"บุณยฤทธิ์" ระบุการปรับขึ้นราคาแอลพีจี-เอ็นจีวี ไม่กระทบต้นทุนการผลิตสินค้าและอาหารจานด่วน
นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า จากการวิเคราะห์ต้นทุนหลังจากคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) อนุมัติให้ปรับขึ้นราคาเอ็นจีวีและแอลพีจีกิโลกรัมละ 1 บาท เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนสินค้าในการขนส่ง เพราะรถบรรทุกส่วนใหญ่ใช้น้ำมันดีเซล ขณะที่การปรับขึ้นราคาก๊าซแอลพีจี หากมีการปรับขึ้น 15 บาทต่อถัง ขนาด 15 กิโลกรัม จะส่งผลกระทบต้นทุนอาหารจานด่วนจานละ 30 สตางค์เท่านั้น ดังนั้น จึงไม่ใช่เหตุผลในการขอปรับขึ้นราคาสินค้าอุปโภคและบริโภค โดยรัฐบาลมีการปรับลดราคาน้ำมันดีเซลลง 40 สตางค์ต่อลิตร เพื่อช่วยลดภาระต้นทุนให้ผู้ประกอบการ ซึ่งจะช่วยลดเเรงกดดัน ในการขยับขึ้นราคาสินค้าอุปโภคและบริโภค ทั้งนี้ หากพบผู้ประกอบการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาอาหารสามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1569
อย่างไรก็ตาม กรมการค้าภายในยังได้ส่งเจ้าหน้าที่สายตรวจทั้งส่วนกลางและภูมิภาคออกตรวจราคาสินค้าอย่างสม่ำเสมอ หากพบผู้ประกอบการปรับขึ้นราคาสินค้า โดยใช้ข้ออ้างการปรับขึ้นของราคาพลังงาน ถือว่าไม่สมเหตุสมผล ซึ่งกรมการค้าภายในจะเชิญผู้ผลิตสินค้ามาทำความเข้าใจอีกครั้ง ส่วนภาพรวมราคาสินค้าปีนี้จะไม่มีการปรับขึ้น เพราะราคาวัตถุดิบประกอบอาหาร เช่น เนื้อหมู เนื้อไก่ และผักสดยังไม่ปรับขึ้น จึงเชื่อว่าราคาสินค้าปีนี้ไม่สูง ซึ่งจะทำให้ประชาชนมีกำลังซื้อสิ้นค้าในช่วงสิ้นปี
นอกจากนี้ ในช่วงก่อนเทศกาลปีใหม่ ทางกรมฯ จะออกตรวจสอบกระเช้าของขวัญปีใหม่ เพื่อให้ประชาชนสามารถเลือกซื้อกระเช้าของขวัญปีใหม่ เพื่อให้ได้สินค้าที่มีคุณภาพ พร้อมขอความร่วมมือห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ ที่จะนำสินค้ามาจัดเป็นกระเช้าของขวัญต้องเป็นสินค้าที่มีคุณภาพและมีการระบุวันผลิต วันหมดอายุ ชนิดราคาสินค้า ราคากระเช้า รวมถึงการรับประกัน หรือคืนสินค้ากรณีชำรุด หรือได้รับความเสียหาย ซึ่งทุกกระเช้าจะต้องติดป้ายแสดงราคาสินค้า และตัวอักษรที่ชัดเจน เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบก่อนซื้อสินค้า









