SET จะขึ้นทดสอบ 1591 จุด
SET View
- แนวโน้ม SET มีโอกาสปรับขึ้นทดสอบจุดสูงสุดเดิมบริเวณ 1591 จุด โดยมองกรอบการเคลื่อนไหวบริเวณ 1575-1591 จุด(1)ญี่ปุ่นประกาศยุบสภาและเลือกตั้งในวันที่ 21 ธ.ค. รวมถึงเลื่อนเวลาขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มไปอีก 18 เดือนจากกำหนดเดิมในเดือนต.ค. 58 สร้างความคาดหวังเชิงบวกต่อการแก้ปัญหาภาวะเศรษฐกิจถดถอยจะเป็นจิตวิทยาเชิงบวกต่อตลาดหุ้นในภูมิภาค (2) ติดตามมาตรการสกัดหุ้นร้อนที่คณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์จะประชุมกันเพื่อหาข้อสรุปในวันนี้อย่างไรก็ตามเชื่อว่าเป็นผลบวกต่อหุ้นกลุ่มนำตลาดมูลค่าตลาดขนาดใหญ่อาทิหุ้นใน SET50 ที่จะไม่ได้รับผลกระทบจากมาตรการดังกล่าว(3)นักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิ 1.4 พันล้านบาทสูงสุดในรอบ 8 วันทำการเป็นจิตวิทยาเชิงบวก (4) ทางเทคนิค เกิดสัญญาณซื้อเมื่อสามารถปิดเหนือ 1580 จุดบริเวณ downtrend line เมื่อวาน มีเป้าหมายถัดไปบริเวณ 1591 จุดตามจุดสูงสุดเดิม
- กลยุทธ์การลงทุน ระยะ 1-2 วัน ถือครองหุ้นหรือหาจังหวะซื้อเมื่ออ่อนตัว เพื่อไปรอขายช่วงที่ SET รีบาวน์ไปแถว 1600 จุด +/-
1)Top Daily Pick :INTUCH (ผลประกอบการ 4Q57 มีโอกาสเติบโตต่อเนื่องและจะเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของปี มี upside จากการขยายธุรกิจ Fixed broadband ของ ADVANC, ดาวเทียมไทยคม 8 ของ THCOM และธุรกิจผลิตรายการโทรทัศน์ ให้อัตราผลตอบแทนปันผลจูงใจกว่าปีละ 6%)RS (เพิ่งปรับมูลค่าเหมาะสมขึ้น 35% มาที่ 15.1 บาท สะท้อนการปรับขึ้นค่าโฆษณา 5 เท่าตัวมีผลเดือนม.ค. 58ส่งผลต่อการเติบโตก้าวกระโดดของผลประกอบการตั้งแต่ปี 58)
2)Technical Pick:BBL CK KTB PTTEP AOT
3)Theme Play : หุ้นกลุ่มนำตลาดที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนสถาบัน (PTT SCB ADVANC SCC CPALL BBL AOT PTTGC INTUCH CPF CPN CK)หุ้นที่งบ 3Q57 ออกมาดีกว่าคาด (BEAUTY CK GRAMMY ITD JAS MAJOR NBC PTTEP RS SEAFCO SMPC SNC SST) หุ้นที่งบ 3Q57 แย่กว่าคาดแต่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว (EFORL GLOBALHANA KAMART THCOM)
Review หุ้นใน kktrade coverage หลังประกาศงบ 3Q57
•หุ้นใน kktrade coverageจำนวน 88 ตัวมีกำไรสุทธิ3Q57 รวมกันที่ 1.41 แสนล้านบาท (-2%QoQ, -5%YoY) และกำไรสุทธิ9M57ที่ 4.31 แสนล้านบาท (+0.8%YoY)
