วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

การขอคืนภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ตามประมวลรัษฎากร (1)

ตามที่รัฐบาล ฯพณฯ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ตราพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร

(ฉบับที่ 38) พ.ศ. 2557 เพื่อยกเลิกความในมาตรา 63 แห่งประมวลรัษฎากร และให้ใช้ความใหม่แทน โดยให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันศุกร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557 (วันถัดจากวันที่ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา) เป็นต้นไป จึงขอนำมาเป็นประเด็นปุจฉา – วิสัชนา ดังนี้

ปุจฉา มีเหตุผลอย่างไรในการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายดังกล่าว

วิสัชนา เจตนารมณ์หรือเหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับดังกล่าว ได้แสดงไว้ในหมายเหตุท้ายพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 38) พ.ศ. 2557 กล่าวคือ โดยที่มาตรา 63 แห่งประมวลรัษฎากรกำหนดให้การขอคืนภาษีเงินได้ที่ถูกหักไว้ ณ ที่จ่ายและนำส่งแล้วเป็นจำนวนเงินเกินกว่าที่ควรต้องเสียให้ยื่นคำร้องขอคืนได้ภายใน 3 ปี นับแต่วันสุดท้ายแห่งปีซึ่งถูกหักภาษีเกินไป ซึ่งระยะเวลาดังกล่าวไม่สอดคล้องกับมาตรา 27 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร อันเป็นบทบัญญัติในลักษณะทำนองเดียวกันทำให้เกิดปัญหาในการบังคับใช้กฎหมาย สมควรปรับปรุงระยะเวลาการยื่นคำร้องขอคืนภาษีเงินได้ที่ถูกหักไว้ ณ ที่จ่าย ให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัติดังกล่าว

ปุจฉา บทบัญญัติที่แก้ไขใหม่มีข้อความอย่างไร

วิสัชนา ตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 38) พ.ศ. 2557 ได้กำหนดให้ยกเลิกความในมาตรา 63 แห่งประมวลรัษฎากร และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา 63 บุคคลใดถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่ายและนำส่งแล้วเป็นจำนวนเงินเกินกว่าที่ควรต้องเสียภาษีตามส่วนนี้ บุคคลนั้นมีสิทธิได้รับเงินจำนวนที่เกินนั้นคืน แต่ต้องยื่นคำร้องขอคืนต่อเจ้าพนักงานประเมินภายในสามปีนับแต่วันสุดท้ายแห่งกำหนดเวลายื่นรายการภาษีตามที่กฎหมายกำหนด

บุคคลใดที่ไม่มีหน้าที่ต้องยื่นรายการเกี่ยวกับเงินได้พึงประเมินในปีภาษีแต่ถูกหักภาษีไว้ ณ ที่จ่าย และนำส่งแล้ว บุคคลนั้นมีสิทธิได้รับเงินจำนวนที่ถูกหักและนำส่งไว้แล้วนั้นคืน แต่ต้องยื่นคำร้องขอคืนต่อเจ้าพนักงานประเมินภายในสามปีนับแต่วันที่ ๓๑ มีนาคม ของปีถัดจากปีที่ถูกหักภาษีไว้”

ปุจฉา การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายดังกล่าวมีผลต่อการขอคืนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอย่างไร

วิสัชนา นับแต่วันที่ 14 พฤศจิกายน 2557 เป็นต้นไป การขอคืนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย ให้ผู้มีเงินได้ยื่นคำร้องขอคืน ภายในกำหนดเวลาดังต่อไปนี้

กรณีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่าย ไม่ว่าจะเป็นภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายตามมาตรา 50 และหรือมาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร

1. สำหรับผู้มีเงินได้ที่มีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการ ให้มีสิทธิยื่นคำร้องขอคืนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหัก ณ ที่จ่ายที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายและนำส่งแล้วเป็นจำนวนเงินเกินกว่าที่ควรต้องเสียภาษีนั้นคืนตามมาตรา 63 แห่งประมวลรัษฎากร ต่อเจ้าพนักงานประเมินภายใน 3 ปี นับแต่วันสุดท้ายแห่งกำหนดเวลายื่นรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามมาตรา 56 แห่งประมวลรัษฎากร ได้แก่ วันที่ 31 มีนาคม ของปีถัดจากปีที่ถูกหักภาษีเงินได้ไว้ ณ ที่จ่าย

(2) กรณีที่ผู้ถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย และนำส่งแล้วนั้น ไม่มีหน้าที่ต้องยื่นรายการเกี่ยวกับเงินได้พึงประเมินในปีภาษี ให้บุคคลนั้นมีสิทธิยื่นคำร้อง (ตามขอ ค.10) เพื่อขอคืนภาษีเงินได้ที่ถูกหักและนำส่งไว้แล้วนั้นคืน ภายใน 3 ปี นับแต่วันที่ 31 มีนาคม ของปีถัดจากปีที่ถูกหักภาษีไว้

พบกันใหม่สัปดาห์หน้าครับ