วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ไทคอน'พร้อมขายกองรีทธ.ค.

"ไทคอน"เลื่อนขายกองรีทมูลค่า 4.3 พันล้านบาท เป็นธ.ค.จากเดิมคาดพ.ย.ปีนี้ เหตุรอก.ล.ต.อนุญาต

นายวีรพันธ์ พูลเกษ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TICON เปิดเผยว่า บริษัทคาดว่าจะจัดตั้งและเสนอขายกองทรัสต์ เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (รีท) ได้ภายในเดือน ธ.ค.นี้ มูลค่าระดมทุน 4,300 ล้านบาท โดยจะเป็นการขายแบบที่กองทุนเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์นั้นโดยสมบูรณ์หรือซื้อขาดอสังหาริมทรัพย์ที่ลงทุน (ฟรีโฮลด์) 70% และอีก 30% จะเป็นการขายหน่วยลงทุนแบบที่ผู้ซื้อไม่มีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์นั้น แต่สามารถเช่าในระยะยาวได้ (ลีสโฮลด์) ทำให้ในปีนี้บริษัทจะรับรู้รายได้จากการขายกองรีทนี้ 70% และอีก 30% จะทยอยรับรู้ไปอีก 30 ปี

“จากเดิมบริษัทคาดว่าจะสามารถออกและเสนอขายกองรีทได้ในช่วงเดือน พ.ย. แต่ที่ล่าช้าออกไปเพราะต้องรอทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ในการอนุมัติแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) ในขณะที่ปีหน้าและปีถัดๆ ไปบริษัทก็มีแผนที่จะขายสินทรัพย์เข้ากองรีทเช่นกัน โดยคาดว่าปีหน้าจะขายสินทรัพย์มูลค่าประมาณ 4,000-5,000 ล้านบาท เนื่องจากแต่ละปีบริษัทมีการลงทุนจำนวนมาก จึงต้องการเงินเข้ามาในการพัฒนาโครงการ" นายวีรพันธ์ กล่าว

แผนการลงทุนปีหน้า บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ที่จะไปลงทุนก่อสร้างคลังสินค้าและโรงงานให้เช่าในต่างประเทศ คาดว่าจะเริ่มต้นจากประเทศอินโดนีเซีย โดยเป็นการร่วมมือทางธุรกิจกับบริษัท มิตซุย แอนด์ คัมปนี (เอเชีย แปซิฟิค) หรือ MAP ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เข้ามาเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกันผ่านการถือหุ้น 30% ใน บริษัท ไทคอน แมนเนจเม้นท์ จำกัด หรือ ‘TMAN’ ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของไทคอน เบื้องต้นคาดว่าจะเป็นลักษณะการตั้งบริษัทร่วมทุนเพื่อเข้าไปลงทุนในประเทศอินโดนีเซีย

“สำหรับงบลงทุนในปีหน้า คาดว่าจะอยู่ที่ 6,500 ล้านบาท เพื่อใช้ลงทุนก่อสร้างโรงงานให้เช่าและคลังสินค้า โดยตั้งเป้าว่าปีหน้าจะขยายพื้นที่อีกประมาณ 2.5-3 แสนตารางเมตร ทั้งนี้ งบประมาณลงทุนดังกล่าวยังไม่รวมมูลค่าในการไปลงทุนที่อินโดนีเซีย ซึ่งยังอยู่ระหว่างการประเมินว่าจะต้องใช้เงินลงทุนเท่าไร ส่วนแผนการลงทุนผลิตไฟฟ้าบนหลังคา (โซลาร์รูฟ) บริษัทมีความสนใจที่จะลงทุนเพิ่ม จากปัจจุบันที่ทำแล้วเกือบ 1 เมกะวัตต์ ซึ่งต้องรอให้รัฐบาลมีการประกาศในโครงการโซลาร์รูฟออกมาก่อน” นายวีรพันธ์ กล่าว

ผลการดำเนินงานปีนี้คาดว่าจะมีกำไรสุทธิใกล้เคียงกับปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 1,414 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทจะมีการบันทึกกำไรจากการขายกองรีทในช่วงประมาณเดือน ธ.ค. นี้ ซึ่งจะทำให้บริษัทมีกำไรสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงมากเมื่อเทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา เนื่องจากงวด 9 เดือนที่ผ่านมา บริษัทมีกำไรสุทธิเพียง 165 ล้านบาท

ในขณะที่รายได้รวมปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 6,300-6,400 ล้านบาท ซึ่งลดลงจากปี 2556 ที่มีรายได้ 6,681 ล้านบาท เนื่องจากได้รับผลกระทบในช่วงต้นปีที่ผ่านมาจากปัญหาการเมือง ทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจชะลอตัว และนักลงทุนต่างประเทศก็จะรอในการเข้ามาลงทุนในประเทศไทย แต่ในช่วงไตรมาส 4 ก็เริ่มมีลูกค้าต่างประเทศกลับเข้ามาในการเช่าโรงงานและคลังสินค้ามากขึ้นและน่าจะส่งผลดีต่อเนื่องไปถึงต้นปี 2558