SET ลงทดสอบ 1585 จุด
SET View
- แนวโน้ม SET เราคาดว่า SET จะแกว่งตัวลงทดสอบแนวรับ 1585 จุด เนื่องจากขาดปัจจัยบวกใหม่ โดยมองกรอบเคลื่อนไหว 1580-1595 จุด (1) แม้นักลงทุนสถาบันกลับมาซื้อสุทธิเป็นวันแรกในรอบหกวันทำการแต่เบาบางเพียง 248 ล้านบาท ยังไม่ได้ทำให้จิตวิทยาการลงทุนดีขึ้น (2) ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับลงทดสอบ US$70 ต่อบาร์เรลอีกครั้ง จะกลับมากดดันหุ้นกลุ่มพลังงาน (3) คาดว่านักลงทุนบางส่วนจะขายทำกำไรลดความเสี่ยง เพื่อรอการประชุม ECB (4 ธ.ค.) ทราบผลช่วงเย็น เกี่ยวกับแผนการเข้าซื้อสินทรัพย์ทั้งด้านมูลค่าและระยะเวลา รวมถึงรอการประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานของสหรัฐ (5 ธ.ค.) ที่จะมีผลต่อทิศทางค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ (4) ทางเทคนิค กำลังทดสอบแนวรับบริเวณ 1585 จุด หากปิดเหนือไม่ได้จะเป็นสัญญาณไม่ดี
- กลยุทธ์การลงทุน ระยะ 1-2 วัน หาก SET ยังคงยืนเหนือ 1585 จุด หาจังหวะขึ้นขายลงซื้อ
1)Top Daily Pick : AH (อุตสาหกรรมและผลประกอบการผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และจะฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไปในช่วง 4Q57-1Q58) MFEC (มีโอกาสได้งานโครงการรัฐวิสาหกิจที่เป็นฐานลูกค้าเดิมเพิ่มใน 4Q57 อัตรากำไรขั้นต้นเริ่มฟื้นตัวหลังการส่งมอบงานล่าช้าในช่วง 1H57)
2)Technical Pick : JAS S LPN THREL VGI
3)Theme Play : กลุ่ม Domestic Play ที่ได้ประโยชน์จากกำลังซื้อฟื้นตัว (KAMART M CPALL ROBINS) กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (HANA KCE) คาดจะได้ประโยชน์จากเงินบาทกลับมาทีทิศทางอ่อนค่า กลุ่มชิ้นส่วนรถยนต์ (AH SAT) คาดจะเริ่มฟื้นตัวหลังงาน Motor Expo ช่วงนี้ กลุ่มรับเหมาฯ (CK STEC UNIQ) คาดงานประมูลโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่จะมีความคืบหน้าในเดือนนี้ หุ้นกลุ่มนำตลาดที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว/จากปัจจัยฤดูกาล (ADVANC INTUCH JAS THCOM LH BGH)
- LH และ SPALI เป็น Top Picks ในกลุ่มพัฒนาที่อยู่อาศัย
•เราคาดว่า “กลุ่มพัฒนาที่อยู่อาศัย” จะกลับมา outperform ตลาดได้จากนี้จนถึง 1Q58 ด้วยปัจจัย (1) ภาพรวมกลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 9M57 เติบโตเหนือกว่า SET โดยมีกำไรสุทธิเท่ากับ 3.6 หมื่นล้านบาท (+10%) จากยอดขายที่ 2.3 แสนล้านบาท (+15%) เทียบกับบริษัทจดทะเบียนใน SET ที่มีกำไรสุทธิทรงตัว จากยอดขายเติบโตเพียง 6%YoY (2) ความสามารถในการทำกำไร 9M57 ดีกว่า SET โดยกลุ่มมีอัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิเฉลี่ยที่ 36% และ 16% ตามลำดับใกล้เคียงปีก่อน ขณะที่ SET อยู่ที่ราว 18% และ 7% ตามลำดับ (3) แนวโน้มผลประกอบการ 4Q57 มีโอกาสเติบโตต่อเนื่องและหลายตัวจะเป็นระดับสูงสุดของปี โดยมีหุ้น 5 จาก 8 ตัวใน kktrade coverage ที่เราคาดว่าผลประกอบการ 4Q57 จะเติบโตต่อเนื่อง QoQ ได้แก่ LH LPN PS SIRI SPALI ผลจากมีโครงการในมือรอรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่อง เปิดและขายโครงการได้อย่างรวดเร็วในช่วงที่ผ่านมา (4) แนวโน้มปี 58 ยังดีต่อเนื่อง โดยภาพรวม ผู้ประกอบการรายใหญ่มีโครงการในมือที่รอรับรู้รายได้มากกว่า 50% ของรายได้ปีนี้, สะสมยอดขาย presales ได้มากในช่วง 2H57 และคาดจะเปิดโครงการเป็นจำนวนมากในช่วง 4Q57 จึงมีแรงส่งไปยังผลประกอบการปี 2558 และ (5) ราคาหุ้นในกลุ่มส่วนใหญ่ถูกกว่า SET ซื้อขายเฉลี่ยเพียง 11xP/E’58 (ต่ำสุดคือ AP และ RML ซื้อขายเพียง 7xP/E’58) เทียบกับ SET ที่ซื้อขายราว 15xP/E’58 หุ้นที่เป็น Top Picks ของเราและเหมาะสำหรับการลงทุนระยะสั้น (ไม่เกิน 3 เดือน) รวมถึงระยะปานกลาง (3-6 เดือนขึ้นไป) ได้แก่ LH และ SPALI
•LH (ซื้อ/ มูลค่าเหมาะสม 11.90 บาท) แม้ฐานกำไรสุทธิอยู่ในระดับสูงราว 6 พันล้านบาทต่อปีหรือราว 20-25% ของกลุ่ม โอกาสเห็นการเติบโตกำไรในระดับสูงเป็นไปได้ยาก แต่ความน่าสนใจอยู่ที่มูลค่าแฝงในสินทรัพย์ที่ถืออยู่ที่รอการ unlock value อาทิ หุ้น HMPRO LHBANK QH (คิดเป็นมูลค่ารวม 4.7 บาทต่อ 1 หุ้น LH) และสินทรัพย์รอการขายเข้ากองทุน REIT (อาทิ ตึก Terminal 21 เป็นต้น)
•SPALI (เก็งกำไร / มูลค่าเหมาะสม 27.40 บาท) ผลการดำเนินงาน 3Q57 ทำได้ดีกว่าที่คาดไว้มาก ผลจากการโอนโครงการคอนโดฯ ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง ด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่าค่าเฉลี่ยตลาด งานในมือที่รอรับรู้รายได้ราว 85-90% ของประมาณการรายได้ทั้งปี ความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ทำได้ดีหลายไตรมาสติดกัน เราเชื่อว่ามีโอกาสที่จะมี Earnings Surprise จึงมีโอกาสที่นักวิเคราะห์จะปรับเพิ่มคำแนะนำ และมูลค่าเหมาะสมในระยะต่อไป









