ยังแนะนำ ขาย
ปรับกำไรปี 57 เพิ่ม คาด 4Q57 ฟื้นตัวมีนัยสำคัญ
เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2557 เพิ่ม 9% จากเดิม 330 ล้านบาท เป็น 362 ล้านบาท หลังจากเราเข้าฟังผู้บริหาร CKP เชื่อว่าผลประกอบการของโรงไฟฟ้าน้ำงึม 2 จะยังคงเป็นไปตามคาด แม้ในช่วงกลางปีจะประสบปัญหาภัยแล้งก็ตาม ขณะที่ปัจจุบันปริมาณน้ำกลับมาสู่ในระดับปกติ ทำให้ความกังวลต่อโครงการดังกล่าวลดลง นอกจากนี้โรงไฟฟ้า BIC1 จะมีรายได้ที่เพิ่มขึ้น หลังบริษัทมีการเจรจากับลูกค้าอุตสาหกรรมเพิ่มอีก 2 ราย ในช่วงปลาย 3Q57 ที่ผ่านมา ทำให้เราคาดว่ากำไรสุทธิ 4Q57 จะกลับมาฟื้นตัวใกล้เคียงกับกำไรสุทธิ 122 ล้านบาท ใน 1Q57 ขณะที่กำไรสุทธิ 9M57 คิดเป็น 71% ของกำไรสุทธิหลังปรับประมาณการ
คงเป้าหมายที่ท้าทายไว้ที่ 4 พันเมกะวัตต์ ภายในปี 63
บริษัทตั้งเป้าหมายกำลังผลิตไฟฟ้าที่ท้าทายไว้ถึง 4,280MW ภายในปี 2563 ซึ่งจะทำให้ CKP มีการเติบโตของกำลังผลิตมากถึง 27% p.a. (CAGR) ซึ่งจะทำให้ CKP มีมูลค่าเหมาะสมที่เพิ่มขึ้นในระยะยาว อย่างไรก็ตามประเมินมูลค่าเหมาะสมของ CKP จากโครงการที่ CKP ถือหุ้นและได้รับสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ปัจจุบันมี 3 โครงการได้แก่ (1) โครงการน้ำงึม 2 (2) โครงการบางปะอิน ทั้ง 2 หน่วย (BIC 1&2) และ (3) โครงการโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ 3 แห่ง รวม 14.9 บาท ยังไม่รวมโครงการน้ำบาก (CKP ถือหุ้น 42%) และโครงการไซยะบุรี (มีแผนซื้อหุ้น 37.5% จาก CK และ BECL) อีก 6.4 บาท โดยทั้ง 2 โครงการจะเริ่มผลิตไฟฟ้าในปี 2562
การขยายกำลังผลิต ยังคงต้องรอ PDP ใหม่
แผนการลงทุนในระยะยาวของบริษัทสอดคล้องกับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศฉบับเดิม (PDP2010 Rev.3) ซึ่งจากการติดตามข้อมูลเราเชื่อว่ามีความเป็นไปได้ที่ PDP ใหม่ จะยังคงมีสัดส่วนโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ใกล้เคียงกับแผนเดิมที่ 1,806 เมกะวัตต์ (MW) ภายในปี 2564 ทำให้เราเชื่อว่าเป้าหมายของบริษัทที่ขยายโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ 100MW ภายในปี 2560 มีความเป็นไปได้ ด้านโรงไฟฟ้า Cogeneration ยังมีความไม่แน่นอน เนื่องจาก PDP ฉบับใหม่ มีเป้าหมายที่จะลดสัดส่วนโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซฯ เป็นเชื้อเพลิง อาจกระทบสัดส่วนความต้องการใช้ไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้า Cogeneration โดย PDP ฉบับเดิมที่มีการปรับปรุงครั้งที่ 2 และ 3 มีการลดสัดส่วนโรงไฟฟ้าดังกล่าวลง 31% เหลือ 2,268MW โดย CKP มีแผนจะขยายอีก 960MW ภายในปี 2563 ขณะที่แผนพัฒนาฯ ฉบับใหม่ (PDP2015) คาดว่าจะเริ่มเห็นความชัดเจนในช่วงต้นปีหน้า
คงแนะนำ “ขาย” เช่นเดิม
จากศึกษา CKP พบว่าราคาหุ้นปัจจุบันสะท้อนมูลค่าของโครงการที่ CKP ยังไม่ได้ถือหุ้น (ไซยะบุรี) และโครงการที่ยังไม่ได้รับ PPA อีก 6.4 บาท นั้นหมายความว่าราคาหุ้นสะท้อนมูลค่าใน 5 ปีข้างหน้า แม้หากเทียบกับราคาปัจจุบันยังมี Upside 7.7% ทำให้ CKP เหมาะสมกับนักลงทุนระยะยาวที่สามารถรับความเสี่ยงได้ ขณะที่ระยะสั้นราคาหุ้นปรับเพิ่มสูงกว่ามูลค่าเหมาะสมในปี 2558 ที่เราประเมินไว้ที่ 14.9 บาท ทำให้เรายังคงแนะนำ “ขาย” เช่นเดิม









