วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ธุรกิจเครื่องดื่มแสนล้านยอดร่วง

ธุรกิจเครื่องดื่มมูลค่าตลาดรวม "แสนล้าน" ยอดขาย"พลาดเป้า" ผลพวงเศรษฐกิจ

นายตัน ภาสกรนที กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลาดรวมเครื่องดื่มมูลค่ากว่าแสนล้านบาทปีนี้จะติดลบ 6-7% จำนวนนี้แบ่งเป็นตลาดชาเขียวมูลค่า 1.6 หมื่นล้านบาท ติดลบ 2-3% เป็นครั้งแรกตั้งแต่ทำตลาดชาเขียว

“เครื่องดื่มปีนี้ทรงๆ เพราะได้รับผลกระทบจากการเมือง ราคาพืชผลทางการเกษตรที่ไม่ค่อยดี เมื่อภาพรวมตลาดไม่ดี ยอดขายอิชิตันก็ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย แต่เราก็ได้สินค้าใหม่อย่างน้ำจับเลี้ยง และเก๊กฮวย ที่ไม่มีคู่แข่งเท่าไหร่ และไม่ต้องไปลดราคาเพื่อแข่งขันเหมือนชาเขียว ทำให้ช่วยชดเชยยอดขายได้ ทำให้กำไรยังคงเป็นไปตามเป้าหมายแม้ยอดขายจะลดลง แต่ภาพรวมช่วง 2-3 เดือนสุดท้าย แนวโน้มต่างๆปรับตัวดีขึ้น ทั้งปีตลาดจึงน่าจะทรงหรือติดลบเล็กน้อย ส่วนปีหน้าคาดว่าจะดีขึ้น เพราะเมื่อรัฐบาลเริ่มมีการลงทุนใช้จ่าย อัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ ประกอบกับช่วงต้นปีเป็นหน้าร้อน ส่งผลให้ตลาดชาเขียวขยายตัวได้มากกว่าปีนี้” นายตัน กล่าว

นายชนิต สุวรรณพรินทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ที.เอ.ซี.คอนซูเมอร์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายชาเขียวเซนย่า กาแฟวีสลิม กล่าวว่า ปีนี้ยอดขายสินค้าของบริษัทเติบโตเพียง 7% ต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ว่าจะเติบโตประมาณ 15% เนื่องจากได้รับผลกระทบจากปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ผู้บริโภคชะลอการใช้จ่าย

ทั้งนี้ ปีหน้าบริษัทยังคงวางเป้าหมายยอดขายเติบโต 15% ต่อเนื่อง โดยได้ปรับแผนธุรกิจหันไปบุกตลาดเครื่องดื่มต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดในอาเซียนรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ปลายปี 2558 ซึ่งจะมีการโรดโชว์ไปยังประเทศต่างๆ ประมาณ 20 ประเทศ เพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้เป็น 10% จากปัจจุบันมีอยู่ราว 3-5% เท่านั้น

ส่วนแนวทางการทำตลาดในประเทศมุ่งตอบสนองความต้องการผู้บริโภคให้เหนือกว่าที่คาดหวังไว้ รับกับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคปัจจุบันมักจะทำอะไรที่ขั้นกว่า ทั้งอ่านและสืบเสาะหาข้อมูลสินค้ามากขึ้นถ่ายรูปที่ทำให้สวยดูดีเกินจริง

ด้านนายเสถียร เศรษฐสิทธิ์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คาราบาว กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจ และกำลังซื้อที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยทางการเมืองปีนี้ ส่งผลกระทบต่อการเติบโตของตลาดเครื่องดื่ม โดยเฉพาะเซ็กเมนต์เครื่องดื่มชูกำลังที่มีมูลค่าตลาดรวมกว่า 3.6 หมื่นล้านบาท ไม่มีการเติบโตเป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปี จากปกติตลาดจะขยายตัวประมาณ 7-8% ต่อปี

ทั้งนี้ ตลาดเครื่องดื่มชูกำลัง กลุ่มเป้าหมายหลักจะเป็นผู้บริโภคระดับรากหญ้า และกลุ่มคนใช้แรงงาน เมื่อเศรษฐกิจไม่ดี กำลังซื้อชะลอตัว ทำให้การบริโภคเครื่องดื่มชูกำลังลดลง จากสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ภาพรวมยอดขายของบริษัทก็ได้รับผลกระทบในทิศทางเดียวกับตลาด โดยยอดขายทั้งปีคาดว่าปิดที่ระดับ 7,000 ล้านบาท ไม่เติบโต ไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ว่าจะเติบโตที่ระดับ 20%

นายเสถียร ยังกล่าวถึงแนวโน้มธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลังในปีหน้า โดยคาดว่า ตลาดจะเริ่มปรับตัวดีขึ้น การจากฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ที่เกิดจากการลงทุนต่างๆของภาครัฐ ประกอบกับ ช่วงปลายปีนี้เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของกำลังซื้อ

ขณะที่ปัจจัยที่น่าเป็นห่วงสำหรับปีหน้า ยังเป็นเรื่องของสัดส่วนหนี้ครัวเรือนที่ค่อนข้างสูง และราคาสินค้าเกษตรตกต่ำอาจกระทบต่อกำลังซื้อ อย่างไรก็ตาม สินค้าเครื่องดื่มชูกำลังเป็นสินค้าไม่สูงเฉลี่ยขวดละ 10 บาท และไม่ใช่สินค้าฟุ่มเฟือย หากในภาวะเศรษฐกิจขยายตัวไม่ดี ตลาดก็จะไม่กระทบมากนัก เพียงแต่จะส่งผลให้ธุรกิจและยอดขายไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

สำหรับแผนธุรกิจปีหน้า คาราบาวแดง จะให้ความสำคัญกับการจัดจำหน่ายและกระจายสินค้ามากขึ้น ซึ่งจะเป็นหัวใจหลักของธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลัง เพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายร้านค้า ตู้แช่ต่างๆที่มีกว่า 5 แสนจุดทั่วประเทศ จากปัจจุบันบริษัทครอบคลุมช่องทางจำหน่ายดังกล่าวราว 85% หรือกว่า 4 แสนจุดทั่วประเทศ นอกจากนี้ยังจะใช้งบประมาณ 500 ล้านบาท จัดกิจกรรมการตลาดทั้งบีโลว เดอะ ไลน์ และอะเบิฟ เดอะ ไลน์