วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

อุตฯเล็งชงครม.เดินหน้าโครงการโปแตซอาเซียน

รมว.อุตสาหกรรมเผยกำลังรวบรวมข้อมูลโครงการโปแตชอาเซียน ในพื้นที่อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ เสนอให้ครม.พิจารณา

คาดได้ความชัดเจนภายในปี 57 นี้ ระบุหาก ครม.ไฟเขียว พร้อมเดินหน้าออกใบอนุญาตประทานบัตรตามขั้นตอนทันที

นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวถึงความคืบหน้าของโครงการโปแตชอาเซียน ใน อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิว่า ขณะนี้กระทรวงอุตสาหกรรมอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลเพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา คาดว่าจะได้ความชัดเจนภายในปี 2557 นี้ ซึ่งหากโครงการได้รับการอนุมัติจาก ครม.กระทรวงอุตสาหกรรมจะเดินหน้าออกใบอนุญาตประทานบัตรตามขั้นตอนต่อไป

นายจักรมณฑ์ กล่าวว่า หากโครงการโปแตชอาเซียนสามารถดำเนินการได้จะสร้างผลดีต่อเศรษฐกิจ โดยจะมีเม็ดเงินลงทุนในระดับหมื่นล้านบาทเข้ามาในประเทศไทยและเพิ่มการจ้างงานในพื้นที่เป็นจำนวนมาก นอกจากนั้นยังช่วยให้ประเทศไทยสามารถลดการนำเข้าสารโปแตช ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในการทำปุ๋ยเคมีได้ปีละหลายหมื่นล้านบาท ซึ่งช่วยให้เกษตรกรได้ใช้ปุ๋ยในราคาถูกลงด้วย

รวมทั้งสามารถที่จะดำเนินการส่งออกโปแตชไปยังต่างประเทศได้ โดยประเทศไทยถือว่าเป็นประเทศที่มีปริมาณโปแตชมากที่สุดในเอเชีย ขณะที่หลายประเทศที่เคยส่งออกโปแตชก่อนหน้านี้มีปริมาณลดลงและอาจะต้องมีการนำเข้าในอนาคตซึ่งถือว่าเป็นโอกาสของประเทศไทย

สำหรับข้อกังวลของภาคประชาชนที่มีความเป็นห่วงเรื่องของผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม นายจักรมณฑ์ กล่าวว่า สารโปแตชไม่มีวัตถุที่เป็นสารโลหะหนักเจือปน และไม่มีสารพิษที่เป็นอันตราย อย่างไรก็ตาม ได้มีการกำหนดมาตรการในการรักษาสิ่งแวดล้อมของเหมืองโปแตชโดยระบุเป็นเงื่อนไขว่าในการขุดดินและวัสดุต่างๆ จะต้องไม่นำมากองบนพื้นดินสูงเกินกว่า 4 เมตร และกำหนดไว้ด้วยว่าหลักจากทำการสำรวจและขุดแร่เรียบร้อยแล้วต้องนำดินที่ขุดขึ้นมาถมกลับเข้าไปที่เดิมเพื่อเป็นการรักษาพื้นที่เอาไว้ ซึ่งถือเป็นการวางหลักเกณฑ์และข้อกำหนดที่สูงกว่ามาตรฐานของต่างประเทศ และทำให้ผู้ประกอบการมีต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แต่ก็ได้มีการพูดคุยกับผู้ประกอบการแล้วว่าให้ยอมรับในเงื่อนไขดังกล่าวเพื่อสร้างความสบายใจให้กับชุมชน

"มาตรฐานที่กำหนดไว้ถือว่าสูงเพราะถ้าไปดูที่เยอรมัน เหมืองก็อยู่ในชุมชน มีการขุดดินขึ้นมากองไว้สูงเป็นร้อยเมตรก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่เราจะให้กองดินได้ไม่เกิน 4 เมตรเท่านั้น โดยเราตั้งใจจะให้พื้นที่เหมืองโปแตช ที่อ.บำเหน็จณรงค์ เป็นพื้นที่ตัวอย่างโดยจะจัดการพื้นที่อย่างดีให้ไม่มีผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะนำรูปแบบในการจัดการที่นี่ไปปรับใช้กับพื้นที่อื่นๆด้วย” นายจักรมณฑ์ กล่าว

ทั้งนี้ สำหรับแนวคิดการสร้างเหมืองโปแตช ในพื้นที่อีสานนั้น เริ่มต้นจากการที่คณะรักษารความสงบแห่งชาติ(คสช.) ได้จัดรายการพิเศษ "เดินหน้าประเทศไทย เดินหน้าคืนความสุขให้ชาวอุดรธานี" โดยเนื้อหาในรายการได้มีการกล่าวถึงการผลักดันโครงการพัฒนาต่างๆ ภายในจังหวัด ที่มุ่งจะผลักดันเศรษฐกิจ โดยเฉพาะโครงการเหมืองแร่โปแตช ซึ่งได้เกิดเสียงคัดค้านจากกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี และข่าวได้เงียบหายไป

จนกระทั้งรัฐบาลมีแนวโน้มที่จะรื้อฟื้นโครงการโปแตชอาเซียน ที่อ.บำเหน็จณรงค์ ขึ้นมาอีกครั้ง โดยจะให้กระทรวงการคลังเข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนในบริษัท เหมืองแร่โปแตชอาเซียน จำกัด (มหาชน) หรือ APMC ตามสัดส่วน 20 % วงเงินไม่เกิน 100 ล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาสภาพคล่อง ทั้งที่โครงการดำเนินการมานานกว่า 30 ปี ใช้เงินไปแล้วกว่า 1,000 ล้านบาท แต่ยังไม่ได้ผลผลิตแร่โปแตชขึ้นมาใช้ประโยชน์แม้แต่ก้อนเดียว อีกทั้งยังไม่มีความชัดเจนเรื่องใบประทานบัตรเหมืองแร่ และรายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมแต่อย่างใด