วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

โตโยต้าเตรียมใช้ระบบกันชนรถรุ่นใหม่

"โตโยต้า"เตรียมนำระบบป้องกันการชนราคาถูกกว่ารุ่นอื่น มาใช้กับรถยนต์หลายรุ่นใน ที่จะขายในตลาดขนาดใหญ่หลายแห่ง

ค่ายรถญี่ปุ่นชั้นนำ โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ป เตรียมนำระบบป้องกันการชนราคาถูกกว่ารุ่นอื่น มาใช้กับรถยนต์หลายรุ่นใน ที่จะขายในตลาดขนาดใหญ่หลายแห่ง ตั้งเป้าเริ่มทำตลาดตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป

ผู้จัดการอาวุโสด้านเทคโนโลยีความปลอดภัยของโตโยต้า นายโมริทากะ โยชิดะ เผยว่า บริษัทจะติดตั้งเทคโนโลยีดังกล่าวในรถยนต์ที่จะวางขายในสหรัฐ ญี่ปุ่น และยุโรป ภายในสิ้นปี 2560 โดยเทคโนโลยีใหม่นี้ จะใช้ทั้งกล้องถ่ายภาพและเรดาร์ ตรวจจับวัตถุใกล้รถและเตือนผู้ขับขี่ และจะช่วยชะลอความเร็ว หรือเบรครถยนต์โดยอัตโนมัติ เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน

การเคลื่อนไหวของโตโยต้า มีขึ้นในช่วงที่บรรดาผู้ผลิตรถรายอื่นๆ ต่างก็พัฒนาเทคโนโลยีคล้ายกันนี้ ที่จะช่วยป้องกันอุบัติเหตุ หรือช่วยให้การขับขี่มีความปลอดภัยมากขึ้น เพื่อลดความเสียหายจากอุบัติเหตุในแต่ละครั้ง

นายโยชิดะ บอกว่า ระบบใหม่จะทำให้รถมีความปลอดภัยมากกว่า และมีราคาที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่สามารถจ่ายได้

โตโยต้า กำลังขับเคี่ยวอยู่กับคู่แข่งหลายราย อาทิ ฟอร์ด มอเตอร์ จากสหรัฐ และฮุนได มอเตอร์ จากเกาหลีใต้ ซึ่งทั้ง 2 บริษัทนี้ ต่างนำเทคโนโลยีห้ามล้ออัตโนมัติ ติดตั้งในรถที่จำหน่ายในสหรัฐแล้ว

ด้านวิศวกรของโตโยต้า นายยูริโนริ ยามาดะ เผยว่า แม้ผู้ผลิตรถยนต์หลายราย จะมีเทคโนโลยีคล้ายกับโตโยต้า แต่ค่ายรถบางแห่ง มีเพียงกล้องถ่ายภาพหรือเรดาร์ อย่างใดอย่างหนึ่ง และมีเพียงไม่กี่รายที่นำทั้งสองอย่างมารวมกันเหมือนโตโยต้า โดยโตโยต้า พัฒนาออกเป็น 2 รุ่น สำหรับรถยนต์ขนาดกลางและรถหรู และสำหรับรถยนต์นั่งขนาดเล็ก

ระบบของรถยนต์ขนาดกลางและหรู หรือ โตโยต้า เซฟตี้ เซนส์ พี ประกอบด้วยกล้องถ่ายวีดิโอเลนส์เดียวบนกระจกหน้า ใกล้กับกระจกมองหลัง และเรดาร์คลื่นความถี่ระดับมิลลิเมตร หลังแบรนด์ของโตโยต้าที่ติดหน้ารถ

นายโยชิดะ บอกด้วยว่า เทคโนโลยีนี้ จะมีต้นทุนถูกกว่าระบบป้องกันการชนทั่วไป ยกตัวอย่างเช่น ระบบกันชนของรถยนต์อเนกประสงค์รุ่น เล็กซัส เอ็นเอ็กซ์ ที่มีเพียงเรดาร์อย่างเดียว แต่มีราคาถึง 60,000 เยน ส่วนระบบป้องกันการชน สำหรับรถยนต์นั่งขนาดเล็ก หรือ โตโยต้า เซฟตี้ เซนส์ ซี จะใช้กล้องเลนส์เดี่ยวและเรดาร์แบบเลเซอร์ จะติดตั้งบริเวณกระจกหน้าใกล้กระจกมองหลัง และมีราคาเท่ากับระบบคล้ายกันนี้ของรถยนต์ขนาดเล็กรุ่นอื่นในญี่ปุ่น ที่ประมาณ 50,000 เยน

นอกจากเทคโนโลยีทั้ง 2 แบบแล้ว โตโยต้ายังนำฟังก์ชันการแจ้งเตือนผู้ขับขี่ ไม่ให้ขับคร่อมเส้นแบ่งช่องจราจรมาติดตั้งในรถด้วย

อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวดังกล่าว น่าจะเป็นความพยายามฟื้นความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคด้านความปลอดภัย หลังมีการเรียกรถคืนครั้งใหญ่หลายครั้ง ซึ่งหนึ่งในนั้นเกิดจากปัญหาถุงลมนิรภัยของบริษัท ทากาตะ คอร์ป ที่ระเบิดออกเป็นชิ้น และน่าจะเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของผู้ขับขี่ 5 ราย จึงทำให้ผู้ผลิตรถยนต์รวม 9 ราย ต้องเรียกรถคืนทั่วโลกถึง 17 ล้านคัน ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา เฉพาะโตโยต้ารายเดียว ก็เรียกคืนรถถึง 3 ล้านคัน

นายโยชิดะ พูดถึงเรื่องนี้ว่า โตโยต้า กำลังซ่อมแซมรถที่เรียกคืนอย่างรวดเร็ว ส่วนบริษัท ยังคงมุ่งมั่นผลิตรถยนต์ ที่มีความปลอดภัยและไว้วางใจได้เพื่อป้อนตลาดโลกต่อไป