•มีหุ้นเพียง 21 ตัว ใน coverage ที่เติบโตทั้ง QoQและ YoY ได้แก่ADVANC AP BEAUTY CK CPALL DELTA EFORL GRAMMY INTUCH ITD KCE MODERN QH ROJNA RS SEAFCO SIRI SMPC SPALI SST SVI THAI TKT
•มีหุ้น 11 ตัว ใน coverage ที่อยู่ใน Buy list และงบออกมาดีกว่าคาด (เรียงตาม Upside) ได้แก่RS GRAMMY NBC SST SNC SMPC CK PTTEPJAS BEAUTY SEAFCO
•สำหรับ BCP ITD MAJORที่อยู่ใน Trading list ก็มีผลประกอบการออกมาดีกว่าคาดและมีโอกาสปรับเพิ่มประมาณการ/มูลค่าเหมาะสม/คำแนะนำในระยะต่อไป
หุ้นทั้งสามกลุ่มที่กล่าวมาข้างต้นมีโอกาส Outperform ตลาดในระยะสั้น (ไม่เกิน 1 เดือน) ยกเว้น SVI ที่ประสบปัญหาไฟไหม้โรงงาน ส่วนในระยะกลาง ขึ้นกับมุมมองต่อผลประกอบการ 4Q57และปี 58ซึ่งจะต้องติดตามUpdate คำแนะนำจากนักวิเคราะห์เป็นรายตัวไป
•กำไรสุทธิ 9M57 ที่เพิ่มขึ้น 0.8%YoYหริอคิดเป็นจำนวนเงินที่เพิ่มขึ้นเพียง 3.4 พันล้านบาท เมื่อแยกแยะออกมาเป็นรายตัว/รายกลุ่ม เราพบว่ากลุ่มธนาคารขนาดใหญ่มีกำไรเพิ่มขึ้นมากที่สุด ขณะที่กลุ่มพลังงานมีกำไรลดลงมากที่สุด
•กลุ่มธนาคาร(เฉพาะ 7 ตัวใหญ่)มีกำไรสุทธิ 9M57เพิ่มขึ้นจากปีก่อนราว 5.7 พันล้านบาท (+4%YoY) โดยหุ้น 4 ตัวแรกที่กำไรขยายตัวมากที่สุดได้แก่KBANK (+4,390 ลบ.) TMB (+2,626 ลบ) SCB (+2,623 ลบ) และ KTB (+1,159 ลบ.)กลุ่มนี้ผลประกอบการมีแนวโน้มแข็งแกร่งต่อเนื่องจากรายได้ค่าธรรมเนียม และเราคาดหมายนักลงทุนระยะกลางโดยเฉพาะนักลงทุนสถาบันยังให้ความสนใจในหุ้นธนาคารขนาดใหญ่ 4 ตัวนี้และมีโอกาสเป็นกลุ่มนำตลาดหลังจากนี้
•กลุ่มพลังงานรวมปิโตรเคมีมีกำไรสุทธิ 9M57 ลดลง 6.4 พันล้านบาท (-3%YoY) ฉุดโดยผลประกอบการกลุ่มโรงกลั่น TOP (-6,854 ลบ.) PTTGC (-5,885 ลบ.)PTTEP (2,837 ลบ.) และ BCP (-762 ลบ.) ด้วยราคาน้ำมันดิบยังอยู่ในทิศทางขาลงจะเป็นปัจจัยกดดันราคาหุ้นกลุ่มนี้ ขณะที่ PTT (+4,076 ลบ.) มีกำไรสุทธิเพิ่มมากสุด จะได้ประโยชน์จากการปรับโครงสร้างอุตสาหกรรม รวมถึงขายบริษัทในเครือจึงโดดเด่นที่สุดในกลุ่มและเป็นหุ้นที่จะมาช่วยพยุง SET
•กลุ่มอื่นๆ มีกำไรสุทธิ 9M57 เพิ่มขึ้น 4.1 พันล้านบาท (+4%YoY)ผลักดันจาก TRUE (+8,741 ลบ.) SPALI (+1727 ลบ.) SIRI (+1,289 ลบ)PS (+1,233 ลบ.) HANA (+1,093 ลบ.) และ AP (+926 ลบ.) เห็นสัญญาณที่ดีจากกลุ่มพัฒนาที่อยู่อาศัยและการขาดทุนที่ลดลงจากหุ้น TRUE คาดตลาดจะกลับมาให้ความสนใจหุ้นกลุ่มนี้อีกครั้ง ยกเว้น HANAที่กำไรเพิ่มขึ้นจากสินไหมเงินประกันช่วง 1Q57









