วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

BGH - ซื้อ

ใหญ่ขึ้น เจ๋งขึ้น

ประเด็นการลงทุน

ในขณะนี้เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่จะเข้าซื้อก่อนที่บริษัทจะแถลงรายได้ปรับตัวสูงขึ้นโดดเด่นและอัตรากำไรขยายตัว จากการเปิดตัวโรงพยาบาลใหม่ครบสำหรับปีนี้ในช่วง 2H14 BGH ในปัจจุบันซื้อขายกันด้วย PER ปี 2558 ที่ 33 เท่า แต่เราเชื่อว่า PER ที่เหมาะสมเป็น 38เท่า (สูงกว่าค่าเฉลี่ยปี 2549-2556 ที่ 2 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน) เนื่องจากเราคาดกำไรหลักโต 20% สำหรับปี 2558 อีกทั้งยังมีโอกาสในการปรับเพิ่มประมาณการจากการเข้าซื้อกิจการใหม่ เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยราคาเป้าหมายซึ่งประเมินด้วยวิธีคิดลด DCF ณ สิ้นปี 2558 ที่ 21 บาท (WACC ที่ 8.9% และ terminal growth ที่ 2%)

การเข้าซื้อกิจการโรงพยาบาลหนุนการให้บริการใหม่สูงขึ้น

นอกหนือจากการเข้าซื้อกิจการโรงพยาบาลทั้ง 4 แห่งแล้ว (โรงพยาบาลสนามจันทร์, เทพากร และเมืองราชในเดือนส.ค. และโรงพยาบาลสิริโรจน์ในเดือนต.ค.) โรงพยาบาลที่ก่อสร้างใหม่อีก 4 แห่งก็พร้อมที่จะเริ่มดำเนินงานแล้วในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ (ได้แก่ โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่, โรงพยาบาลกรุงเทพขอนแก่น, โรงพยาบาลรอยัลพนมเปญ และโรงพยาบาลกรุงเทพไชน่าทาวน์) ส่งผลให้จำนวนเตียงสำหรับผู้ป่วยในรวมเพิ่มขึ้น 16% เป็น 6,512 เตียง พร้อมกันนี้ BGH ยังมีแผนเปิดโรงพยาบาลเพิ่มอีก 6 แห่ง ซึ่งจะหนุนให้จำนวนเตียงผู้ป่วยในสูงขึ้น 18% เป็น 7,674 เตียง (รูปภาพที่ 8) ซึ่งการให้บริการใหม่ที่เพิ่มขึ้นนี้จะหนุนรายได้ให้เติบโตมากกว่า 10% อย่างต่อเนื่องในระยะยาว โดยบริษัทจะเปิดให้บริการโรงพยาบาลใหม่ทีละแห่งเพื่อควบคุมต้นทุนการดำเนินงานและค่าเสื่อม

รายได้การแพทย์กลับมาเติบโตโดดเด่นอีกครั้ง YoY

บริษัทรายงานรายได้กลุ่มการแพทย์สูงขึ้น 11% YoY สำหรับเดือนต.ค.-พ.ย. (รายได้กลุ่มการแพทย์โต 7% ในไตรมาส 3/57) ดังนั้น รายได้กลุ่มการแพทย์จะปรับตัวสูงขึ้น 14% เป็น 56 พันล้านบาทสำหรับปี 2557 เราคาดการเติบโตรายได้ที่แข็งแกร่งจะหนุนกำไรหลักให้เพิ่มขึ้น 23% YoY ในไตรมาส 4/57 ผู้บริหารตั้งเป้าหมายรายได้กลุ่มการแพทย์โต 13-14% สำหรับปี 2558 (10% จากโรงพยาบาลเดิม และ 3-4% จากโรงพยาบาลที่เปิดใหม่ในปี 2557-2558) ให้สังเกตว่าเราตั้งสมมติฐานรายได้ปี 2558 โต 16%

บริษัทยังคงตั้งเป้าโรงพยาบาลทั้งสิ้น 50 แห่งภายในช่วงต้นปี 2559

ในปัจจุบัน BGH มีโรงพยาบาลทั้งสิ้น 43 แห่ง (เปิดให้บริการแล้ว 37 แห่ง และอยู่ระหว่างการก่อสร้างอีก 6 แห่ง) ผู้บริหารตั้งเป้าเข้าซื้อกิจการเพิ่มอีก 7 แห่งภายในช่วงต้นปี 2559 โดยบริษัทตั้งเป้าเข้าซื้อโรงพยาบาลที่มีกำไรจากการดำเนินงานในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หนุนโดยงบดุลที่แข็งแกร่ง แม้บริษัทจะออกหุ้นกู้แปลงสภาพ แต่ส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนสุทธิก็ยังคงอยู่ในระดับต่ำที่ 0.5เท่า ณ สิ้นเดือนก.ย. พร้อมกันนี้บริษัท TRIS ยังปรับเพิ่มอันดับความน่าเขื่อถือจาก A เป็น AA-

แผนต่อไปหลังจากที่บริษัทมีโรงพยาบาลทั้งสิ้น 50 แห่งแล้ว?

ตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นไป BGH จะมีโรงพยาบาลครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ ส่งผลให้บริษัทเป็น Hub and Spoke model (ระบบอ้างอิงส่งต่อผู้ป่วยและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานจากการประหยัดของขนาด) โดยรายได้จากผู้ป่วยต่างชาติคาดเป็น 40% (จาก 28% ในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้) และอัตรากำไรก่อนหักภาระดอกเบี้ยจ่าย ภาษีจ่ายและค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายจะเป็นอย่างน้อย 24% (23% ในปี 2557) BGH วางแผนที่กระตุ้นอัตรากำไรให้เพิ่มสูงขึ้นผ่านทางธุรกิจที่มีอัตรากำไรสูงประเภทอื่นๆที่ไม่ใช่ธุรกิจโรงพยาบาล (อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจประเภทอื่นๆเป็น 15% เทียบกับธุรกิจโรงพยาบาลที่ 13%) บริษัทตั้งเป้ารายได้ที่ไม่ได้มาจากโรงพยาบาลสูงขึ้นเป็นสองเท่าจาก 1.6 พันลันบาทในปี 2557 เป็น 3 พันล้านบาท ภายใน 1-2 ปีข้างหน้า