"อาคม"เผยเตรียมประสานจีน ลงนามเอ็มโอยู ระหว่างการประชุมจีเอ็มเอส 19-20 ธ.ค.นี้
รัฐบาลไทยร่วมกับธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) เป็นเจ้าภาพ จัดประชุมสุดยอดผู้นำประเทศ ครั้งที่ 5 แผนงานการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง 6 ประเทศ (GMS ระหว่างวันที่ 19 - 20 ธ.ค.2557 โดยประเด็นสำคัญจะมีการลงนามกรอบความร่วมมือพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาค
นอกจากนี้ จะมีการลงนามลงนามในร่างบันทึกความเข้าใจ ระหว่างรัฐบาลไทยกับจีน (เอ็มโอยู)ในโครงการรถไฟทางคู่ขนาดมาตรฐานเส้นทางหนองคาย-โคราช-แก่งคอย-มาบตาพุด ระยะทาง 734 กิโลเมตร และเส้นทางแก่งคอย-กรุงเทพฯ ระยะทาง 133 กิโลเมตร
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมและเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่าขณะนี้สศช.และกระทรวงการต่างประเทศอยู่ระหว่างการประสานงานกับรัฐบาลจีนในการเลื่อนการลงนามเอ็มโอยู จากเดิมจะลงนามเอ็มโอยูในระหว่างที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เดินทางเยือนจีนในช่วงวันที่ 22-23 ธ.ค.นี้
"จะประสานงานให้พล.อ.ประยุทธ์ได้ลงนามกับนายลี่ เค่อ เฉียง นายกรัฐมนตรีของจีนในเอ็มโอยูดังกล่าวในโอกาสที่เดินทางมาร่วมประชุม GMS ที่ประเทศไทย"
สำหรับการประชุมครั้งนี้ นายอาคม กล่าวว่าการจัดประชุมสุดยอดผู้นำประเทศ ครั้งที่ 5 แผนงานการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง 6 ประเทศ (GMS)
ผู้นำ 6 ประเทศที่เป็นสมาชิก GMS เข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ ประกอบด้วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทยในฐานะประธานการประชุม สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา นายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีน นายทองสิง ทำมะวง นายกรัฐมนตรีลาว นายเต็ง เส่ง ประธานาธิบดีพม่าและนายเหงียนเติ้นสุง นายกรัฐมนตรีส.ป.ป.ลาว และนายทาเกฮิโกะ นากาโอะ ประธาน ADB โดยจะมีผู้เข้าร่วมงานและการประชุมอีกกว่า 500 คน
การประชุมสุดยอดผู้นำ GMS ครั้งนี้จะจัดภายใต้หัวข้อหลักคือ ความมุ่งมั่นลดความเหลื่อมล้ำเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนใน (Committing to Inclusive and Sustainable Development in the GMS)
นายอาคมกล่าวว่าในการประชุมครั้งนี้ผู้นำทุกประเทศจะร่วมกันให้ความเห็นชอบต่อแผนปฏิบัติการตามกรอบการลงทุนภูมิภาค (Regional Investment Framework Implementation Plan: RIF IP) ซึ่งเป็นแผนการนำกรอบแผนการลงทุนของอนุภูมิภาคที่ได้รับความเห็นชอบร่วมกันจากที่ประชุมระดับรัฐมนตรีแผนงาน GMS เมื่อเดือนธ.ค. 2556 เพื่อไปสู่การปฏิบัติ
โครงการภายใต้แผน RIF ภายในระยะเวลา 5 -10 ปี ประกอบด้วย 10 สาขา 215 แผนงาน มูลค่ารวม 51.5 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 1.6 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นโครงการลงทุน 123 โครงการ รวมมูลค่า 51,278. ล้านดอลลาร์ และโครงการความช่วยเหลือทางวิชาการ 92 โครงการ มูลค่า 222 ล้านดอลลาร์ ครอบคลุมสาขาคมนาคมสาขาพลังงาน สาขาเกษตร สาขาสิ่งแวดล้อม สาขาพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สาขาการพัฒนาเมือง สาขาท่องเที่ยวสาขาการอำนวยความสะดวกทางคมนาคมและการค้าสาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และสาขาความร่วมมืออื่นๆ
สำหรับโครงการที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทยประกอบด้วยโครงการลงทุนและโครงการความช่วยเหลือทางวิชาการจำนวน 78 โครงการ มูลค่ารวม 5,475.7 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 177,960 ล้านบาท คิดเป็น 10.6% ของโครงการลงทุนทั้งหมดใน GMS
ประเทศไทยมีส่วนร่วมในแผนงานด้านคมนาคมมากที่สุด คิดเป็นมูลค่ารวม 4,873.6 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 158,392 ล้านบาทหรือกว่า 89% ของโครงการประเทศไทย
โครงการสำคัญคือ โครงการก่อสร้างถนนมอเตอร์เวย์เชื่อมระหว่างบางใหญ่-กาญจนบุรีเพื่อเชื่อมท่าเรือแหลมฉบัง-กรุงเทพ-ทวาย ในอนาคตมูลค่าโครงการ 2,000 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 65,000 ล้านบาท รองลงมาคือแผนงานด้านพลังงานมูลค่ารวม 281.9 ล้านดอลลาร์หรือประมาณ 9,161.75 ล้านบาท แผนงานด้านเกษตรมูลค่ารวม 212.5 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 6,906.25 ล้านบาท และแผนงานด้านสิ่งแวดล้อม มูลค่ารวม 71.4 ล้านดอลลาร์ หรือ ประมาณ 158,392 ล้านบาท
วงเงินในการลงทุน ADB จะเป็นตัวกลางในการประสานงานระหว่างประเทศเจ้าของโครงการกับแหล่งเงินทุน เช่น กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) สถาบันการเงินอื่นๆ รวมทั้งธนาคารเพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเอเชีย (AIIB) ที่ประเทศจีนก่อตั้งด้วย
นอกจากนี้ในการประชุมจะมีการรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานที่สำคัญของแผนงาน GMS ในช่วงที่ผ่านมา เช่น การจัดตั้งศูนย์ประสานงานการซื้อขายไฟฟ้าระหว่างประเทศสมาชิกในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง การจัดตั้งสมาคมการรถไฟของประเทศลุ่มแม่น้ำโขง การดำเนินการตามความตกลงว่าด้วยการขนส่งข้ามพรมแดนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงซึ่งประเทศไทยคาดว่าจะสามารถให้สัตยาบันครบทุกภาคผนวกได้ภายในปี 2557 นี้
“การประชุม GMS ในครั้งนี้มีการกำหนดให้มีการประชุมคู่ขนานอีก 4 เวทีคือ การประชุมด้านการลงทุนของลุ่มแม่น้ำโขง การประชุมของภาคธุรกิจลุ่มแม่น้ำโขง การประชุมของหุ้นส่วนการพัฒนา และการประชุมของกลุ่มเยาวชนลุ่มแม่น้ำโขงเพื่อสร้างความตระหนักในภาคธุรกิจต่อศักยภาพในการพัฒนาของอนุภูมิภาค รวมทั้งสร้างความเข้าใจและรับฟังความคิดเห็นจากกลุ่มตัวแทนเยาวชนจากประเทศสมาชิก ซึ่งผลการประชุมทั้ง 4 เรื่องจะนำไปรายงานต่อผู้นำกลุ่มประเทศ GMS ในการประชุมสุดยอดผู้นำในวันที่ 20 ธ.ค.นี้”









