านบาท









